ตามที่สื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวเกี่ยวกับที่มีคนร้ายตะเวนลักทรัพย์โดยใช้สุนัขเบี่ยงเบนความสนใจของผู้เสียหาย  ซึ่งเหตุเกิดในหลายท้องที่เกี่ยวเนื่องกัน

ตามที่สื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวเกี่ยวกับที่มีคนร้ายตะเวนลักทรัพย์โดยใช้สุนัขเบี่ยงเบนความสนใจของผู้เสียหาย ซึ่งเหตุเกิดในหลายท้องที่เกี่ยวเนื่องกัน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. , พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. ได้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ จึงได้สั่งการให้ตำรวจภูธรภาค 1 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบช.ภ.1 โดยมอบหมายให้ พล.ต.ต.สมชาย พัชรอินโต รอง ผบช.ภ.1 , พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผบช.ภ.1 ได้เร่งรัดสืบสวนติดตามจับกุมตัวคนร้ายในคดีให้ได้โดยเร็ว
เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2561 เวลาประมาณ 09.30 น. ได้เกิดเหตุลักทรัพย์ ที่ร้านจำหน่ายอุปกรณ์การเกษตรอาคารพาณิชย์เลขที่ 99/14 ถนนปทุมกรุงเทพ ต.บางปรอก อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี ผู้เสียหาย น.ส.รสสุคนธ์ วิมูลชาติ อายุ 50 ปี คนร้ายได้ทรัพย์สินไปเป็นทองรูปพรรณหลายรายการ น้าหนักรวม 20 บาท , เงินสด จำนวน 30,000 บาท
พระเครื่องเลยมทอง บัตรเอทีเอ็มและบัตรเครดิต
พฤติการณ์ของคนร้ายในคดีนี้ ร่วมกันก่อเหตุ 2 คน เป็นชาย 1 คน และหญิง 1 คน ใช้รถยนต์ยี่ห้อนิสสัน รุ่นอัลเมรา สีดำ ติดป้ายทะเบียนแดงเป็นพาหนะในการก่อเหตุ ตระเวนก่อเหตุลักทรัพย์ตามร้านค้า โดยใช้อุบายทำทีเป็นลูกค้าเข้ามาชวนพูดคุยตีสนิท แล้วสั่งซื้อของจำนวนมากเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ จากนั้นฉวยโอกาสขณะเหยื่อจัดเตรียมสินค้าและไม่ได้เฝ้าระวังทรัพย์สินของตนเอง ลักทรัพย์แล้วหลบหนีไป โดยคนร้ายเคยก่อเหตุมาแล้วหลายครั้งในท้องที่ต่างๆ ถือเป็นภัยคุกคามต่อความปลอดภัยในทรัพย์สินและมีผลกระทบต่อการประกอบอาชีพสุจริตของประชาชน
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการสืบสวนโดยอาศัยพยานหลักฐานจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด จนทราบว่า
ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุในคดีนี้ มี 2 ราย คือ
1. นายอภิชาติ บุญเรือง อายุ 42 ปี บ้านเลขที่ 222 / 150 แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร
2. น.ส.อุษา เกษมณี หรือนางฑิญาตา บุญเรือง อายุ 38 ปี บ้านเลขที่ 222 / 150 แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร
จากการตรวจสอบประวัติคดีอาญาของผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย พบว่าเคยถูกออกหมายจับไว้แล้วจำนวนหลายหมายในหลายท้องที่
รถที่ใช้ในการก่อเหตุ
1. รถยนต์ยี่ห้อนิสสัน ร่นอัลเมรา สีดำ ติดป้ายทะเบียน แดง ศ-4430 กรงเทพมหานคร
2. รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีขาว เลขทะเบียน 7กฆ-5515 กรุงเทพมหานคร
3. รถยนต์ยี่ห้อนิสสัน รุ่นซิลฟี่ สีขาว เลขทะเบียน 5กถ-2052 กรุงเทพมหานคร
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายค้นจากศาลเข้าตรวจค้นบ้านพักอาศัยของผู้ต้องหา
ผลการตรวจค้นบ้านพักของได้องหา ผลปรากฏว่าพบ
1. อาวุธปืนพกสัน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืน
2. โทรศัพท์มือถือ จำนวน 55 เครื่อง
3. บัตรเอทีเอ็มและบัตรเครดิต 10 ใบ
4. นาฬิกาข้อมือ จำนวน 20 เรือน
5. กระเป๋าแบรนด์เนม จำนวน 55 ใบ
6. เครื่องประดับ สร้อยคอ สร้อยข้อมือ กำไล แหวน ต่างหู วัตถุมงคล พระเครื่อง จำนวนมาก
7. บัตรประจำตัวประชาชนใบอนุญาตขับขี่ บัตรประจำตัวข้าราชการ จำนวน 18 ใบ
8. ตั๋วรับจำนำ ระบุชื่อผู้ต้องหาเป็นผู้จำนำ จำนวน 18 ใบ
รวมของกลางทั้งสิน 137 รายการ ซึ่งทรัพย์สินข้างต้น มีเหตุต้องสงสัยว่าเป็นทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิด จึงได้ทำการตรวจยึดส่งพนักงานสอบสวน และจากการขยายผลพบว่าคนร้ายเคยก่อเหตุในหลายท้องที่ ดังนี้
กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 จังหวัดปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา นนทบุรี ลพบุรี สระบุรี ชัยนาท
กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 จังหวัดนครปฐม สุพรรณบุรี กาญจนบุรี
กองบัญชาการตำรวจนครบาล
รวมผู้เสียหาที่ติดตามได้แล้ว ยืนยันของกลางและผู้ต้องหา จำนวน 44 ราย
จึงขอประชาสัมพันธ์ หากผู้ใดสงสัยว่าเคยถูกผู้ต้องหากลุ่มนี้ก่อเหตุลักทรัพย์ สามารถมาตรวจสอบทรัพย์สินและประสานข้อมูลได้ที่ สภ.เมืองปทุมธานี

ภาพ/ข่าว
เอวัชระ ทีมข่าวเรื่องจริงผ่านเลนส์

Facebook Comments
%d bloggers like this: