รมว.แรงงาน หารือร่วมรัฐ เอกชน ขับเคลื่อนการจ้างงานผู้สูงอายุตามแนวทางประชารัฐ

ตั้งเป้าปี 2561 ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีงานทำ 15,600 คน ทำงานแบบมีนายจ้าง รับไปทำที่บ้าน และอาชีพอิสระ พร้อมพัฒนาทักษะฝีมือผู้สูงอายุเพิ่มเพื่อให้สามารถทำงานได้ 77,000 คน เดินหน้าปรับปรุงกฎหมายให้สอดรับกับความต้องการของผู้สูงอายุและภาคเอกชน ออกมาตรการจูงใจเอกชนหันมาจ้างงานสูงอายุเพิ่ม

เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2561 พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการประชุมร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงาน “สานพลังประชารัฐ สร้างงาน สร้างอาชีพรองรับสังคมผู้สูงอายุ” ณ ห้องประชุมเทียนอัชกุล ชั้น 10 กรมการจัดหางาน เพื่อร่วมกันหารือถึงแนวทางในการส่งเสริมการมีงานทำแก่ผู้สูงอายุ และความต้องการของภาคเอกชนที่จะให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องสนับสนุนการส่งเสริมการมีงานทำผู้สูงอายุ โดยมีหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมประชุม โดย รมว.แรงงาน กล่าวว่า วันนี้เรื่องผู้สูงอายุเป็นเรื่องใหญ่ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีอยู่จำนวน 11 กว่าล้านคน ซึ่งเป็นวาระสำคัญของรัฐบาลที่นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องขับเคลื่อนทั้งในเรื่องของการจ้างงานผู้สูงอายุ ที่อยู่อาศัย สินเชื่อรวมทั้งการเข้าถึงแหล่งเงินกู้ ในส่วนของกระทรวงแรงงาน ได้มีเป้าหมายดำเนินการส่งเสริมการมีงานทำของผู้สูงอายุจำนวน 15,600 คน ทั้งการทำงานแบบมีนายจ้าง การรับงานไปทำที่บ้าน และอาชีพอิสระ รวมทั้งมีเป้าหมายในการพัฒนาทักษะฝีมือให้แก่ผู้สูงอายุเพื่อให้สามารถทำงานได้จำนวน 77,000 คน
พล.ต.อ.อดุลย์ฯ กล่าวต่อว่า ในระยะต่อไปกระทรวงแรงงาน จะพิจารณาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขกฎหมาย พ.ร.บ.การจ้างงานผู้สูงอายุ การกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำรายชั่วโมงของผู้สูงอายุ ขณะเดียวกันจะมีการกำหนดมาตรการทางภาษีเพื่อให้สามารถจูงใจภาคเอกชนในการจ้างงานผู้สูงอายุเพิ่ม ทั้งนี้ ในปี 2562 ระบบการจ้างงานผู้สูงอายุจะมีความชัดเจนมากขึ้น ทั้งตำแหน่งงาน ประเภทของงาน ลักษณะงานที่ผู้สูงอายุสามารถทำได้ การพัฒนาทักษะฝีมือ การคุ้มครองและหลักประกันทางสังคม โดยกระทรวงแรงงานจะดำเนินการตามแผนปฏิบัติการพร้อมกับการแก้ไขกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้องควบคู่กันไปกับภาคเอกชนในหลายสถานประกอบการที่ได้มีการจ้างงานผู้สูงอายุก่อนหน้านี้ไปบ้างแล้ว เพื่อให้การส่งเสริมการมีงานทำของผู้สูงอายุมีประสิทธิภาพและเห็นผลเป็นรูปธรรม อาทิ การกำหนดอัตราค่าจ้างรายชั่วโมง ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และนโยบาย บริการจัดหางาน จ้างงานผู้สูงอายุในภาครัฐ ขยายโอกาสการมีงานทำ ส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุในอาชีพที่เหมาะสมกับวัยและประสบการณ์ ฝึกอาชีพและพัฒนาเพิ่มทักษะฝีมือแรงงานผู้สูงอายุ ส่งเสริมสิทธิสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานผู้สูงอายุ รวมทั้งสร้างหลักประกันทางสังคม เป็นต้น

—————————————-

กองเผยแพร่และประชาสัมพันธ์/
ชนินทร เพ็ชรทับ – ข่าว/
สมภพ ศีลบุตร – ภาพ/
14 มิถุนายน 2561

Facebook Comments
%d bloggers like this: