กรณีมีการแชร์คลิปเหตุการณ์ขณะที่ชายคนหนึ่งเดินอยู่ในซอยเพชรเกษม 52 ก่อนจะมีรถเก๋งวีออส สีดำขับพุ่งชนชายคนดังกล่าวอย่างแรง ก่อนจะไถลไปจนหยุดหน้าบ้านแห่งหนึ่ง

กรณีมีการแชร์คลิปเหตุการณ์ขณะที่ชายคนหนึ่งเดินอยู่ในซอยเพชรเกษม 52 ก่อนจะมีรถเก๋งวีออส สีดำขับพุ่งชนชายคนดังกล่าวอย่างแรง ก่อนจะไถลไปจนหยุดหน้าบ้านแห่งหนึ่ง ทราบภายหลังว่าผู้บาดเจ็บคือนายนที ตรีประทีปศิลป์ วัย 61 ปี
โดยในวันเกิดเหตุไม่มีใครเห็นเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุ แต่เห็นหลังเกิดเหตุแล้ว ซึ่งทุกคนให้ข้อมูลกับทีมข่าวโดยสอดคล้องกัน ว่าคนขับรถวีออส ซึ่งเป็นชายวัยกลางคนได้เดินลงมาจากรถ และพยายามโทรศัพท์เรียกกู้ภัย และช่วยกันปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนที่รถรพ.จะมารับตัวไป

โดยชาวบ้านบอกกับทีมข่าวว่าขณะนั้นชายคนขับรถวีออส ยังอยู่ที่เกิดเหตุและพูดคุยกับคนละแวกนั้นว่ามีคนที่ออกกำลังกายและเห็นเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุบอกว่าผู้เสีบหายเดินเซ และมาล้มลงบนรถตน นั่นจึงทำให้ชาวบ้านละแวกนั้นที่่ได้ยินไม่เชื่อ จึงทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์กัน จนลูกชายผู้เสียหายมาขอดูกล้องวงจรปิดจากบ้านพลเมืองดี ซึ่งอยู่ในจุดเกิดเหตุ จนเกิดการเผยแพร่และแชร์คลิปเกิดเหตุกันจำนวนมาก ซึ่งแม้ภายหลังคู่กรณีจะออกมาบอกว่าวูบขณะขัยรถ แต่ชาวบ้่านเพียงสงสัยว่าทำไมไม่บอกตั้งแต่คราวเเรก

ขณะที่เจ้าของบ้านที่เผยแพร่คลิปดังกล่าว ก็ยืนยันกับทีมข่าวว่าืตนไม่ได้รู้จักกับฝ่ายใดเป็นพิเศษ ทราบเพียงว่าชายที่ขับรถวีออส มีบ้านอยู่ในซอยเดียวกันเท่านั้น แต่ที่่ออกมาเผยแพร่คลิป เนื่องจากลูกชายฝ่ายผู้เสียหายมาขอดูกล้องวงจรปิด และตนเห็นว่าภาพที่ปรากฏเป็นเรื่องจริง โดยไม่ต้องใช้คำพูดใด

ขณะเดียวกันนายอภิรักษ์ (ขอสงวนนามสกุล) ซึ่งรับเป็นผู้ขับรถวีออสคันเกิดเหตุ ยอมรับว่า ในวันเกิดเหตุตนเพิ่งออกเวรจากงานที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งย่านฝั่งธน(รพ.ตากสิน) และรู้สึกเพลียมาก ขณะขับรถเข้าปากซอยยังรู้สึกตัว แต่พอกลางซอยตนก็วูบหลับในไป ลืมตามาอีกครั้งหนึ่งก็พบผู้บาดเจ็บอยู่หน้ารถแล้ว ยืนยันไม่ได้มีเจตนาชน ไม่ได้หลบหนี และหลังเกิดเหตุตนเป็นคนลงมาดู เรียกรถพยาบาลและปฐมพยาบาลด้วย รวมทั้งรีบมาลงบันทึกประจำวันไว้พร้อมระบุจะดูแลผู้บาดเจ็บจนกว่าจะหายดี

โดยกระแสที่ตนถูกโจมตีในโซเชียลว่าตนไม่รับผิดชอบ และด่าทอต่างๆนานา ทำให้ตนรู้สึกอึดอัดใจ และเสียใจมาก เพราะตนพยายามทำทุกอย่างให้ออกมาดีที่สุด รับผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้นว่าเป็นคนผิดเอง แต่กลายเป็นว่าถูกสังคมมองว่าเป็นคนไม่ดีอีก

ขณะที่ร.ต.ท.เดชาธร ธเดช รองสารวัตรสอบสวน สน.ภาษีเจริญ เปิดเผยกับทีมข่าวว่า หลังเกิดเหตุผู้ก่อเหตุก็ไม่ได้มีพฤติการณ์หลบหนี แต่ก็อยู่ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บตลอด โดยผู้ก่อเหตุยอมรับว่าหลับใน และวูบไป ยืนยันไม่ได้้ล่นโทรศัพท์ขณะขับรถ เมื่อลืมตามาพบชายคนดังกล่าวอยู่หน้ารถแล้ว ซึ่งขณะนั้นเข้าใจว่าโดนตัดหน้ารถ ทำให้ฝ่ายผู้เสียหายอาจจะเข้าใจผิด จนนำไปสู่การวิจารณ์ในโลกโซเชียล แต่ล่าสุดทั้ง2ฝ่ายได้มายืนยันว่าไม่ติดใจเอาความกัน เนื่องจากทางคู่กรณีรับปากจะดูแลค่ารักษาพยาบาลให้ ทั้งนี้เตรียมแจ้งข้อหาผู้ก่อเหตุเบื้องต้นว่า ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ ซึ่งจะต้องรอผลวินิจฉัยจากแพทย์มาประกอบการแจ้งข้อหาด้วย

คำรพ 61

Facebook Comments
%d bloggers like this: