“ขสมก..!! ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีนายสามารถ ราชพลสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์รายการสืบจากข่าวเกี่ยวกับโครงการจัดซื้อรถโดยสารปรับอากาศใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (NGV) 489 คัน!!

ตามที่ นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์รายการสืบจากข่าวเมื่อวันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๖๑ โดยมีความเห็นอันอาจทำให้สาธารณะชนคลาดเคลื่อนต่อข้อเท็จจริงต่อการดำเนินโครงการจัดซื้อรถโดยสารปรับอากาศใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (NGV) จำนวน 489 คัน โดยในรายการดังกล่าวใช้หัวข้อการสนทนาว่า “จับไต๋ ขสมก.โกหกคำโต ประมูลรถเมล์เอ็นจีวี” นั้น

องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ขอเรียนชี้แจงว่า การดำเนินโครงการจัดซื้อ
รถโดยสารปรับอากาศฯ ดังกล่าว ขสมก. ได้ดำเนินโครงการอย่างโปร่งใส และมีความถูกต้องตามขั้นตอนของการจัดซื้อจัดจ้างในทุกขั้นตอนตามกฎหมาย และการประกวดราคาอันเป็นผลผูกพันสัญญาครั้งนี้ เป็นผลจากการประกวดราคาครั้งที่ ๘ ซึ่งเกิดจากความระมัดระวังในการดำเนินงานในทุกขั้นตอนให้เป็นที่ยอมรับของทุกภาคส่วน ภายใต้ข้อสัญญาคุณธรรม และมีจุดมุ่งหมายที่จะทำให้ประชาชนได้ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะรุ่นใหม่ของ ขสมก. ที่มีคุณภาพสูงที่สุดภายใต้กรอบวงเงินงบประมาณที่ได้รับ โดยได้รับความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยของรัฐ หน่วยงานกลางและองค์กรของรัฐ และองค์กรต่อต้านคอร์รับชัน ร่วมมือกันตั้งแต่ขั้นตอนการร่างข้อกำหนดขอบเขตของงาน และคุณลักษณะของรถโดยสาร และได้ให้โอกาสในการประกวดราคาแก่ผู้ที่สนใจในการประกวดราคาครั้งที่ผ่าน ๆ มาครบถ้วน (เว้นแต่ผู้ที่ละทิ้งงานในการประกวดราคาครั้งที่ผ่านมา) มีผู้เข้าร่วมการเสนอราคา รวม 11 ราย แต่ท้ายที่สุดมีผู้เสนอราคาเพียง ๑ ราย ที่สามารถดำเนินการพิจารณาผลต่อไปได้ ภายใต้ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 ที่ได้กำหนดให้อำนาจไว้

สำหรับกรณีที่มีข้อเท็จจริงว่าผลการประกวดราคาของผู้เสนอราคาในครั้งนี้มีกรอบวงเงินที่สูงกว่าราคากลาง แต่เนื่องจากกรอบราคาจัดซื้อสุดท้ายต่อคันรวมค่าซ่อมแซมและบำรุงรักษารถ ภายหลังการดำเนินการต่อรองราคา ยังอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถดำเนินการจัดซื้อภายใต้พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ ต่อไปได้ ขสมก. พิจารณาแล้วเห็นสมควรยอมรับในผลการเจรจาดังกล่าว อันเนื่องมาจากการได้สืบราคาถึงรถชนิด รุ่นเดียวกันที่จัดซื้อในครั้งนี้ ยังมีราคาต่ำกว่าที่เอกชนรายเดียวกันขายให้กับองค์กรอื่นๆ อยู่มาก ประกอบกับการคาดการณ์ถึงความไม่แน่นอนของอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาท ดัชนีผู้บริโภค อัตราเงินเฟ้อ และอัตราค่าแรงขั้นต่ำ ตลอดอายุโครงการ ๑๐ปี อันเป็นผลต่อการประมาณราคาค่าซ่อมแซมในอนาคต โดยในการเจรจาต่อรองราคาครั้งนี้ มีผู้สังเกตการณ์จากองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) เข้าร่วมสังเกตการณ์ด้วย โดยไม่มีการท้วงติงหรือคัดค้านแต่อย่างใด ซึ่งในทางปฏิบัติแล้วหากผู้สังเกตการณ์มีข้อสังเกตหรือคัดค้าน ก็จะมีหนังสือถึงหัวหน้าหน่วยงาน เพื่อทราบและให้ทบทวนการดำเนินการต่อไป

ดังนั้น เพื่อให้องค์การฯ มีรถโดยสารรุ่นใหม่สามารถออกมารับใช้บริการประชาชนโดยเร็วที่สุด จากการที่โครงการดังกล่าวมีความล่าช้าเนิ่นนานมาแล้วมากว่า ๗ ปี ซึ่งส่งผลต่อการปรับปรุงคุณภาพ ประสิทธิภาพการให้บริการประชาชนที่ต้องใช้รถโดยสารเดิมที่มีอายุการใช้งานมากว่า ๒๐ ปีมาโดยตลอด ฝ่ายบริหารและคณะกรรมการบริหารกิจการองค์การฯ จึงได้พิจารณาอย่างรอบคอบตามขั้นตอนของกฎหมาย กฎระเบียบแล้ว และได้ดำเนินการผูกพันในสัญญาดังกล่าว!!

Leave a Reply

%d bloggers like this: