พึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์! ญาติทีมนักฟุตบอลขอเจ้าป่าปล่อยลูกหลานออกจากถ้ำหลวง

พึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์! ญาติทีมนักฟุตบอลขอเจ้าป่าปล่อยลูกหลานออกจากถ้ำหลวง

วันที่ 25 มิถุนายน 2561 เวลา 16.00 น. หลังนักเรียนทีมฟุตบอลหมูป่า 12 คน อายุระหว่าง 11-16 ปี และผู้ฝึกสอนอายุ 25 ปี ติดถ้ำอยู่ภายในถ้ำหลวง วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน หมู่บ้านจ้องวัด หมู่ที่ 9 ต.โป่งผา อ.แม่สาย ตั้งแต่เย็นวันที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยมีเจ้าหน้าที่ชุดปฎิบัติการค้นหา พร้อมปิดบริเวณทางเข้าไปยังปากถ้ำ เพื่ออำนวยความสะดวกให้หน่วยกู้ภัยและทีมค้นหาติดตามสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่ ทำให้บรรดาพ่อแม่ผู้ปกครอง ประชาชนทั่วไป ต่างไปรอติดตามข่าวความคืบหน้าบริเวณสนามหน้าอาคารอำนวยการวนอุทยานฯ ขณะที่ถนนทางเข้าและออกแออัดไปด้วยรถยนต์และประชาชนที่มาติดตามเหตุการณ์ รวมทั้งมีผู้บริจาคอาหาร น้ำดื่มเข้าไปเป็นจำนวนมาก ท่ามกลางฝนที่ตกลงมาตลอดทั้งวันด้านหน่วยทหารเรือจากกรมรบพิเศษที่ 1 ทหารเรือ หรือ หน่วยซีล ส่งนำกำลังชุดแรก 4 นายพร้อมอุปกรณ์ครบครันดำน้ำเข้าไปจนผ่านโพรงที่มีน้ำลึกกว่า 5 เมตร และ กว้างประมาณ 15 เมตรแล้ว หลังจากนักประดาน้ำทั่วไปที่เข้าไปก่อนหน้านี้ไม่สามาถผ่านไปได้ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังไม่พบกลุ่มนักฟุตบอล จึงดำค้นหาต่อจนไปถึงโพรงที่อยู่ใกล้เคียงกัน แต่เจ้าหน้าที่พบรอยเท้าคนจำนวนมากซึ่งคาดว่าเป็นรอยเท้าของกลุ่มเด็กๆที่หนีน้ำเข้าไปข้างใน ทำให้หน่วยซีลและหน่วยกู้ภัยอื่นๆค้นหากันต่อไปตลอดทั้งวัน รวมทั้งเรียกรถพยาบาล อุปกรณ์ช่วยเหลือฯลฯ มารอบริเวณด้านนอกผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่กลุ่มพ่อแม่ผู้ปกครองยังคงปักหลักรอที่เต๊นท์ที่เจ้าหน้าที่จัดไว้ให้ บางรายมีอาการเครียดถึงขั้นร้องไห้และเป็นลม จนต้องช่วยเหลือกันปฐมพยาบาล ขณะที่บางส่วนพากันทำเทียนทองเทียนเงิน เพื่อเป็นเทียนมงคลและนำข้าวปลาอาหารแห้งวางจัดวางเพื่้อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์โดยเชื่อว่ามีเจ้าป่าเจ้าบริเวณปากทางเข้าถ้ำหลวง จุดที่กลุ่มเด็กหายไป เพื่อขอขมาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะเจ้าแม่ดอยนางนอน เนื่องจากเชื่อว่าเด็กอาจรู้เท่าไม่ถึงการณ์ทำสิ่งล่วงเกินไป เพื่อให้ปล่อยเด็กทั้งหมดมีชีวิตรอดปลอดภัยกลับบ้านนางธรรม กันทะวงค์ ญาติของนายเอกพล กันทะวงค์ โค้ชผู้ฝึกสอนทีมฟุตบอล ซึ่งหายตัวไปในครั้งนี้ กล่าวว่า นายเอกพล ไม่ได้เป็นโค้ชหลักของทีม เป็นเพียงโค๊ชสำรอง ซึ่งในวันเกิดเหตุหลังจากซ้อมเสร็จได้พากันเข้ามาท่องเที่ยว เชื่อว่าคงไม่ได้ตั้งใจจะเข้าไปท่องเที่ยวลึกภายในถ้ำ อาจแวะมาเที่ยวเท่านั้น เนื่องจากหน่วยงานป่าไม้ห้ามเข้าไป แต่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จึงเข้าไปลึกและหายตัวไป ตนเชื่อว่าไม่ได้เป็นการเข้าไปฝึกซ้อมฟุตบอลตามที่มีการโพสในเฟสบุ๊คน.ส.น้ำหอม บุญเปี่ยม มารดาของ ด.ช.มงคล บุญเปี่ยม นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านป่าเหมือด ซึ่งสูญหายไปกับเหตุการณ์ กล่าวว่า ปกติลูกชายไม่เคยคนเกเรหรือเถลไถล เวลาไปไหนจะบอกตลอด ลูกชายชอบเล่นฟุตบอลมาตั้งแต่เด็กๆ กระทั่งได้เข้าร่วมทีมฟุตบอลของโรงเรียน ซึ่งไม่ทราบว่ามาเที่ยวถ้ำแห่งนี้บ่อยหรือไม่ แต่คิดว่าไม่น่ามาบ่อยเพราะทุกครั้งไปไหนจะบอกตนทุกครั้ง
“ครั้งนี้ลูกบอกว่าไปซ้อมบอลจนมาทราบอีกทีว่าหายตัวไป ทีแรกคิดว่าไปบ้านเพื่อนฟุตบอลด้วยกัน โดยการฝึกซ้อมฟุตบอล จะไปซ้อมที่โรงเรียนบ้าง หมู่บ้านบ้าง ไม่ทราบว่าเคยไปฝึกซ้อมในถ้ำเลยแม้แต่ครั้งเดียว อยากให้สิ่งศักดิ์ดลบันดาลให้พบลูกโดยเร็วและภาวนาให้มีชีวิตอยู่” น.ส.น้ำหอม กล่าว

Leave a Reply

%d bloggers like this: