หนุ่ม ม.6 เพิ่งโดนรวบก็ยังไม่เข็ด อยากสวยวิ่งราวร้านทองซ้ำ

หนุ่ม ม.6 เพิ่งโดนรวบก็ยังไม่เข็ด อยากสวยวิ่งราวร้านทองซ้ำ พื้นที่ สน.หลักสอง

เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 19 ส.ค. ที่ สน.หลักสอง พ.ต.อ.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง รอง ผบก.น.9 พร้อมด้วย พ.ต.อ.อนุรักษ์ ยศประสิทธิ์ ผกก.สน.หลักสอง พ.ต.ท.ชัยพันธุ์ เพ็ชรสดศิลป์ รอง ผกก.สส.สน.หลักสอง และ พ.ต.ท.มงคล มะลิวงค์ รอง ผกก.ป.สน.หลักสอง ร่วมกันจับกุมตัว นายหรั่ง (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนมัธยมชื่อดังย่านบางแค พร้อมของกลางสร้อยข้อมือทองคำ หนัก 5 บาท จำนวน 1 เส้น และ สร้อยข้อมือชุบทองคำปลอมหนัก 5 บาท จำนวน 1 เส้น โดยจับกุมตัวได้ที่ลานจอดรถห้างสรรพสินค้าโลตัส สาขาบางแค แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กทม.

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อเวลา 11.30 น. ที่ผ่านมา ขณะเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำกำลังตรวจตราอยู่ในพื้นที่ ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุกรุงธน. (บก.น.9) ว่า เกิดเหตุวิ่งราวทรัพย์ที่ร้านทองเยาวราชกรุงเทพ ตั้งอยู่บริเวณทางขึ้นบันไดเลื่อน ชั้น 1 ห้างสรรพสินค้าโลตัส สาขาบางแค แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กทม.และคนร้ายถูกพลเมืองดีช่วยกันไล่ต้อนวนเวียนหลบหนีอยู่ภายในห้าง จึงรีบนำกำลังฝ่ายสืบสวนและสายตรวจรุดไปตรวจสอบ กระทั่ง พบ นายหรั่ง ผู้ต้องหา วิ่งไปจนมุมที่ลานจอดรถ เบื้องต้นจึงควบคุมตัวเอาไว้พร้อมของกลาง ก่อนเชิญตัวมาสอบสวนและแจ้งผู้ปกครองเดินทางมาดูตัวบุตรหลานที่โรงพัก

จากการสอบสวน นายหรั่ง ยอมรับว่า เคยมีประวัติก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์สร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท จำนวน 2 เส้นจากร้านทองออโรร่า ชั้น 3 โซนซี ห้างสรรพสินค้ามาบุญครอง เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา จนถูกตั้งค่าหัวและมีการแชร์ภาพเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุตามล่าตัวในโลกโซเชียล ทำให้มารดาต้องรีบพาเข้ามอบตัวกับตำรวจ สน.ปทุมวัน เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2561 ที่ผ่านมา และได้รับการประกันตัวออกมา ซึ่งในคดีดังกล่าวนั้นหลังก่อเหตุสำเร็จได้เงินมาก็นำไปเข้าคอร์สเสริมความงามในราคา 70,000 บาท ส่วนที่วางแผนลงมือก่อเหตุในวันนี้เนื่องจากต้องการนำสร้อยข้อมือไปขายหาเงินก้อนไปจ่ายค่าคอร์สเสริมความงามซึ่งลงทะเบียนจองเอาไว้ในสถานเสริมความงามที่ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ สาขาบางแค

ด้าน น.ส.สุจิตรา แสงจันทร์ อายุ 25 ปี พนักงานร้านทอง ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุให้บริการลูกค้าอยู่ที่เคาน์เตอร์ตามปกติ จู่ๆ นายหรั่ง ก็เดินเข้ามาหน้าตู้โดยสวมแว่นตาดำ และหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้าเพื่อขอดูสร้อยข้อมือ น้ำหนัก 5 บาท ตนเห็นว่า ขณะนั้นมีลูกค้ามาเลือกซื้อขายทองคำอยู่หน้าร้านจำนวนมาก ประกอบกับผู้ต้องหาผิวพรรณดี พูดจาดี ไม่เหมือนมิจฉาชีพ และคงไม่กล้าก่อเหตุร้าย จึงหยิบออกมาให้เลือกชม จำนวน 3 เส้น กระทั่ง นายหรั่ง ลองสวมสร้อยใส่มือได้ จำนวน 1 เส้น ก็รีบวิ่งหนีไป ตนเห็นดังนั้นจึงตะโกนให้พลเมืองดีและ รปภ.ช่วยวิ่งไล่ตาม กระทั่งตำรวจมาสมทบและล้อมจับกุมตัวได้ในที่สุด

น.ส.สุจิตรา กล่าวด้วยว่า ช่วงที่ นายหรั่ง วิ่งหนีนั้น ได้มีการนำสร้อยข้อมือที่เป็นทองคำปลอมซึ่งเตรียมเอาไว้โยนทิ้งระหว่างทางด้วย เชื่อว่าคงวางแผนเตรียมการมาเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ ไม่คิดว่าเยาวชน อายุแค่ 17 ปี จะกล้าลงมือก่อเหตุลักษณะนี้จนถูกแจ้งข้อหาวิ่งราวทรัพย์ถึง 2 ครั้งซ้อนในช่วงเวลาไม่ถึง 1 เดือน จากการพูดคุยกับมารดาผู้ต้องหาทราบว่า นายหรั่ง ถูกเลี้ยงดูมาเป็นอย่างดีมากครอบครัวส่งเสียให้เรียนหนังสือที่โรงเรียนเอกชนดีๆ วางแผนอยากให้ นายหรั่ง เรียนกฎหมาย แต่ไม่น่ามาทำแบบนี้เพียงแค่ต้องการเงินไปเสริมความงามให้ตัวเอง จึงอยากฝากบอกไปถึง นายหรั่ง ด้วยว่า ให้กลับตัวกลับใจเชื่อว่าสังคมน่าจะให้อภัยอย่างแน่นอน

คำรพ 61 / ทีมงานเรื่องจริงผ่านเลนส์ รายงาน

Facebook Comments
%d bloggers like this: