ตำรวจ ท่องเที่ยวปิดล้อมและตรวจค้นคนผิวสี ซอยคาวบอย แยกอโศก

ตำรวจ ท่องเที่ยวปิดล้อมและตรวจค้นคนผิวสี ซอยคาวบอย แยกอโศก

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 01:00 น. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาลรอง ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจท่องเที่ยว สนธิกำลังกับ ตำรวจท่องเที่ยว / ตำรวจกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ 191 / อรินทราช ตำรวจปราบปรามยาเสพติด/ ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง  ตรวจค้นอหล่งท่องเที่ยวสำคัญ และที่พักอาศัย ที่ต่างชาติผิวสีนิยมไปเที่ยวและพักอาศัย เพื่อตรวจสอบและปราบปรามชาวต่างชาติผิวสี ที่แฝงตัวอยู่ในเมืองไทย และเข้ามาก่อเหตุอาชญากรรมต่างๆ ทั่วประเทศ 110จุด จับผู้ต้องหาได้เป็นคนผิวสีทั้งหมด 78 คน ใน3ข้อหาใหญ่ๆ คือ 1. เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาหรืออยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด หรือที่เรียกกันว่า Oversyay อยู่เกินกำหนด  2.เป็นต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง โดยไม่ได้รับอนุญาต และ 3.เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต

โดยส่วนใหญ่ที่เข้ามา ก็เดินทางเข้ามาในลักษณะวีซ่านักท่องเที่ยว อนุญาติให้อยู่ในราชอาณาจักร 7-15วัน หลังจากนั้นกลุ่นคนพวกนี้ก็จะอยู่ในประเทศไทยต่อไป ทั้งๆที่รู้เกินวันเวลาที่กำหนด ซึ่งหบังจากอยู่ไปได้สักระยะ กลุ่มคนพวกนี้จะเริ่มผันตัวเอง ไปก่ออาชญากรรม เช่นค้ามนุษย์ โสเภณี ยาเสพติด แก๊งสแกมเมอร์ บางคนก็มาในรูปแบบครูสอนภาษา ในโรงเรียนรานาชาติ / บาทหลวง / และนักฟุตบอล

สำหรับกลุ่มที่เข้ามาในกลุ่มนักฟุตบอลก็คล้ายกัน เข้ามาด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว เมื่อคบกำหนดเวลาก็ยังไม่กลัว ผันตัวเองไปรับจ้างเตะบอลตามสโมสรต่างๆ หรือเป็นแม๊ตๆไป และสโมสรที่เข้าไปเล่น หรือเกมส์ที่เข้าไปรับจ้างก็จะเป็นหลีกเล็กๆ  อย่างเช่นระดับภูมิภาค หรือลีกดิวิชั่น2 ส่วนสโมสรใหญ่ๆหรือลีกใหญ่จะไม่มี

ส่วนต่างชาติผิวสี กลุ่มที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยและก่อเหตุส่วนใหญ่มาจาก ประเทศอูกันดา ลาวันดา อินเดีย อุซเบกิสถาน แคนนาดา เวียดนาม บางกลาเทศ พม่า ลาว และกัมพูชาเป็นต้น โดยหลังจากที่เข้าหน้าที่ได้จับกุมบุคคลเหล่านี้ เราไปปีะสานกับตำรวจตรวจคนเข้าเมิง เพื่อจะทำการผลักดันออกนอกประเทศ มีการตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด และตรวจดีเอ็นเอ เพื่อป้องกันการปลอมแปรงใบหน้าแล้วกลับเข้ามาก้อเหตุในประเทศอีกครั้ง ส่วนกรณีผู้ที่ลี้ภัย ของข้าบาทหลวงใหญ่ได้มีการจัดหาที่พักไว้แล้ว หากพบว่าบุคคลบร้ภัยออกมาเทียวหรือพักด้านนอกก็สามารถจับดำเนินคดีได่เช่นกัน

คำรพ 61  ทีมงานเรื่องจริงผ่านเลนส์รายงาน
 

Facebook Comments
%d bloggers like this: