“กรมฝนหลวงฯ จับมือ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำบาดาล รองรับความต้องการใช้น้ำในภาวะวิกฤติ!!

ัวันที่ 5 กรกฎาคม 2561 เวลา 09.00 น. นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำบาดาล ระหว่างกรมฝนหลวงและการบินเกษตร นำโดย นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร และนางสาวมาลินี สุทธิรัตน์ รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ด้านบริหาร กับ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล นำโดย นางสาวจงจิตร์ นีรนาทเมธีกุล อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล นำโดย นางอรัญญา เฟื้องสวัสดิ์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลและนางอรนุช หล่อเพ็ญศรี รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำบาดาล รองรับภาวะวิกฤติ และความต้องการใช้น้ำบาดาลในกิจกรรมต่างๆ ที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึงความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ สนับสนุนการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในการร่วมวางแผน วิเคราะห์ ประเมินผล และติดตามผลการดำเนินงาน โดยนำเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญของแต่ละหน่วยงานมาบูรณาการ ในระยะเวลาความร่วมมือ 3 ปี เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องเกษตรกร ประชาชน และประเทศชาติต่อไป

นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่า กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เป็นหน่วยงานที่มีพันธกิจสำคัญในการบริหารจัดการน้ำในชั้นบรรยากาศ ทำให้เกิดการกระจายตัวของฝนในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อการพัฒนาด้านการเกษตร การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และการบรรเทาภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างบูรณาการ โดยเฉพาะในปัจจุบันที่เกิดปัญหาสภาวะฝนทิ้งช่วง และการกระจายตัวของฝนไม่ครอบคลุมพื้นที่เกษตรกรรมนอกเขตชลประทาน ทำให้พื้นที่การเกษตรหลายแห่งได้รับความเสียหายจากการขาดแคลนน้ำเป็นอย่างมาก แนวทางในการบรรเทาสถานการณ์ดังกล่าว จำเป็นต้องมีการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่มีภารกิจด้านการบริหารจัดการน้ำและบรรเทาภัยพิบัติที่เกิดจากน้ำ ทั้งน้ำบนฟ้า น้ำผิวดิน และน้ำใต้ดิน ดังนั้น กรมฝนหลวงและการบินเกษตร จึงได้จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำร่วมกับกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2561 เพื่อดำเนินงานด้านการบริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการ มุ่งเน้นความร่วมมือด้านวิชาการและวางแผนการปฏิบัติงานร่วมกัน เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเกิดมีประสิทธิภาพ สามารถรองรับภาวะวิกฤติและภัยพิบัติได้อย่างเหมาะสม ซึ่งการลงนามบันทึกข้อตกลงโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำบาดาลในครั้งนี้ ถือเป็นการต่อยอดการทำงานร่วมกันหลังจากมีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการดังกล่าว โดยมีวัตถุประสงค์และขอบเขตความร่วมมือ ดังนี้

1. ร่วมกันกำหนดพื้นที่เป้าหมายที่เหมาะสมในการเติมน้ำบาดาลลงสู่ใต้ดินตามธรรมชาติโดยการปฏิบัติการฝนหลวง

2. สร้างแนวทางการบูรณาการการทำงานร่วมกัน เพื่อร่วมวางแผน วิเคราะห์ ประเมินผล และติดตามผลการดำเนินงานภายใต้โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำบาดาล

3. เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำบาดาล รองรับภาวะวิกฤติ และความต้องการใช้น้ำบาดาลในกิจกรรมต่างๆ ที่เพิ่มมากขึ้น

ในโอกาสนี้ นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของกรมฝนหลวงและการบินเกษตรและกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ได้นำสื่อมวลชนเยี่ยมชมการดำเนินงานในพื้นที่ศักยภาพของโครงการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรในพื้นที่ประสบภัยแล้ง ณ บ้านหนองระกำ หมู่ 5 ตำบลเขาชายธง อำเภอตากฟ้า จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งเป็นพื้นที่การเกษตรนอกเขตชลประทาน ที่อยู่ในเขตเงาฝน เกษตรกรต้องประสบปัญหาขาดแคลนแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรอยู่เป็นประจำ โดยพื้นที่แห่งนี้สามารถเพาะปลูกอ้อยได้เพียงหนึ่งรอบต่อปี ผลผลิตต่อไร่ตกต่ำ รายได้ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต ทำให้เกิดปัญหาหนี้สินและการละทิ้งถิ่นฐานเพื่อหารายได้มาใช้จ่ายในครอบครัว ภายหลังจากการเข้าร่วมโครงการฯ ทำให้การปลูกอ้อยที่ได้รับน้ำบาดาลมาช่วยเสริมมีผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้น และเกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งนี้ จากความร่วมมือดังกล่าว กรมฝนหลวงและการบินเกษตรจะเข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุนด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำบาดาลในทุกพื้นที่ เพื่อรองรับภาวะวิกฤติและความต้องการใช้น้ำบาดาลในกิจกรรมต่างๆ ที่เพิ่มมากขึ้นต่อไป!!

Leave a Reply

%d bloggers like this: