ปิดคดี”เสี่ยอ้วน” จับยกแก๊ง 10 ราย รับสารภาพ- ลั่นเลือกตายไม่เลือกตัน

ปิดคดี”เสี่ยอ้วน” จับยกแก๊ง 10 ราย รับสารภาพ- ลั่นเลือกตายไม่เลือกตัน
วันที่ 22 ส.ค.61 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรท์ทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ จเรตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.จิตติ รอดางยาง ผู้บัญชาการตำรวจภาค 2 (ผบช.ภ.2) พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผู้บังคับการตำรวจภูธจจังหวัดชลบุรี (ผบก.ภ.จว.ชลบุรี) ร่วมกันสอบปากคำ นายปัญญา ยิ่งดัง หรือเสี่ยอ้วน ผู้บงการวางแผนและใช้อาวุธปืนยิง น.ส.ปวีณา นาเมือง หรือสปาย และ นายอนันตชัย จริตรัมย์ หรือฟอส เสียชีวิตที่ลานจอดรถหน้าเขาชีจรรย์ ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

ในคดีนี้เหตุเกิดเมื่อวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา หลังก่อเหตุเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาที่ร่วมก่อเหตุได้จำนวน 5 คน ประกอบไปด้วยย นายสายันต์ ศรีสุข หรือ ยัน ทำหน้าที่แฝงเป็นแฟนของเพื่อนผู้เสียชีวิต เพื่อสืบข่าวและชี้เป้าหมายตลอดเส้นทาง , นายเกียรติศักดิ์ สุรางแสงมีบุญ หรือ บอล ทำหน้าที่ขับรถยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า ซีอาร์วี สีขาว เพื่อพานายณรงค์ วรินทรเวช หรือ บ่าว มือปืน พร้อมนำพาอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืน มาจากจังหวัดภูเก็ต พร้อมทั้งถอดเปลี่ยนป้ายทะเบียนเพื่อตบตา และขับรถจอดปิดท้าย เพื่อให้นายปัญญาฯ และนายรณรงค์ฯ ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียชีวิต , นายจิรศักดิ์ อุนัยบัน หรือ ป๊อบ เดินทางมาพร้อมนายปัญญา เพื่อทำหน้าที่ในการขับรถเช่า ยี่ห้อโตโยต้า ยาริส สีขาว เพื่อสะกดรอยติดตามผู้เสียชีวิต, นายกฤษณะ สีสุข หรือ มด ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยนายเกียรติศักดิ์ ในการสะกดรอยติดตามผู้เสียชีวิต, นายณรงค์ วรินทรเวช หรือ บ่าว ทำหน้าที่มือปืนผู้ลั่นไกสังหารผู้เสียชีวิต ส่วนนายปัญญา หลังก่อเหตุได้หลบหนีไปไปอยู่ที่ประเทศกัมพูชา กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชาเพื่อติดตามจับกุมตัวไว้ได้ที่ จังหวัดปรีเวง ประเทศกัมพูชา ขณะเตรียมหลบหนีไปที่ประเทศเวียดนาม

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ,ร่วมกันใช้อาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันพกพาอาวุธปืนไปในเมือง หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต” จากการสืบสวนพบว่าได้มีผู้ให้การช่วยเหลือนายปัญญา พาข้ามพรมแดนหลบหนีไปยังประเทศกัมพูชา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขออนุมัติศาลแขวงพัทยาเพื่อออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติมอีกจำนวน 4 คนประกอบด้วย 1. นายนิเวศน์ ยิ่งดี 2. นายโกวัน ศิลปาโน 3. นายวินัย ศิลปาโน 4. นายภูธร สิงห์ดี
ในความผิดฐาน “ร่วมกันช่วยเหลือผู้อื่นซึ่งเป็นผู้กระทำความผิด หรือเป็นผู้ต้องหาว่ากระทำความผิด อันมิใช่ความผิดลหุโทษ เพื่อไม่ให้ต้องโทษ โดยให้พำนักแก่ผู้นั้น โดยซ่อนเร้น หรือโดยช่วยเหลือผู้นั้นด้วยประการใด เพื่อไม่ให้ถูกจับกุมโดยเจ้าหน้าที่” กระทั่งสามารถจับกุมไว้ได้ทั้งหมด
ภายหลังสอบปากคำประมาณ 20 นาที พล.ต.อ.จักรทิพย์ ผบ.ตร. เปิดเผยว่า จากการสอบสวนเบื้องต้น นายปัญญา ให้ความร่วมมือดีและให้การรับสารภาพ ส่วนมูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุอยู่ในสำนวน แต่เบื้องต้นเป็นเรื่องชู้สาว ผู้ต้องหามีอาการค่อนข้างเครียดแต่ยังไม่ได้มีการร้องขอเรื่องแพทย์ คดีนี้สามารถจับกุมได้ครบทุกตัวละคร จำนวน 10 คนแล้ว ร่วมก่อเหตุ 6 คนและพาหลบหนี 4 คน ต่อไปนี้ฝากเป็นอุทธาหรณ์ด้วย ใครจะยิงใครหรือใครที่พาหลบหนีถูกดำเนินคดีหมด

ผู้สื่อข่าวถามว่า การประสานขอตัวจากประเทศกัมพูชาคดีนี้ยากหรือไม่ถึงมีการส่งตัวช้า พล.ต.อ.จักรทิพย์ เผยว่า ไม่ถึงกับอยากเพราะเรามีการประสานกับประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่รอบๆเราทุกประเทศอยู่แล้ว เช่นเดียวกันกัยคดีอื่น คดีนี้ตัวละครหมดแล้ว ส่วนที่มีข่าวว่าเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องในการพาหลบหนีไม่มี ผู้ต้องหาที่ร่วมขบวนการถูกจับหมดแล้ว ในการสอบปากคำครั้งนี้ ผมยังไม้ถามผู้ต้องหาทำไมต้องทำที่หน้าเขาชีจรรย์ ผู้ต้องหาบอกว่าไม่รู้นึกว่าเป็นรูปพระแกะสลักเฉยๆ เมื่อรู้ว่าสถานที่ดังกล่าวเป็นทีสำคัญก็รู้สึกเสียใจ กลัวสิงศักด์สิทธิ์เหมือนกัน เพราะขณะเกิดขึ้นปืนไม่ลั่น 2-3นัด แต่การก่อเหตุครั้งนี้จะเครียมการมานานหรือเปล่าขอไม่เปิดเผยอยู่ในสำนวน เอาเท่าที่พอพูดได้
หลังก่อเหตุผู้ต้องหายังติดตามข่าวตัวเองอยู่ตลอด เปิดกูเกิ้ลดูทราบที่ผมเคยให้สัมภาษณ์ “ไม่ตายก็ตัน” ส่วนคดีเก่าที่เสี่ยอ้วนเคยอ้างว่าจ่าย 2 ล้านจบคดีไม่ต้องติดคุกนั้น ตนยังไม่เห็นเอาทีละคดีก่อน หลังจากนี้จะมมอบหมายให้ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ รอง ผบ.ตร. นำตัวไปทำแผน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังสอบปากคำเสร็จ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ควบคุมตัวกลับเพื่อไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ผู้สื่อข่าวได้ถามว่า ที่ ผบ.ตร.ให้สัมภาษณ์ “ไม่ตันก็ตาย” เมื่อเห็นข่าวแล้วรู้สึกอย่างไรบ้าง นายปัญญา เผยว่า “รู้สึกกลัว แต่ผมไม่เลือกตันเลือกตาย”

ดานุ ยศกุล / ทีมงานเรื่องจริงผ่านเลนส์ รายงาน

Facebook Comments
%d bloggers like this: