อาชีวะอุบลฯ ร่วมกับททท. เชิญเที่ยวงานประติมากรรมเทียนนานาชาติ จากประเทศเวียดนาม มาเลเซียและไทย สืบสานประเพณีเทียนพรรษา เมืองอุบลฯ

อาชีวะอุบลฯ ร่วมกับททท. เชิญเที่ยวงานประติมากรรมเทียนนานาชาติ จากประเทศเวียดนาม มาเลเซียและไทย สืบสานประเพณีเทียนพรรษา เมืองอุบลฯ

นายธวัชชัย พันธ์นิกุล ผู้อำนวยการวิทยาลัย อาชีวศึกษาอุบลราชธานี เปิดเผยว่า วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดงานประติมากรรมเทียนนานาชาติ เนื่องในประเพณีแห่เทียนพรรษา จังหวัดอุบลราชธานี เป็นประจำทุกปี ซึ่งแต่ละปีการจัดกิจกรรมภายในงานมีความแตกต่างกันออกไป

สำหรับปีนี้ได้กำหนด การรังสรรค์ ผลงานประติมากรรมเทียนนานาชาติ ระหว่างวันที่ 16-23 กรกฎาคม 2561 ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอุบลราชธานี โดยศิลปินร่วมรังสรรค์ความงดงาม ของต้นเทียน ด้วยผลงานที่เป็นรูปประธรรมตามจินตนาการจาก 4 ศิลปิน 3 ประเทศประกอบด้วย ศิลปินจากประเทศเวียดนาม ชื่อ Le Trong Nghia รังสรรค์ผลงานชื่อ “Connect” แสดงให้เห็นถึงการอยู่ร่วมกันของมนุษย์ที่ต่างกันแต่อยู่ร่วมกันได้เปรียบได้กับประเทศไทยและประเทศเวียดนาม ถึงแม้ต่างชนชาติต่างวัฒนธรรมแต่มีสายสัมพันธ์ที่ยึดเหนี่ยวกัน สามารถเข้าใจกันและอยู่ร่วมกันได้ ศิลปินจากมาเลเซีย Yong Chong Ming รังสรรค์ผลงานชื่อ “The light of Deliverance” จากแนวคิด การนำปรัชญาคำสอนพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือ สิ่งที่มีอยู่ในธรรมชาติที่จะเป็นแสงนำไม่ให้หลงทางไปกับความเจริญของเปลือกนอก และศิลปินจากประเทศไทยจำนวน 2 คน คือ นายภูวดล ศรีแก้ว ศิลปินอิสระชาวเหนือ ชื่อผลงาน “Nakaraj or Payanak (King Naga)” รังสรรค์ประติมากรรมเทียนเป็นรูปพญานาค สัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ให้ฝน ให้น้ำ เป็นที่มาของความเชื่อและแรงศรัทธา จึงได้นำรูปพญานาคมาถ่ายทอด ซึ่งช่วงเข้าพรรษาเป็นประเพณีที่เกี่ยวเนื่องกับศาสนาพุทธและนายอังริ ผุยพรหม ศิลปินอิสระ ชาวอุบลราชธานี ศิษย์เก่าคณะวิชาศิลปกรรมวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี ผลงาน “Ganesha” รังสรรค์ประติมากรรมเทียนเป็นรูปพระพิฆเนศวร จากแนวคิด องค์มหาเทพแห่งความสำเร็จ พระพิฆเนศวรปางประทานพร

พร้อมด้วยทีมครู นักเรียนและนักศึกษา วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี ในการประสานงานและร่วมเรียนรู้ศิลปะกับศิลปิน โดยเริ่มประชุมกลุ่มแนะนำศิลปินผู้ช่วยศิลปินทีมผู้ประสานงานและอุปกรณ์ในการทำงานรวมทั้งการตกแต่งสถานที่ให้สวยงามเพื่ออวดความงดงามให้แก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวงานประเพณีแห่เทียนพรรษาในปีนี้ระหว่างวันที่ 24-28 กรกฎาคม 2561

ด้านนายพิศิษฐ์ อู่ศิริกุลพาณิชย์ หัวหน้าคณะวิชาศิลปกรรม วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานีกล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของแท่งเทียนที่นำมาใช้ในการรังสรรค์ความงดงามครั้งนี้ ได้จากการหลอมเทียนคุณภาพดีเหมาะแก่การแกะสลัก โดยวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานีได้จัดทำเป็นประจำทุกๆ ปี ซึ่งในปีนี้ทีมงานได้หลอมเทียนขนาด 1 X 1 เมตรจำนวน 12 ก้อน และนำเทียนมาต่อกัน จำนวน 3 ก้อน เพื่อให้ได้แท่งเทียนขนาดใหญ่ จำนวน 4 แท่ง ขนาดความสูง 3 เมตร กว้าง 1 เมตร สำหรับใช้ในการแกะสลักประติมากรรมเทียนตามจินตนาการของศิลปิน
นอกจากนี้ภายในงานยังมีการสาธิตการทำศิลปะผ้าบาติกพร้อมฝึกการเพ้นท์ผ้าบาติกด้วยลวดลายศิลปะต่างๆ บนผืนผ้า โดยนักศึกษา จากวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี จึงขอเชิญผู้ที่สนใจและนักท่องเที่ยวได้เที่ยวชมงานประติมากรรมเทียนนานาชาติ เนื่องในประเพณีแห่เทียนพรรษาเมืองอุบลฯ ประจำปี 2561 ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอุบลราชธานี เพื่ออนุรักษ์และสืบสานศิลปวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่นและของชาติให้คงอยู่สืบไป

ส่วนทางด้านนายศักชัย อุทธิโท อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ศิลปินอาเซียนหนึ่งในอาจารย์ที่นำนิสิตนักศึกษาจาก 8 สถาบันการศึกษา ที่จัดทำอุโมงค์ไม้ไผ่ 13 หมูป่าอะคาเดมี่ ได้แก่ มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานนครราชสีมา มหาวิทยาลัยราชภัฎสุรินทร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎศรีสะเกษ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยราชภัฎร้อยเอ็ด วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานีและสมาคมศิลปินทั้งหมด 10 คน ร่วมกัน รังสรรค์ผลงานศิลปะจากไม้ไผ่ทำเป็นอุโมงค์เรืองแสงด้วยการทาสีไม้ไผ่หลากหลายสีพร้อมตกแต่งประดับประดาไฟด้านในอุโมงค์และดันนอกให้สวยงามในแต่ละ. โดยอิงจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนจังหวัดเชียงรายที่ทีม 13 หมูป่า เข้าไปติดถ้ำจึงเกิดเป็นอุโมงค์ไม้ไผ่ความยาว 20 เมตรด้วยแนวคิดจากแรงบันดาลใจที่ทุกคนมองเห็นแสงสว่างของตัวเอง โดยทำเป็นสัญลักษณ์มีองค์ประกอบหลักเป็นน้หมูำป่า 13 ตัวดอกบัว เปรียบดังบุคคลนำแสงสว่างที่มาจากปัญญาความดีงามสื่อให้เห็นถึงการคิดในเชิงบวกให้เข้ากับเทียนพรรษาเมืองอุบล อันเป็นเมืองเทียนแห่งธรรมเทียนแห่งศรัทธาเป็นความจริงที่ดีงาม

นายศักชัย อุทธิโท กล่าวว่าโดยกิจกรรมดังกล่าวนับเป็นกิจกรรมที่สร้างสรรค์ของนิสิตนักศึกษาจากหลายสถาบันทั่วประเทศร่วมกับศิลปินแลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรมร่วมกันจากการใช้วัสดุที่เป็นธรรมชาติเช่นไม้ไผ่มาสร้างสรรค์งานศิลปเพื่ออนุรักษ์ให้คงอยู่สืบไปและไม่ทิ้งรากฐานของความเป็นพื้นเมืองหรือท้องถิ่นเดิม ที่ทุกคนต้องการกลับคืนสู่ธรรมชาติและสิ่งที่อยู่คู่กับธรรมชาติก็คือศิลปะและศิลปะก็คู่กับจิตวิญญาณของมนุษย์มาตั้งแต่เริ่มต้นเพียงแต่คนเราไม่สังเกตและหลายคนอาจมองข้ามเท่านั้นเอง ดังนั้นจึงอยากจะเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศมาสัมผัสศิลปะและความงดงามของอุโมงค์ไม้ไผ่ 13 หมูป่าอะคาเดมี่ ที่หาชมได้ยากในปัจจุบันโดยพร้อมจัดแสดงตั้งแต่วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 ไปจนถึงสิ้นเดือนในงานประติมากรรมเธียนนานาชาติเนื่องในประเพณีแห่เทียนพรรษาเมืองอุบลราชธานี ณ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติอุบลราชธานี

สมยศ แสงมณี / ภาพ / ข่าว

Leave a Reply

%d bloggers like this: