แถลงผลปฏิบัติการชัยยะสยบไพรี 61/6 ณ ศฝร.ภ.1 จว.สระบุรี

วันที่ 13 มิถุนายน 2561 เวลา 13.30 น. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.(ปป) พร้อมด้วย พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร., ดร.ชนิญญา ชัยสุวรรณ อธิบดีอัยการ สำนักงานคดียาเสพติด สำนักงานอัยการสูงสุด, พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส., พล.ท.ดำริห์ สุขพันธุ์ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 2 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร, นายบัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี, พล.ต.ต.ชวลิต แสวงพืชน์ รอง ผบช.ก., ผู้แทน ป.ป.ส., ผู้แทน ปปง., ผู้แทนกรมสอบสวนคดีพิเศษ และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงผลปฏิบัติการชัยยะสยบไพรี 61/6 ณ ศฝร.ภ.1 จว.สระบุรี

จากกรณีปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาความมั่นคงปลอดภัยของมนุษยชาติ และยาเสพติดเป็นตัวการที่สำคัญ ในการบ่อนทำลายทรัพยากรบุคคลของประเทศ ซึ่งในปัจจุบันปัญหายาเสพติดยังคงมีแนวโน้มรุนแรงและนับวันปัญหาดังกล่าวจะทวีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ประชาชนคาดหวังให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดในการควบคุม ป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อจะได้มีความรู้สึกมั่นคงปลอดภัยในการดำรงชีวิต ที่ผ่านมารัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ให้ความสำคัญในการปราบปราม จับกุมเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดอย่างจริงจัง ต่อเนื่อง รวมทั้งการดำเนินการต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐบางรายเข้าไปเกี่ยวข้องและแสวงหาผลประโยชน์และผู้มีอิทธิพล ผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดทุกพื้นที่ทั่วประเทศ
รัฐบาลนำโดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีนโยบายในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด
ถือเป็นนโยบายที่สำคัญของชาติ เพราะปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาที่กระทบต่อความมั่นคง และความสงบเรียบร้อยของประชาชน จึงได้สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการปราบปรามจับกุมเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดอย่างจริงจัง ต่อเนื่อง รวมทั้งการดำเนินการต่อผู้มีอิทธิพล ผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

สำนักงานตำรวจแห่งชาตินำโดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร., พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน
รอง ผบ.ตร.(ปป), พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร. และผู้บังคัญชาที่เกี่ยวข้อง ได้กำหนดแผนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ปี 2561 ภายใต้การขับเคลื่อนโดยศูนย์อำนวยการป้องกันปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศอ.ปส.ตร.) เน้นให้ทุกหน่วยในสังกัด ดำเนินการมาตรการป้องกัน สะกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด เปิดปฏิบัติการระดมกวาดล้าง ปราบปราม จับกุมนักค้ายาเสพติดรายสำคัญ รวมทั้งกลุ่มหรือเครือข่ายที่ให้การสนับสนุนอยู่เบื้องหลังให้หมดสิ้น และทำลายเส้นทางการเงินของกลุ่มผู้ร่วมขบวนการ โดยบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเฉียบขาด

กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดได้ดำเนินการปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่จะกวาดล้างจับกุมนักค้ายาเสพติดรวมถึงกลุ่มเครือข่ายที่ให้การสนับสนุนธุรกรรมการเงินหรือกลุ่มกระจายยาเสพติดในพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศ ซึ่ง ผบช.ปส. ได้ร่วมกันบูรณาการกับหน่วยงานรับผิดชอบต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง และในครั้งนี้ ผบช.ปส. จึงได้กำหนดแผนปฏิบัติการ ชัยยะ สยบไพรี 61/6 “ผลไม้พิษ ตอน แฝดทมิฬ”
กำหนดปฏิบัติการห้วงวันที่ 1 – 14 มิถุนายน 2561 ต่อเป้าหมายสำคัญ จำนวน 80 เป้าหมาย ในพื้นที่ต่างๆ ดังนี้ กองบัญชาการตำรวจนครบาล จำนวน 2 เป้าหมาย ตำรวจภูธรภาค 1 จำนวน 67 เป้าหมาย ตำรวจภูธรภาค 2 จำนวน 1 เป้าหมาย ตำรวจภูธรภาค 5 จำนวน 1 เป้าหมาย ตำรวจภูธรภาค 7 จำนวน 9 เป้าหมาย มีเป้าหมายที่สำคัญ 1 เครือข่าย คือ

เครือข่ายแฝดทมิฬคิสเนอร์ สืบเนื่องจากตำรวจภูธรภาค 1 จับกุมบุคคลในเครือข่ายแฝดทมิฬ นำส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส. และจากการสืบสวนสอบสวนขยายผลทราบว่าผู้สั่งการคือนายชัยวุฒิ(แม๊ก) คิสเนอร์ และนายศราวุฒิ(มิก) คิสเนอร์ หรือนายศุภชัย ธารีรักษ์ คู่แฝดทมิฬ ประกอบกับ บช.ปส. ได้รับการร้องเรียนเครือข่ายยาเสพติดที่มีพฤติการณ์เป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ภาค 1 และเกี่ยวข้องกับเครือข่ายแฝดทมิฬ ผบช.ปส. จึงอนุมัติให้ บก.ปส.2 บช.ปส. สืบสวนสอบสวนขยายผลกลุ่มบุคคลในเครือข่ายแฝดทมิฬฯ
“แฝดทมิฬคิสเนอร์” เป็นการตั้งฉายาของชาวบ้านในจังหวัดสระบุรีและพื้นที่ใกล้เคียงที่ได้รับความเดือดร้อนจากการค้ายาเสพติดและกระทำผิดกฎหมายและอาชญากรรมจากฝีมือของกลุ่มเครือข่ายยาเสพติด ให้กับนายชัยวุฒิ(แม๊ค) คิสเนอร์ และนายศราวุฒิ(มิ๊ก) คิสเนอร์ หรือ นายศุภชัย ธารีรักษ์ ซึ่งเป็นหัวหน้าขบวนการ ไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง แต่มีพฤติการณ์ค้ายาเสพติดจนร่ำรวยเกินฐานะ โดยอ้างว่าเงินหรือทรัพย์สินมาจากการซื้อขายรถมือสอง “คิสเนอร์ คาร์เซนเตอร์” จากข้อมูลพบว่าแฝดทมิฬได้ให้บุคคลเครือข่ายเปิดร้านอาหาร ชื่อ “ปลาบุพเฟ่ต์ ปิ้งย่างทะเล ซีฟู๊ด” โดยมี น.ส.เยาวลักษณ์ เอี่ยมสำอาง ภรรยาของนายสุรัตน์ฯ ลูกน้องเป็นผู้จดทะเบียน โดยให้ นายภูวิศ ฐิติวร กับ น.ส.พรชนก พรมภักดี ซึ่งเป็นสามีภรรยากัน ทำหน้าที่จัดหารถยนต์เพื่อนำมาใช้ในการค้ายาเสพติดโดยใช้เอกสารของนายวัฒนา ทองโฉม
คู่แฝดทมิฬฯ มีนิสัยก้าวร้าว กล้าได้ กล้าเสียและมีเงินดูแลกลุ่ม จึงทำให้มีเครือข่ายซึ่งเป็นกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่จังหวัดสระบุรีและพื้นที่ใกล้เคียงเป็นจำนวนมาก โดยแฝดทมิฬจะร่วมกับเครือข่ายดังกล่าวแบ่งหน้าที่กันทำเป็นขบวนการ ทั้งการติดต่อซื้อขายยาเสพติดและการทำธุรกรรมการเงินรวมถึงการฟอกเงินที่ได้จากการค้ายาเสพติด

ซึ่งแฝดทมิฬจะดำเนินการและสั่งการชุดลำเลียงเอง โดยจะนำยาเสพติดจากพื้นที่ภาคเหนือมาพักไว้ในพื้นที่สระบุรี
ซึ่งส่วนมากจะเป็นการฝังดินแยกจากคนเฝ้า แต่อยู่ในระยะสายตาเพื่อให้เป็นประโยชน์ในข้อต่อสู้ทางกฎหมาย
หรือแยกเก็บตามโควตา จากนั้นก็สั่งการกระจายยาเสพติดทางไลน์และเฟสบุ๊ค รวมทั้งมีการจ้างเครือข่ายให้คอยดูแล เรื่องการเงินและการจัดหารถเพื่อใช้งานหรือใช้แลกยาเสพติดตามคำสั่งของแฝดทมิฬ โดยทั้ง 2 คน เริ่มมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเมื่อปี 2553 หลังจากนั้นก็วนเวียนอยู่ในขบวนการค้ายาเสพติดมาโดยตลอด ทำหน้าที่สลับกันไปมา ล่าสุดนายชัยวุฒิ หรือแม๊ก คิสเนอร์ อยู่ระหว่างหลบหนีหมายจับคดียาเสพติด และนายศราวุฒิ(มิก) คิสเนอร์ หรือนายศุภชัย ธารีรักษ์ ได้ถูกกลุ่มบุคคลไม่ทราบฝ่ายยิงเสียชีวิต ที่ จว.ลพบุรี เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.61

การปฏิบัติการชัยยะ สยบไพรี 61/6 มีหน่วยงานเข้าร่วมปฏิบัติในภารกิจครั้งนี้ คือ
1. กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด กำลังพลที่เข้าร่วม จำนวน 600 นาย
2. ตำรวจภูธรภาค 1 กำลังพลที่เข้าร่วม จำนวน 300 นาย
3. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กำลังพลที่เข้าร่วม จำนวน 200 นาย
4. กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว กำลังพลที่เข้าร่วม จำนวน 30 นาย
5. สำนักงาน ป.ป.ส. กำลังพลที่เข้าร่วม จำนวน 30 นาย
6. ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 2 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กำลังพลที่เข้าร่วม
จำนวน 30 นาย
7. หน่วยงานอื่น ๆ กำลังพลที่เข้าร่วม รวมจำนวน 200 นาย ได้แก่
– เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ บช.น. ภ.2 ภ.5 และ ภ.7
– โรงพยาบาลตำรวจ
– สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ
– กองบินตำรวจ
– สำนักงาน ปปง.
– กรมสอบสวนคดีพิเศษ
– กรมสรรพากร
– มณฑลทหารบกที่ 18
– กองพันทหารปืนใหญที่ 722
– กองกำลังผาเมือง กองทัพภาคที่ 3
– ฝ่ายปกครอง
รวมทั้งสิ้น 1,390 นาย

ผลการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการชัยยะ สยบไพรี 61/6 “ผลไม้พิษ ตอน แฝดทมิฬ”
(ระหว่างวันที่ 1 – 14 มิ.ย.2561)

การจับกุมรวมทั้งสิ้น 17 คดี 20 คน โดยมีผู้ต้องหาที่สำคัญ 4 ราย คือ
1. นายภูวิศ ฐิติวร ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 213/2561 ลง 30 พ.ค.61 ข้อหา ร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันเพื่อกระ
ทำความผิดฐานฟอกเงินฯ (เป้า 15)
2. นายพงศกร ศรีสรวง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 212/2561 ลง 30 พ.ค.61 ข้อหา ร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินฯ (เป้า 16)
3. น.ส.ศิริลักษณ์ นามแสงผา ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 211/2561 ลง 30 พ.ค.61 ข้อหา ร่วมกันฟอกเงินและสมคบฯ (เป้า 19)
4. นายวิทย์ถะมล เพ็งวิสัย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 210/2561 ลง 30 พ.ค.61 ข้อหาร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินฯ (เป้า 17)
หมายเหตุ นายศราวุฒิ หรือมิก คิสเนอร์ หรือ ศุภชัย ธารีรักษ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 191/2561 ลง 24 พ.ค.61 ข้อหาสมคบฯ (เสียชีวิตเมื่อวันที่ 11 มิ.ย.61)

การตรวจยึดของกลาง ได้แก่
– ยาบ้า 118,389 เม็ด
– ปืน 3 กระบอก
– กระสุน 237 นัด
ตรวจยึดทรัพย์สินเพื่อรอการตรวจสอบ
– รถยนต์ 37 คัน มูลค่าประมาณ 28,100,000 บาท
– รถจักรยานยนต์10คัน มูลค่าประมาณ 2,372,000 บาท
– บ้านพร้อมที่ดิน 23หลัง มูลค่าประมาณ 55,780,000 บาท
– ทองรูปพรรณ มูลค่าประมาณ 1,185,400 บาท
– เงินสด จำนวน 1,424,680 บาท
– อื่นๆ มูลค่าประมาณ 5,851,778 บาท

รวมมูลค่าทั้งสิ้นประมาณ 94,713,858 บาท

Facebook Comments
%d bloggers like this: