ปฏิบัติการทลายเครือข่ายการค้ามนุษย์และช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์

วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 เวลา 17.30 น. ปฏิบัติการทลายเครือข่ายการค้ามนุษย์และช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์ ตามนโยบายของรัฐบาลในการดําเนินการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ โดยให้ทุกภาคส่วน
ร่วมมือกันป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ซึ่งทั่วโลกตระหนักถึงความซับซ้อนของปัญหา และถือว่าเป็ นภัย
ต่อความมันคงของชาติ ่ สํานักงานตํารวจแห่งชาติจึงได้สนองนโยบายของรัฐบาลกองบัญชาการตํารวจท่องเที่ยวภายใต้
การอํานวยการของ พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี ผบช.ทท., พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท.,พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง
รอง ผบก.1 บช.ทท.,พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ. พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบก.ทท.2จึงได้สั่งการ
ให้เจ้าหน้าที่ตํารวจ ศป.ฉปทน.ตร. ประกอบด้วย พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รอง ผบก.สส.ภ.2, พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง
ผกก.สส.บก.น.4 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตํารวจ กก.3 บก.ทท.2,กก.สส.ภ.6,กก.สส.ภจว.นครสวรรค์,กก.สส.ภจว.
เพชรบูรณ์, สภ.หล่มสัก, เจ้าหน้าที่กระทรวงพัฒนาสังคมและความมันคงของมนุษย์ และเจ้าหน้าที่ ่ NGO ร่วมกนั จับกุม
ผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์ จํานวน 3ราย และช่วยเหลือเหยื่อคดีค้ามนุษย์ จํานวน 5ราย
ผลการปฏิบัติ พบการกระทําความผิดโดยแสวงหาผลประโยชน์จาการค้าประเวณีบุ
คคล ดังนี้
1. นางสาวหฤทัย หรือปู ธรรมมิตร อายุ 41 ปี เชื้อชาติไทย สัญชาติไทย
หมายเลขบัตรประจําตัวประชาชน 3-6798-0003x-xx-x
ที่อยู่71 ถนน สามัคคีชัย ต.หล่มสัก อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์
2.นางสาววัลลี หรือลี กองเกิน อายุ 32 ปี เชื้อชาติไทย สัญชาติไทย
หมายเลขบัตรประจําตัวประชาชน 1-6703-0003x-xx-x
ที่อยู 51 ม.7 ต.บ้านหวาย อ.หล่มสัก จว.เพชรบูรณ์
ผ้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดหล่มสัก ู ที่ 22/2561ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2561
3.นายสมบูรณ์ หรือบุญ บุญอยู อายุ 57 ปี เชื ่ ้อชาติไทย สัญชาติไทย
หมายเลขบัตรประจําตัวประชาชน 3-6701-0102x-xx-x
ที่อยู 110 ม.6 ต.นางั่ว อ.เมืองเพชรบูรณ์ จว.เพชรบูรณ์ ่
ผ้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดหล่มสัก ที่ 23/2561ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2561
ในข้อหา “กระทําการค้ามนุษย์โดยแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบจากการค้าประเวณี ซึ่งเป็ นการกระทําต่อบุคคลอายุ
ไม่เกิน 15 ปี และบุคคลอายุเกิน 15 ปี แต่ไม่ถึง 18 ปี ฯ ต้องระวางโทษต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่หกปี ถึงสิบห้าปี และปรับตั้ง
แต่หกแสนบาทถึงหนึ่งล้านห้าแสนบาท”
และจับกุมผ้ต้องหาในข้อหา ู มั่วสุมในสถานการณ์ค้าประเวณี เพื่อประโยชน์ในการค้าประเวณีของตนเองหรือผ้อื่น รวม ู
จํานวนทั้งสิ้น จํานวน 22 คน เป็ นชาวไทย 11 คน,ชาวลาว 11 คน
พฤติการณ์ในการจับกุม สืบเนื่องจากมูลนิธิพิทักษ์สตรีได้รับแจ้งข้อมูลจากพลเมืองดี ขอให้ช่วยดําเนินการ
ตรวจสอบและช่วยเหลือเด็กและผู้หญิง กรณีพบหญิงสาว สัญชาติลาว อายุตํ่ากว่า 18 ปี และมากกว่า 18 ปี ถูกแสวงหา
ผลประโยชน์ทางเพศ นั้น
จาก การสืบสวน ได้ทราบ ว่านางสาว หฤทัยหรือ ปูธรรมมิตร, นางสาววัลลี หรือ ลี กองเกิน และ นายสมบูรณ์หรือบุญ บุญอยู่ มีพฤติการณ์เป็นธุระจัดหาเด็กและเยาวชนมาขายประเวณีลักษณะเปิดเป็นสถานบริการ
คาราโอเกะโดยมีการแนะนําเด็ก,นําเสนอเด็กในร้านผ่านช่องทางแอปพลิเคชั่น Bee talk และนัดหมายลูกค้าแสวงหาประโยชน์จากการค้าประเวณี คิดค่านายหน้าและค่าตอบแทนจากเด็ก ชุดปฏิบัติการปราบปรามการค้ามนุษย์จึงได้ร่วมมือ
กับองค์กรภาครัฐและเอกชน สืบสวนหาตัวเครือข่ายผู้กระทําความผิด ทําการสืบสวนหาข่าวจนทราบถึงพฤติการณ์การ
จัดหาเด็กมาค้าประเวณีของนางสาวหฤทัยหรือปู, นางสาววัลลีหรือลีและนายสมบูรณ์หรือบุญ จึงได้วางแผนติดต่อล่อซื้อ
เข้าจับกุม และทําการช่วยเหลือเหยื่อที่นางสาวหฤทัยฯ พร้อมพวก ได้ล่อลวงเด็กหญิงมาบังคับค้าประเวณีจํานวน 2 ราย
และสามารถขยายผลไปยังสถานบริการซึ่งเปิดในลักษณะเดียวกันอีกจํานวน 2 แห่ง สามารถช่วยเหลือเหยื่อที่ถูกล่อลวง
จํานวน 3 ราย ซึ่งขณะนี้อยูระหว่างกระบวนการรวบรวมพยานหลักฐานและคัดแยกเหยื่อเพื่อดําเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ผู้บังคับบัญชา ตํารวจเจ้าหน้าที่ภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง จะร่วมกันตรวจกวดขันสถานบริการ หอพัก โรงแรม
ที่มีความเสี่ยงต่อการกระทําผิดค้ามนุษย์ ตามนโยบายของฯพณฯ ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรีที่ให้ทุกภาคส่วนดําเนินการป้องกนและ ั
ปราบปรามการค้ามนุษย์ต่อไป

Facebook Comments
%d bloggers like this: