ตำรวจท่องเที่ยวทลายเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติและการท่องเที่ยว ครั้งที่9


ตำรวจท่องเที่ยวทลายเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติและการท่องเที่ยว ครั้งที่9


เมื่อเวลา 02:00 วันที่26 เมษายน 2561

ที่ด้านหน้าโรงแรมมณเฑียร  ตามนโยบายของรัฐบาล ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติกวดขันจับกลุ่มกลุ่มชาวต่างชาติที่เข้ามาในประเทศโดยแอบแฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยว เพื่อเข้ามาก่ออาชญากรรม ข้ามชาติและอาชญากรรม ที่กระทบกับความมั่นคงส่งผลต่อภาพลักษณ์และการท่องเที่ยวของประเทศไทย เช่น กลุ่มเครือข่ายหลอกลวงแต่งงาน กลุ่มเครือข่ายผลิตและปลอมบัตรเครดิต กลุ่มชาวต่างชาติที่ตั้งตัวเป็นกลุ่มกระทำความผิดอาชญากรรมต่างๆ และยาเสพติด รวมถึงกลุ่มชาวต่างชาติพักอาศัยอยู่ในประเทศโดยการอนุญาตสิ้นสุดลง ซึ่งในปัจจุบันได้พัฒนาวิธีการกระทำความผิดให้มีความซับซ้อน และหลบเลี่ยงการตรวจจับของเจ้าหน้าที่รัฐ 


สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงสนองนโยบายรัฐบาล กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวโดย พลตำรวจตรีสุรเชษฐ หักพาล รอง ผบช.ทท. พลตำรวจตรีประเสริฐ เงินยวง ผบก.ทท.1 พันตำรวจเอกพนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบก.ทท.2.พันตำรวจเอกอาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท.1 พันตำรวจเอกนิธิธร จินตกานนนท์ รอง ผบก.สปพ พันตำรวจเอกศารุติ แขวงโสภา รอง ผบก.ทท.1 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวทุกสถานีปฎิบัติการออกระดมกวาดล้างอาชญากรรม และบูรณาการกำลังจากหน่วยงานภาครัฐหลายฝ่ายประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ 191 หน่วยอริทราช 26 หน่วยรบพิเศษสยบไพรีจากกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่สุนัขตำรวจ หน่วยทหาร ชุดรักษาความสงบ โดยมีผลการปฏิบัติที่สำคัญดังนี้ 


1. โดยร่วมกันปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายบุคคลต่างด้าวที่อยู่ในประเทศไทยโดยผิดกฎหมายจำนวน 118 เป้าหมาย ทั่วประเทศ สามารถทำการจับกุมผู้ต้องหาได้ ทั้งหมด 93 ราย มีรายละเอียดดังนี้ 


จับกุมข้อหา เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยสิ้นสุดการอนุญาต จำนวน 18 ราย  จับกุมข้อหา เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำนวน 62 ราย จับกุมข้อหาอื่นๆ จำนวน 13 ราย 

ในการตรวจสอบครั้งนี้ ได้ทำการตรวจสอบเป้าหมายจำนวนทั้งสิ้น 118 เป้าหมาย ตั้งไปเปอร์ไหมโรงเรียนนานาชาติ 3 เป้าหมาย สถาบันสอนภาษา 9 เป้าหมาย โรงเรียนสามัญ 60 เป้าหมาย เป้าหมายอื่นๆจำนวน 46  เป้าหมาย  รวม ยุทธการ 23 ครั้งตรวจค้นเป้าหมาย 3247 เป้าหมายจับกุมผู้กระทำความผิดได้ทั้งหมด 1024 ราย

2.ได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาตาม หมายจับศาลอาญา คดีเกี่ยวกับยาเสพติด  พฤติการณ์ในการจับกุมกล่าวหาคือ เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการสายตรวจ และปฏิบัติการพิเศษได้สืบทราบว่า นายเอสซีโอซา เอ็นนัมดิลัคกี้ อายุ 35 ปี สัญชาติไนจีเรีย หนังสือเดินทางเลขที่ A50212774 ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญา ที่ 138/2561 ลงวันที่ 10 เมษายน พ.ศ.2561 อาศัยอยู่บริเวณ ดีคอนโด ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 จึงได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเฝ้าสังเกตการณ์ เมื่อพบชาวต่างชาติตำหนิรูปพรรณ เดียวกับผู้ต้องหา จึงแสดงหมายจับ และร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหาดังกล่าวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวต่ออีกว่า จากการตรวจสอบต่างชาติที่เข้ามาก่ออาชญากรรมข้ามชาติ ทั้งกลุ่มเครือข่ายหลอกลวงแต่งงาน (Romance Scam) กลุ่มเครือข่ายผลิตและปลอมบัตรเครดิต (Skimming) และยาเสพติด ส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติผิวสี ทั้งไนจีเรีย และกินี บางรายมีเงินในบัญชี3-4แสนบาทโดยไม่มีที่มาที่ไป ซึ่งภายหลังการจับกุมจะทำการตรวจดีเอ็นเอเพื่อเป็นข้อมูลขึ้นบัญชีดำ และผลักดันกลับประเทศต้นทางเพื่อไม่ให้กลับมากระทำความผิดในประเทศไทยได้อีก อย่างไรก็ตามจากการปฏิบัติการ1,024ครั้ง สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้กว่า4,000ราย และพบว่าการก่อเหตุอาชญากรรมข้ามชาติในพื้นที่เมืองหลวงลดลงอย่างมากอีกด้วย





คำรพ 61 ทีมงานเรื่องจริงผ่านเลนส์ รายงาน

Leave a Reply

%d bloggers like this: