ชาวบ้านรวมตัวร้องทุกข์ “ขบวนการการจัดการระบบในวัด”เป็นเชิงพานิชย์…เกินไปหรือไม่”

ชาวบ้านรวมตัวร้องทุกข์ “ขบวนการการจัดการระบบในวัด”เป็นเชิงพานิชย์…เกินไปหรือไม่”

๑.มีกลุ่มอิทธิพลแฝงการจัดการระบบร่วมกับชาวบ้าน ประกอบการ เก็บค่าจอดรถไว้ด้านนอกวัด ในราคา 20-40บาท(ห้ามนำรถเข้าไปบริเวณวัด)

๒.ระยะทางตั้งแต่ปากทางเข้า-บริเวณวัด ระยะทางประมาณ 1 กม. จะจัดระบบเอารถกอล์ฟมาวิ่งส่งบริการประมาณ 50 คัน โดยมีการจัดสรรค่าบริการคนที่จะเข้าไปทำบุญคนละ 20 บาท กว่าจะได้ขึ้นรถต้องเดินผ่าแผงตลาดมาโดยระยะทางเกือบครึ่งทาง

๓.ได้ข้อมูลมาว่า..มีคนก่อตั้งตัวเป็นอิทธิพลมาจัดสรรระบบการจัดการ โดยมีการจ่ายค่าจ้างคนขับรถกอล์ฟในราคา 400-500 บาท/วัน แถมใช้ไฟในวัดในการชาร์จแบตรถกอล์ฟมีตู้ชาร์จถูกจัดสรรวางเป็นระบบแถวเป็นอู่รถภายในวัด

๔.ถนนทางเข้าวัดเป็นที่ดินภาวะจำยอมมอบให้เป็นการใช้เส้นทาง แต่ก็ยังมีการจัดสรรงบรัฐบาลโดยผ่าน อบต.จัดสรรงบนำหินคลุกมาลงทำถนนได้ งบคร่าวๆที่ทราบมาเป็นเงินทั้งสิ้นราวๆ 4-5 ล้านบาท

๕.ใช้ริมถนนทางเข้า ซึ่งเป็นที่ดินภาวะจำยอมดั่งกล่าว มาเป็นการจัดการระบบแผงร้านเปิดค่าเช่าให้ ปชช.มาเช่าทำการค้าแผงตลาดเพื่อเป็นรายได้โดยจัดเก็บค่าเช่าแผงตารางเมตรละ 720 บาท /อาทิตย์  และ 2 ตารางเมตรในราคา 1,420 บาท/อาทิตย์ พวงมาลัยที่เอามาบังคับผูกขาดรับจากเจ้าเดียวเพื่อเอามาขาย ดอกไม้แบบกำห้ามขายอ้างว่าเป็นขยะทำลายยาก บังคับรับขายจากแบบร้อยพวงโดยผ่านการซื้อจากอิทธิพลคนหนึ่ง

๖.บีบรัด-กีดกันเอาเปรียบ ปชช.ที่มีที่ดินรอบข้างบริเวณวัด(ติดกับวัด) ที่ให้จอดรถฟรีแบบน่าเกลียด ถ้าใครเอารถมาจอดที่จอดรถฟรีก็จะเข้าวัดไม่ได้ ล่าสุดเมื่อวันที่ 10/11/60 จะมีคนของทางวัดเอาเชือกฟางมัดขึงกั้นไว้ห้ามเข้า และล่าสุดคืนวันที่ 11/11/60 จะมีคนแอบมาตอนกลางคืนเอาลวดหนาวมาขึงแล้ว โดยมีแผนบีบห้ามมีคนเข้าจากด้านข้างวัด ต้องการให้ผู้คนไปใช้รถบริการที่ถูกจัดไว้เท่านั้น..

๗.พื้นที่ด้านหน้าตั้งแต่ถนนหลวง(เมนหลัก)ถึงบริเวณวัดเป็นพื้นที่ที่มีคนมาเซ็นสัญญาเช่าพื้นที่เพื่อทำนา แต่ด้านหน้าที่ติดถนนเมนหลวงถูกแบ่งที่ดินและถมดินเป็นพื้นที่ให้บริการการเก็บค่าบริการการจอดรถไปแล้ว แถมยังเปิดทางเข้าลัดมาประกบกลับถนนทางเข้าร่วมกับถนนของที่ดินภาวะจำยอมได้

๘.ชาวบ้านเคยยื่นหนังสือร้องเรียนไปที่ศูนย์ดำรงค์ธรรม แต่เรื่องก็ยังเงียบหาย ไร้ความคืบหน้าในการจัดการ


 ทำใมถึงให้มีการจัดการระบบกันแบบนี้?? ใครกันแน่ที่มาแฝงครอบงำให้มีการจัดการระบบ?? เจ้าอาวาสคนเก่าทำใมถึงหนีไป?? ผู้ที่ตั้งใจจะมาทำบุญหรือสวดมนต์ถ้าจะเข้าวัดทำใมต้องลำบากขนาดนี้?? เมื่อปี 57″ขับรถเข้าได้จอดได้แบบสบาย ระบบการจัดการ ณ.ขณะนี้ ใครร่วมมือกับใครในการจัดตั้งระบบกันขึ้นมา??

และนี่คือข้อมูลที่ชาวบ้านร้องเรียนผ่านสื่อเข้ามาหวังว่าผู้มีอำนาจหน้าที่ในเรื่องนี้ควรเข้าไปตรวจสอบดู และคงให้คำตอบกับ ประชาชนได้

Facebook Comments
%d bloggers like this: