มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอเชิญร่วมพิธีอัญเชิญองค์จำลองเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว จากมูลนิธิมิตรภาพสามัคคี (ท่งเซียเซี่ยงตึ๊ง) หาดใหญ่ มาประทับ ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ 


มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอเชิญร่วมพิธีอัญเชิญองค์จำลองเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว จากมูลนิธิมิตรภาพสามัคคี (ท่งเซียเซี่ยงตึ๊ง) หาดใหญ่ มาประทับ ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ 

17-21 มีนาคม 2561

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้อัญเชิญองค์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว จากมูลนิธิมิตรภาพสามัคคี (ท่งเซียเซี่ยงตึ๊ง) หาดใหญ่ พร้อมด้วยองค์ไต้ฮงกง  องค์แป๊ะกง และองค์หล่าจา ในวันเสาร์ที่ 17 มีนาคม เวลา 18.00 น. ทำพิธีอัญเชิญเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวประทับ ณ ด้านหลังเก๋งหลวงปู่ไต้ฮง หน้าอาคารสำนักงานใหญ่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เพื่อให้ประชาชนเข้าสักการะ (ระหว่างวันที่ 18-20 มีนาคม เปิดให้สักการะได้ตั้งแต่เวลา 06.00-22.00 น.) โดยทางมูลนิธิ ฯ ได้จัดเตรียมชุดเครื่องไหว้ไว้บริการ ประกอบด้วย สร้อยมุก 2 เส้น ,พวงมาลัย 1 พวง, ขนมมงคล, ชุดกระดาษไหว้พร้อมธูปเทียน 1 ชุด  และจะทำพิธีส่งเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวกลับหาดใหญ่ ในวันพุธที่ 21 มีนาคม เวลา 18.30 น.  


ประวัติความเป็นมา —-

เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว เป็นตำนานที่เล่าขานกันมานับร้อยปี ประดิษฐานอยู่ที่ศาลเจ้าเล่งจูเกียง จังหวัดปัตตานี แต่คนทั่วไปมักเรียกกันว่า ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ตามตำนานเล่ากันว่า เดิมเมืองปัตตานีซึ่งเป็นเมืองท่าสำคัญ มีเรือสินค้าจากต่างเมืองแวะมาขนถ่ายสินค้าเป็นประจำ พ่อค้าหนุ่มชาวจีนชื่อว่า ลิ้มโต๊ะเคี่ยม ได้มาแวะที่เมืองแห่งนี้ และได้นำสินค้าเครื่องบรรณาการต่างๆ ไปมอบให้กับเจ้าเมืองตานี (ชื่อเรียกในสมัยนั้น) และได้มีโอกาสพบกับธิดาของเจ้าเมือง ทั้งคู่ต่างตกหลุมรักซึ่งกันและกัน แต่ติดที่ว่า ฝ่ายชายเป็นคนต่างชาติ ต่างศาสนา เจ้าเมืองจึงขอให้หนุ่มลิ้มโต๊ะเคี่ยมเปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม ซึ่งลิ้มโต๊ะเคี่ยมก็ยอม และให้เรือสำเภากลับไปยังเมืองจีน เพื่อส่งข่าวให้มารดาของตนรู้ว่า ตนจะตั้งหลักแหล่งอยู่ที่เมืองตานีไม่กลับไปเมืองจีนอีก ฝ่ายมารดาเมื่อทราบข่าว ก็เศร้าโศกเสียใจมากนางลิ้มกอเหนี่ยวผู้เป็นน้องสาวของลิ้มโต๊ะเคี่ยมเมื่อทราบข่าว จึงเดินทางมายังเมืองตานี และได้พบว่าพี่ชายของตนเปลี่ยนไปนับถือศาสนาอิสลาม และกำลังจะเป็นแรงหลักที่จะช่วยเจ้าเมืองตานีก่อสร้างมัสยิดหลังใหญ่ ที่กรือเซะเพื่อให้เป็นอนุสรณ์ทางศาสนา ซึ่งในความคิดของนางเห็นว่าเป็นเรื่องผิดมหันต์ นางได้พยายามขอร้องพี่ชายให้วางมือจากการก่อสร้าง แต่ลิ้มโต๊ะเคี่ยมไม่ยอมฟังเสียงทัดทานใดๆ ทั้งสิ้น นางลิ้มกอเหนี่ยวจึงลั่นวาจาสาปแช่งพี่ชายไม่ให้สร้างมัสยิดได้สำเร็จ แล้วจากนั้น นางก็ตัดสินใจผูกคอตายที่ต้นมะม่วงหิมพานต์ที่อยู่หน้ามัสยิดที่กำลังสร้างนั่นเอง
ลิ้มโต๊ะเคี่ยมเสียใจมาก จึงนำศพน้องสาวฝังไว้ใต้ต้นมะม่วงหิมพานต์ต้นนั้น พร้อมทั้งเดินหน้าสร้างมัสยิดต่อไป ด้วยหวังให้เป็นอนุสรณ์แด่น้องสาวด้วย แต่ปรากฏว่า เมื่อสร้างไปได้ถึงยอดโดมอันเป็นสัญลักษณ์สำคัญของมัสยิด ก็เกิดเหตุฟ้าผ่าลงมา ทำให้ยอดโดมพังทลายลงมา และหลังจากนั้นก็เกิดเหตุการณ์เดิมๆ ซ้ำอีก ทำให้ลิ้มโต๊ะเคี่ยมนึกถึงคำสาปแช่งของนางลิ้มกอเหนี่ยว จึงสั่งให้คนวางมือจากการก่อสร้างเสีย

ปัจจุบัน มัสยิดดังกล่าว คงโครงร่างการก่อสร้างไว้ ขาดแต่เพียงยอดโดมที่ไม่ประสบความสำเร็จ และเรื่องดังกล่าวได้บอกต่อกันไป ทำให้ผู้คนพากันร่ำลือถึงความศักดิ์สิทธิ์ และพากันเดินทางมากราบไหว้ และบนบานศาลกล่าวขอให้เจ้าแม่ช่วยขจัดปัดเป่าความทุกข์ต่างๆ ต่อมามีคนนำกิ่งมะม่วงหิมพานต์ที่นางลิ้มกอเหนี่ยวผูกคอตายไปแกะสลักเป็นรูปเหมือนของนาง และสร้างศาลเล็กๆ ไว้ใต้ต้นมะม่วงหินพานต์ และนำรูปแกะสลักไปประดิษฐานไว้ให้ผู้คนเคารพบูชา

จากความเลื่อมใสศรัทธาในองค์เจ้าแม่ ทำให้พระจีนคณานุรักษ์ ซึ่งเป็นหัวหน้าชาวจีนปัตตานีในขณะนั้น มองว่าศาลเจ้าแม่ที่กรือเซะอยู่ห่างไกลจากตัวเมืองมาก จึงได้อัญเชิญดวงวิญญาณของเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวพร้อมรูปจำลองไม้แกะสลักจากกรือเซะ มาประดิษฐานที่ศาลเจ้าซูก๋ง ที่อยู่กลางเมืองปัตตานีแทน พร้อมทั้งตั้งชื่อศาลเจ้าแม่ใหม่ว่า ศาลเจ้าเล่งจูเกียง แปลว่า ศาลเทพเจ้าแห่งความเมตตา

นอกจากที่ปัตตานีแล้ว ที่โรงเจจี่เต็กลิ้ม จังหวัดนครปฐม ก็มีรูปแกะสลักของเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวให้สักการะบูชาด้วย ซึ่งตามตำนานบอกว่า ช่างที่แกะสลักองค์เจ้าแม่นั้น ได้แกะสลักขึ้นมาสององค์ แต่แรกตั้งใจจะเก็บไว้บูชาเององค์หนึ่ง แต่เจ้าแม่ได้มาเข้าฝันบอกให้มาถวายไว้ที่โรงเจแห่งนี้ เพื่อให้ลูกหลานเดินทางมาไหว้ได้โดยสะดวก


ภาพ – ข่าวโดย

มนตรี กู้ภัย 201

ดิส  จิรศักดิ์  กู้ภัย 148 

ฝ่ายข่าวสื่อสารองค์กร

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย

Facebook Comments
%d bloggers like this: