“รฟท.!!คุมเข้มมาตรการ 4 ม. รักษาความปลอดภัยในช่วงเทศกาลสงกรานต์!!!

“การรถไฟแห่งประเทศไทย สนับสนุนนโยบายโครงการรณรงค์ลดอุบัติเหตุ สงกรานต์ปลอดภัยตายเป็นศูนย์ เพิ่มมาตรการรักษาความความปลอดภัย คุมเข้มบนขบวนรถและสถานีรถไฟให้ปลอดแอลกอฮอล์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยขอความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ในการอำนวยความสะดวกและให้บริการ พร้อมเน้นย้ำพนักงานขับรถ ก่อนเคลื่อนขบวนรถแอลกอฮอล์ต้องเป็นศูนย์สร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางโดยรถไฟ!!!

วันนี้( 11 เมษายน 2561) ณ สถานีรถไฟกรุงเทพ(หัวลำโพง) นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานเปิดโครงการรณรงค์ลดอุบัติเหตุทางถนน สงกรานต์ปลอดภัยตายเป็นศูนย์ พร้อมด้วยนายทนงศักดิ์ พงษ์ประเสริฐ รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการเดินรถ การรถไฟแห่งประเทศไทย นายแพทย์แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ เพื่อรณรงค์ให้คนไทยไม่ขับรถเมื่อเมาสุรา ซึ่งนายอานนท์ฯ ได้เปิดเผยว่า ในส่วนของการรถไฟฯ ได้ให้ความร่วมมือสนับสนุนนโยบายเมาไม่ขับ โดยมีการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในลมหายใจ การตรวจหาสารเสพติดให้กับพนักงานขับรถ เจ้าหน้าที่ประจำขบวนรถ และประจำสถานี ก่อนปฏิบัติหน้าที่ พร้อมทั้งได้สั่งการให้เพิ่มความเข้มงวดเรื่องห้ามจำหน่ายและดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และสารเสพติด บนขบวนรถและบริเวณสถานีรถไฟ โดยได้ประสานงานขอความร่วมมือไปยังบังคับการตำรวจรถไฟ เพื่อเพิ่มความเข้มงวดการรักษาความปลอดภัย

นายทนงศักดิ์ฯ กล่าวว่า นอกจากนี้ได้เตรียมแผนมาตรการด้านความปลอดภัยในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ
การเดินขบวนรถ ดังนี้
1. มาตรการด้านพนักงาน กวดขันพนักงานด้านปฏิบัติการ (Operating) ของทุกฝ่าย เช่น นายสถานี พนักงานรักษารถ พนักงานห้ามล้อ พนักงานกั้นถนน พนักงานขับรถ พนักงานช่างเครื่องฯลฯ ให้ถือปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด ระดมพนักงานด้านช่างเทคนิคต่าง ๆ ประจำอยู่ที่ศูนย์กลางกรุงเทพ เพื่อประสานงานและติดตาม หรือสั่งการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ในช่วงเทศกาลตลอด 24 ชั่วโมง และจัดตั้งศูนย์ปลอดภัยประจำการรถไฟฯ และศูนย์ปลอดภัยตามภูมิภาครวม 5 เขต คือ เขต 1 ศูนย์ปลอดภัยประจำอยู่ที่สถานีกรุงเทพ เขต 2 ศูนย์ปลอดภัยประจำอยู่ที่สถานีนครราชสีมา เขต 3 ศูนย์ปลอดภัยประจำอยู่ที่สถานีอุตรดิตถ์ เขต 4 ศูนย์ปลอดภัยประจำอยู่ที่สถานีชุมพร เขต 5 ศูนย์ปลอดภัยประจำอยู่ที่สถานีชุดทางหาดใหญ่ ศูนย์ปลอดภัยทั้ง 5 เขต จะมีเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อควบคุม ติดตาม ประสานงานกับศูนย์ประสานการปฏิบัติการเตรียมความพร้อมด้านขนส่ง (จังหวัด) ปรสานกับศูนย์ปลอดภัยกระทรวงคมนาคม หรือประสานกับส่วนราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
2. มาตรการด้านรถจักร/รถพ่วง ตรวจสอบสภาพรถจักร รถพ่วง อุปกรณ์ล้อเลื่อนต่าง ๆ ให้มีความสมบูรณ์พร้อมใช้งาน และหมั่นตรวจสอบความผิดปกติของอุปกรณ์ล้อเลื่อนต่าง ๆ ขณะทำขบวนระหว่างทาง และก่อนนำออกใช้งาน หากสถานีใดกำหนดให้ขบวนรถหยุดมากกว่า 10 นาทีขึ้นไป พนักงานด้านเทคนิคต่าง ๆ เช่นพนักงานตรวจกล ช่างไฟฟ้า นายสถานี พนักงานรักษารถ ต้องร่วมกันตรวจสอบความเรียบร้อย ความมบูรณ์ของรถจักร รถพ่วง อุปกรณ์ล้อเลื่อนต่าง ๆ อีกครั้งหนึ่ง
3. มาตรการด้านทาง จัดพนักงานตรวจสภาพทางอย่างน้อยวันละครั้ง และเพิ่มความถี่ในการออกตรวจในช่วงเทศกาล ขจัดทัศนวิสัยสองข้างทางรถไฟโดยเฉพาะบริเวณจุดตัดระหว่างทางรถไฟกับทางถนนเพื่อมิให้เป็นปัญหาอุปสรรคต่อการเดินรถ พนักงานขบวนรถสามารถมองเห็นสภาพสองข้างทางได้อย่างสะดวก ชัดเจน สามารถมองเห็นอาณัติสัญญาณต่าง ๆ หรือเห็นยวดยานพาหนะต่าง ๆ ที่ขับผ่านถนนเสมอระดับทางรถไฟได้อย่างสะดวก ชัดเจน หรือในทางกลับกัน ผู้ขับขี่ยวดยานพาหนะสามารถมองเห็นขบวนรถไฟ อาณัติสัญญาณได้อย่างสะดวก ชัดเจน เช่นเดียวกัน 4. มาตรการด้านอาณัติสัญญาณ ตรวจสอบอุปกรณ์เครื่องอาณัติสัญญาณโทรคมนาคม เช่น เสาอาณัติสัญญาณไฟสี เครื่องทางสะดวก เครื่องกั้นถนน เครื่องโทรศัพท์ควบคุมการเดินรถ ที่เกี่ยวข้องกับการเดินรถให้สามารถใช้งานได้ดีตลอดเวลา โดยจัดเจ้าหน้าที่ออกตรวจวันละ 2 ครั้ง นอกจากนี้ได้เพิ่มป้ายเตือนต่าง ๆ ในบริเวณทางผ่านที่มีเครื่องกั้นอัติโนมัติ และเครื่องกั้นชนิดแผงกั้น โดยทำการปรับปรุง ทาสี ให้สามารถมองเห็นได้อย่างสะดวก ชัดเจนมากยิ่งขึ้น เพิ่มไฟฟ้าแสดงสว่างให้เพียงพอมิให้เป็นปัญหาอุปสรรคต่อการเดินรถ

นายทนงค์ศักดิ์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้ประสานขอความร่วมมือไปยังกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท องค์การบริหารส่วนตำบล องค์การบริหารส่วนจังหวัด และสถานีตำรวจภูธร ในเขตแต่ละพื้นที่ร่วมรณรงค์ให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับป้ายเตือน/ป้ายอาณัติสัญญาณ/เครื่องอาณัติสัญญาณต่าง ๆ เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุการเดินทาง นอกจากนั้นได้ขอความร่วมมือมายังประชาชนที่เดินทาง ขอให้ระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยในการโดยสารรถไฟ ห้ามยืนระหว่างหัวต่อรถโดยสาร และห้ามใช้บันไดเป็นที่โดยสาร ห้ามขึ้นรถในขณะที่รถกำลังเคลื่อนที่เพราะอาจพลัดตกเสียชีวิตได้ ระมัดระวังทรัพย์สินมีค่าของท่าน อย่าฝากสิ่งของที่มีค่าไว้กับบุคคลแปลกหน้า ห้ามจำหน่าย และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และสารเสพติด บนขบวนรถและสถานีรถไฟ เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ หมายเลขโทรศัพท์สายด่วน 1690 ตลอด 24ชั่วโมง หรือ www.railway.co.th หรือเฟชบุ๊ก

Facebook Comments
%d bloggers like this: