พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.(ปป) พร้อมด้วย พล.ต.ท.จิตติ  รอดบางยาง ผบช.ภ.2 ร่วมประชุมบริหารราชการตำรวจภูธรภาค 2 โดยมี ข้าราชการตำรวจ ระดับ ผกก.ขึ้นไปทุกนายในสังกัด ภ.2 และข้าราชการตำรวจที่ได้รับการแต่งตั้งโยกย้าย ระดับ รอง ผบก.-สว. ในวาระประจำปี 2560 เข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียง ณ  ห้องประชุม ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 2 จว.ชลบุรี  


วันนี้ (23 มี.ค.61) เวลา 13.00 น.   พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.(ปป) พร้อมด้วย พล.ต.ท.จิตติ  รอดบางยาง ผบช.ภ.2 ร่วมประชุมบริหารราชการตำรวจภูธรภาค 2 โดยมี ข้าราชการตำรวจ ระดับ ผกก.ขึ้นไปทุกนายในสังกัด ภ.2 และข้าราชการตำรวจที่ได้รับการแต่งตั้งโยกย้าย ระดับ รอง ผบก.-สว. ในวาระประจำปี 2560 เข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียง ณ  ห้องประชุม ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 2 จว.ชลบุรี  พร้อมกันนี้ ได้แสดงความชื่นชมและมอบของที่ระลึกให้แก่ ข้าราชการตำรวจผู้ที่ปฏิบัติงานดีเด่น ราย ร.ต.ท.วรพันธ์ แก้วมรกต รองสารวัตรจราจร สถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา ตลอดจนผู้บังคับบัญชา ที่มุ่งมั่นตั้งใจดูแลความปลอดภัยให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว โดยได้ช่วยปั๊มหัวใจช่วยชีวิตนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย จนพ้นขีดอันตรายได้ 


ในครั้งนี้ รอง ผบ.ตร.(ปป) ได้มอบนโยบายและข้อราชการสำคัญ ดังนี้  1.การขับเคลื่อนงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ตามแผนป้องกันปราบปรามอาชญากรรม  ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปี 2561 ภายใต้แผนปฏิบัติการ “พิทักษ์ภัยให้ประชาชน 2561” เน้นงานสำคัญ 4 ด้าน คือ ด้านป้องกันอาชญากรรม มุ่งเน้นการป้องกันอาชญากรรมเชิงรุก ป้องกันไม่ให้มีเหตุเกิดขึ้น ด้วยการพัฒนาการจัดระบบสายตรวจ  ด้านปราบปรามอาชญากรรม ทุกสถานีตำรวจจะต้องระดมกวาดล้างอาชญากรรม อย่างน้อย 10 วันต่อเดือน   ระดับตำรวจภูธรจังหวัดต้องปิดล้อมตรวจค้นทุกวันที่ 10 20 และ 30 ของทุกเดือน   เน้นกลุ่มเป้าหมาย อาวุธปืน/อาวุธสงคราม  ยาเสพติด  หมายจับค้างเก่า การจัดระเบียบสังคม  นักเรียนก่อเหตุทะเลาะวิวาท   การแข่งรถในทาง   พื้นที่เสี่ยงเกิดอาชญากรรมทุกประเภท  และหนี้นอกระบบ  ด้านการมีส่วนร่วมของประชาชนและอาชญากรรมพิเศษ  ให้แนวทางในการปฏิบัติงานการมีส่วนร่วมและการประสานงานกับศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมพิเศษต่างๆ ไว้แล้ว   ขอให้ไปตรวจสอบ/ดำเนินการให้เป็นไปตามแนวทาง และข้อสั่งการดังกล่าว  และการขับเคลื่อน และการประเมินผล จะมีการติดตาม ประเมินผล  ทั้งในเชิงปริมาณ และ เชิงคุณภาพ  โดยมอบหมาย ท่านผู้ช่วย ผบ.ตร.(ปป)  รับผิดชอบพื้นที่ ในการขับเคลื่อนนโยบายงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ให้บรรลุเป้าหมาย
2.การประเมินผลงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ตามแผนพิทักษ์ภัยให้ประชาชน 2561 ตามแนวทางการตรวจประเมินผลการป้องกันอาชญากรรม 3 ส่วน ได้แก่ การบริหารระบบงานสายตรวจ การประเมินประสิทธิภาพการควบคุมสั่งการของศูนย์วิทยุ สน./สภ. และศูนย์รับแจ้งเหตุ 191  เสริมการปฏิบัติด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย  Police I Lert U  และการประเมินผลการควบคุมคดีอัตราการเกิดจากสถิติคดีอาญา ๔ กลุ่ม  โดยจะให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการระดับ บก./ภ.จว. พิจารณาคัดเลือกสถานีตำรวจ ที่มีการบริหารจัดการงานป้องกันอาชญากรรม ตามแบบประเมินที่กำหนด  

3.การตรวจยกระดับบริการประชาชนของสถานีตำรวจ ซึ่งช่วงที่ผ่านมาได้ออกสุ่มตรวจหลาย สภ. พบว่าภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดี มีต้องปรับปรุงแก้ไขบ้าง ได้แนะนำไว้แล้ว โดยขอเน้นเรื่องการให้บริการประชาชน   ทั้งในและนอกสถานีตำรวจ รวมทั้งด้านบุคลิกภาพ  ให้ประชาชนเกิดความพึงพอใจ  ประทับใจ  ให้ยกระดับใน 7  ด้าน  (1) บุคลิกภาพตำรวจ (2) ในสถานีตำรวจ : One Stop Service (3) นอกสถานีตำรวจ   (4) งานป้องกันปราบปราม  (5) งานสืบสวน   (6) งานสอบสวน (7) งานจราจร เน้นการแสวงหาความร่วมมือจากประชาชน  นำประชาชนเข้ามามีส่วนช่วยเหลือในกิจการตำรวจ ทุกรูปแบบ    ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบสายตรวจร่วม  การเป็นวิทยากรปรับบุคลิกภาพและทัศนคติ     การใช้ความเป็นศิลปินดาราชักนำกลุ่มเป้าหมาย ฯลฯ  ในส่วนผู้บังคับบัญชา  ต้องเสริมสร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ใต้บังคับบัญชา   จัดหาสวัสดิการต่างๆ เช่น อาหารกลางวัน  รับประทานอาหารกับผู้ใต้บังคับบัญชา  สร้างความสามัคคี และการทำงานเป็นทีม ด้านอาชญากรรมเน้นการป้องกัน   ควบคุมคดีอาญา 4 กลุ่ม     โดยเฉพาะกลุ่ม 1 กลุ่ม 2 จะต้องมีการนำเอาข้อมูลทางคดีที่สามารถควบคุมได้ (Street Crime) มาวิเคราะห์เพื่อใช้เป็นแนวทางในการปรับแผนการจัดสายตรวจ   วางมาตรการควบคุมอัตราการเกิด   แต่หากเกิดคดีขึ้นแล้ว  จะต้องติดตามจับกุมได้โดยเร็ว รวมทั้งนำเทคโนโลยี  นวัตกรรมใหม่ๆ  มาปรับใช้ในการป้องกันอาชญากรรม  เช่น แอพลิเคชั่น Police I lert u  โดยมอบหมาย ท่านผู้ช่วย ผบ.ตร.(ปป) และท่าน ผบช. ช่วยกันออกตรวจสอบ  ติดตาม  การทำงานของสถานีตำรวจ ทุกสถานีตำรวจ  ให้เป็นไปตามนโยบาย รอง นรม.(สร.2)  และแนวทางที่ ตร. รวมทั้งคณะทำงานขับเคลื่อนฯ กำหนดเพิ่มเติม อย่างจริงจัง   
4. การปฏิบัติงานตามแนวนโยบายโครงการไทยนิยม ยั่งยืน ของ ตร. ตามคำสั่ง ตร.ที่ 72/2561 ลง 23 ก.พ.61  แต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินการตามโครงการไทยนิยม ยั่งยืน ของ ตร.  เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศตามนโยบายรัฐบาล โดยได้มีคำสั่งแต่งตั้ง  คณะทำงานขับเคลื่อนการดำเนินโครงการไทยนิยม ยั่งยืน ในระดับพื้นที่ ดำเนินการตามกรอบการดำเนินงานตามโครงการฯ ที่ ตร. รับผิดชอบ 3 ส่วน  ได้แก่  การร่วมแก้ไขปัญหายาเสพติด งานตามภารกิจของหน่วยงาน ตามแนวทางการยกระดับบริการประชาชนของสถานีตำรวจ และการสนับสนุนภารกิจของหน่วยงานอื่น 

และพร้อมกันนี้ ได้เน้นย้ำในการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจ  สายงานป้องกันปราบปราม โดยให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ  เข้มงวดกวดขัน  กำชับ  เรื่องการแต่งกายให้เรียบร้อย  ตัดผมสั้น  และงดเว้นการสวมใส่แว่นตาดำ ขณะปฏิบัติหน้าที่  เว้นแต่ข้าราชการตำรวจที่มีปัญหาด้านสายตา/ตาอักเสบ จากความเห็นของแพทย์    และข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพตา  อนุโลมให้สวมใส่แว่นดำได้ แต่จะต้องเป็นแว่นดำที่มีลักษณะที่เหมาะสมเท่านั้น  ห้ามใช้แว่นแฟชั่น หรือแว่นที่มีการเคลือบปรอทสีต่างๆ  เพื่อให้สอดคล้องตาม ประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ ที่กำหนดไว้นั้นครับ


Facebook Comments
%d bloggers like this: