รองโจ๊ก แถลงข่าวจับกุมแก๊งล้วงกระเป๋า ชาวมองโกเลีย ก่อเหตุกับนักท่องเที่ยวใจกลางเมืองหลวง..

รองโจ๊ก แถลงข่าวจับกุมแก๊งล้วงกระเป๋า ชาวมองโกเลีย ก่อเหตุกับนักท่องเที่ยวใจกลางเมืองหลวง..

วันพฤหัสที่ 2 สิงหาคม 2561 เวลา15.00 น. โดยที่ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล. แถลงข่าวที่ สน.ปทุมวัน. จับแกงค์ล้วงกระเป๋า ชาวมองโก เลีย

ตามนโยบายของรัฐบาล ให้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติกวดขันจับกุมกลุ่มชาวต่างชาติที่เข้ามาในประเทศโดยแฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยว เพื่อเข้ามาก่ออาชญากรรมข้ามชาติและอาชญากรรมที่กระทบกับความมั่นคง ส่งผลต่อภาพลักษณ์และการท่องเที่ยวของประเทศไทยนั้น ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงได้สนองนโยบายรัฐบาล กองบัญชา การตำ รวจท่องเที่ยว โดย พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท., พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท.1, พ. ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบก.ทท.2 , พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ., พ.ต.อ.วรนัฏฐ์ ผ่อนผัน รอง ผบก.ฯ ปรก.รอง ผบก.ทท.1 , พ.ต.อ.ศารุติ แขวงโสภา รอง ผบก.ทท.1 , พ.ต.อ.เกื้อกมล ดวงประทีป ผกก.1 บก.ทท.1 , พ.ต.อ.ภพธร จิตตหมั่น ผกก.สน.ปทุมวัน ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวทุกสถานีปฏิบัติการออกระดมกวาดล้างอาชญากรรม โดยบูรณาการร่วมหน่วยงานต่างๆ

วันที่ 1 สิงหาคม 2561 เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว ร่วมกับ สน.ปทุมวัน และเจ้าหน้าที่รถไฟฟ้า บีทีเอส จับกุมผู้ต้องหาแกงค์ล้วงกระเป๋า ชาวมองโกเลีย จำนวน 3 คน คือ
1. MR.INDERMAA GANBOLD (อินเดอร์มา แกนโบ) อายุ 31 ปี (เข้าไทย 1 ครั้ง)
หนังสือเดินทาง E1761422 (ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ จ.482/2561 ลงวันที่ 31 ก.ค.61)
2. MR.OKHINSUREN BAYARSAIKHAN (ออคฮินสุเลน บายาไซคาน) อายุ 39 ปี (เข้าไทย 3 ครั้ง)
หนังสือเดินทาง E2209562 (ขอเพิกถอนวีซ่า)
3. MR.TSEDDENBAL OYUNBOLD (ทีเสดเดนบัล โอยุนโบล) อายุ 34 ปี (เข้าไทย 2 ครั้ง)
หนังสือเดินทาง E1602229 (ขอเพิกถอนวีซ่า)
พร้อมตรวจยึด
1.เงินสดสกุลต่างชาติ ได้แก่ ดอลลาร์สหรัฐ , ยูโร , ดอลล่าร์ออสเตรเลีย , วอน(เกาหลีใต้) และเงินบาทไทย รวมมูลค่าประมาณ 100,000 บาท
2. เครื่องแต่งกายที่ใช้ในการก่อเหตุ (ตามภาพวงจรปิด)
โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันเอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่น , มีไว้เพื่อนำออกใช้และใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิใช้ เพื่อใช้ประโยชน์ในการชำระสินค้า ค่าบริการ หรือหนี้อื่นแทนการชำระด้วยเงินสด หรือใช้เบิกถอนเงินสด ของผู้อื่นโดยมิชอบ” (โทษตาม ป.อาญา มาตรา269/5 ประกอบ มาตรา269/7 จำคุกไม่เกิน5ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ)
ซึ่งก่อเหตุล้วงกระเป๋าจากผู้เสียหายชาวเกาหลี เมื่อวันที่ 25 ก.ค.61 บริเวณสถานีรถไฟฟ้าเพลินจิต ได้ทรัพย์สินเป็นกระเป๋าสตางค์ ซึ่งภายในมีเงินสด 50,000 วอน , บัตรเครดิต 4 ใบ , และเอกสารส่วนตัว โดยหลังจากที่ได้ทำการล้วงกระเป๋าสำเร็จ ผู้ต้องหานำบัตรเครดิตไปซื้อโทรศัพท์ IPHONE X จำนวน 5 เครื่อง โดยใช้วิธีปลอมบัตรประจำตัว ให้มีชื่อตรงกับบัตรเครดิตของผู้เสียหาย ทำให้เจ้าหน้าที่ของร้านค้าหลงเชื่อ และจำหน่ายโทรศัพท์มือถือ IPHONE X ให้กับผู้ต้องหาไป หลังจากเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ร่วมกันติดตามเรื่อยมาจนกระทั่งสามารถออกหมายจับผู้ก่อเหตุได้สำเร็จ โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหารายที่ 1 ได้บริเวณสถานีรถไฟฟ้าชิดลม และได้ขยายผลจนกระทั่งจับกุมผู้ต้องหาได้อีก 2 ราย
โดยการสืบสวนหาข่าวทราบว่า แกงค์มองโกเลียนี้ มีทั้งหมด 5 คน เข้ามาในประเทศไทยหลายครั้ง และครั้งนี้เข้ามาพร้อมกัน เมื่อวันที่ 18 ก.ค.61 แต่หลังจากก่อเหตุ 2 คนในแกงค์ ได้เดินทางกลับประเทศมองโกเลียไป เมื่อวันที่ 26 ก.ค.61 พร้อมด้วยโทรศัพท์มือถือ IPHONE X ทั้งหมด ส่วนอีก 3 คน ที่เหลือกำลังจะเดินทางกลับวันนี้ (2 ก.ค.61) แต่ทางเจ้าหน้าที่สามารถทำการจับกุมได้ก่อน

จากการสอบถามผู้ก่อเหตุให้การว่า มักจะเลือกก่อเหตุล้วงกระเป๋าตามแหล่งท่องเที่ยวที่มีคนพลุกพล่าน เช่น ห้างสรรพสินค้า และตามสถานีรถไฟฟ้า โดยเลือกเป้าหมายเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย เนื่องจากมักไม่ค่อยแจ้งความดำเนินคดีกับก่อเหตุการณ์นั้น

ภาพ/ข่าว กอล์ฟ….ผ่านเลนส์ 005~รายงาน

Facebook Comments
%d bloggers like this: