ผู้เสียหายแชร์ลูกโซ่เข้ายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ที่ศูนย์ร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาล ตรงข้ามประตู4

วันที่ 30 สิงหาคม 2561เวลา 13.00น.
นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย พร้อมรายชื่อ ประชาชน 420,000 รายชื่อ ที่สนับสนุนให้มีการแก้กฏหมายปรับปรุงการดำเนินคดีกับพวกแชร์ลูกโซ่ให้หนักยิ่งขึ้น
โดยจะมีตัวแทนผู้เสียหายเดินทางเข้าติดตามทวงถามถึงความคืบหน้าทางคดี แชร์ลูกโซ่ต่างๆ จำนวนหลายร้อยราย เช่น
1.คดีตะเกียงน้ำมันหอมระเหย dchl ซึ่งก่อนหน้านี้ศาลได้มีคำพิพากษาให้เงินของผู้เสียหายจำนวน 74 ล้านบาทตกเป็นของแผ่นดิน
ต่อมา ประธานสามารถร่วมกับผู้เสียหายเรียกร้องต่อท่านนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงานให้คืนเงินดังกล่าวให้กับผู้เสียหาย ตาม พรบ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน มาตรา 49 วรรคท้าย
ในที่สุดได้มี
ราชกิจจานุเษกษา ลงวันที่ 8 สิงหาคม 2561 ให้ผู้เสียหายไปขอคุ้มครองสิทธิที่ ปปง.เพื่อขอรับเงินจำนวน 74 ล้านบาทคืน โดยมีกำหนดภายใน 30 วัน นับจากลงประกาศ
2.คดีบริษัทไนท์ท๊อปอัพ หลังจากศาลอาญามีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 19 ดรกฎาคม 2561 ให้ผู้เสียหายชนะคดี แต่ยังไม่มีมาตราการเยียวยาคืนเงินให้กับผู้เสียหาย เพราะยังไม่มีการดำเนินคดีฟอกเงินกับกลุ่มมิจฉาชีพ จึงได้มาเรียกร้องต่อนายกรัฐมนตรี ใช้อำนาจสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
3.ผู้เสียหายในคดีโอดีแคปปิตอลมายื่นร้องทุกข์ต่อนายกรัฐมนตรี ให้ติดตามเร่งรัดคดี หลังผู้เสียหายแจ้งความไว้ที่ ปอศ. แต่พนักงานสอบสวนให้ประกันตัวชั้นสอบสวน ทั้งนี้ผู้ต้องหาได้ทำการข่มขู่ผู้เสียหายทั้งทางกฎหมาย ทั้งการจ้างทนาย ทั้งร้องเท็จต่อศาล ทำให้ผู้เสียหายหวาดกลัว เพื่อเป็นการตัดตอนผู้เสียหายคนอื่นๆ ไม่ให้ออกมาร้องทุกข์ ทำให้สำนวนในคดีอ่อน และจะมีผู้เสียหายตกค้างจำนวนมาก เนื่องจากขาดความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม ผู้เสียหายบางรายหมดเนื้อหมดตัวถึงขั้นล้มละลาย มาแจ้งความให้ตำรวจดำเนินคดีกับมิจฉาชีพ แต่มิจฉาชีพไปร้องเท็จต่อศาล ทำให้ผู้เสียหายตกใจเพราะได้รับหมายศาล ผู้เสียหายส่วนใหญ่ถูกโกงหมดเนื้อหมดตัวจะเอาเงินที่ไหนจ้างทนาย
ผู้เสียหายไม่เคยคาดคิดว่าวันนี้ตนเองถูกโกงไปแล้ว มิจฉาชีพไม่ติดคุก ไม่คืนเงินตนเอง แถมยังเอาเงินของตนมาฟ้องตน
ทั้งนี้ผู้เสียหายได้นำข้อมูลที่มิจฉาชีพเอารูปนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์มาอ้างว่าเกี่ยวข้องกับโอดีแคปปิตอล นำไปเป็นหลักฐานให้ศาลด้วย ตนจึงนำข้อมูลมาให้นายกรัฐมนตรีรับทราบ
4.คดีหลอกลวงเงินดิจิตอลบิทคอร์ย ผู้เสียหายได้นำข้อมูลมาให้นายกรัฐมนตรี หลังจากพบว่ามิจฉาชีพที่หลอกลวงตน หลังจากถูกจับกุมไปแล้ว ได้รับการประกันตัวชั้นพนักงานสอบสวน ก็ยังไปหลอกลวงชาวบ้านอยู่ จึงนำข้อมูลมาให้นายกรัฐมนตรีสั่งการชุดปราบปรามแชร์ลูกโซ่ ติดตามการกระทำดังกล่าว ซึ่งจะมีชาวบ้านตกเป็นเหยื่ออีกเป็นจำนวนมาก
5.DT 1010 คดีเกมส์ออนไลน์ คดีพิเศษที่ 37/2560 หลายปีแล้วยังไม่คืบหน้า ผู้เสียหายหมดเนื้อหมดตัว บางรายเลิกกับภริยา ลูกกำพร้าพ่อกำพร้าแม่ เพราะสามีกู้เงินมาลงทุนจนหมดเนื้อหมดตัว แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้าในคดี จึงร้องให้นายกรัฐมนตรี สั่งการมายัง DSI และ ปปง.
6.กองทุนหมู่บ้านที่ จ.ชัยภูมิ ถูกหลอกให้ร่วมลงทุน หมดเนื้อหมดตัว ไปแจ้งความกับตำรวจที่ชัยภูมิ ก็ล่าช้า โจรก็ไม่ถูกจับ เงินตนเองก็ยังไม่ได้คืน ความเสียหายรวมมากกว่า 50 ล้านบาท จึงมาร้องให้นายกรัฐมนตรีช่วยเหลือ
7.เพจคิวคิว ผู้เสียได้นำหนังสือจดหมายจาก สคบ.เลขที่ นร.0312/5338 เรื่องขอให้ตรวจสอบกิจการของเพจคิวคิว ซึ่งทำหนังสือถึงอธิบดี DSI ว่าให้ตรวจสอบกิจการของบริษัทดังกล่าว น่าจะเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ ซึ่งส่งหนังสือไปตั้งแต่ วันที่ 24 มี.ค.2560 แต่ไม่มีความคืบหน้า จึงร้องทุกข์ต่อนายกรัฐมนตรีให้ดำเนินการติดตามและช่วนเหลือ เพราะจะมีผู้เสียหายถูกหลอกเป็นจำนวนมาก
8.คดีหลอกลงทุนในฟอเร็กซ์ ซึ่งกฎหมาย พรก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการกฉ้อโกงประชาชน ได้บัญญัติในมาตรา 4 อยู่แล้ว แต่ก็ยังมีการหลอกลวงประชาชนทุกวัน ผู้เสียหายที่เดินทางมาวันนี้หมดเงินหลายล้าน จึงเดินทางมาร้องต่อนายกรัฐมนตรี
9.แชร์ทองคำบ้านนุ๊ก ได้มีผู้เสียหายที่อายุเพียง 25 ปี แต่มีเงินผ่านบัญชี กว่า 100 ล้านบาท ซึ่งตนเองไม่ได้เก็บโอนต่อไปยังมิจฉาชีพที่หลอกลวง ตนไปแจ้งความไว้ที่ สน.บึงกุ่ม เดือนกว่าแล้ว คดีไม่คืบหน้า คนที่โกงเงินไป ไม่ถูกจับ เสวยสุขด้วยเงินที่ได้มาจากความเดือดร้อนของชาวบ้าน ตนไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงมาร้องต่อนายกรัฐมนตรี ให้ดำเนินการช่วยเหลือตน และผู้เสียหายคนอื่นๆ ด้วย
10.คดีบุญแม่พระธรณี ตำรวจได้มีการจับกุมเท้าวแชร์แล้ว แต่ ปปง. ยังไม่ดำเนินการติดตามทรัพย์ให้กับผู้เสียหาย
จึงมาร้องต่อนายกรัฐมนตรีให้ดำเนินการสั่งการไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้นายสามารถ ได้กล่าวขอบคุณ นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ได้จัดตั้งศูนย์ปราบแชร์ลูกโซ่ด้วยคำสั่ง สำนักนายกฯที่ 253/60 ลงวันที่ 7 ตุลาคม 2560 และขอบคุณ รมต.สำนักนายกฯ สุพันธุ์ ตันยุวรรธนะ ที่ได้เรียกประชุมครั้งที่ 1/2561 ในวันนี้ ในฐานะประธานคณะกรรมการติดตามแชร์ลูกโซ่
ซึ่งผม นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ขออาสาเป็นตัวแทนประชาชน 420,000 ราย ที่ไม่ได้รับความยุติธรรม จะเร่งช่วยเหลือผู้เสียหายให้ได้รับเงินคืนพร้อมเข้าไปผลักดันแก้กฎหมายให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ให้ได้รับเงินคืนโดยเร็วที่สุด ตลอด 4 ปีที่ผ่านมาตนทำงานทุกวันอยู่กับเรื่องนี้ทุกวัน ตนเห็นปัญหา เข้าใจปัญหา และมีวิธีการแก้ปัญหา เพื่อช่วยให้คนไทยต้องไม่ถูกโกง จึงขออาสาเข้าไปทำงานตรงนี้
วันนี้ตนขอขอบคุณชาวบ้านทุกคนที่เดินทางมาวันนี้ เป็นทั้งแรงกายแรงใจผลักดันปัญหานี้สู่รัฐบาลจนสำเร็จ โดยระหว่างรวมตัวกันนั้น ฝนตกแดดออกอย่างน่าอัศจรรย์ เสมือนว่าเทวดารับรู้ พระสยามเทวาธิราชเห็น ซึ่งเราก็ต้องมุ่งมั่นทำความดีต่อ

ภาพ/ข่าว
เอ วัชระ ทีมข่าวเรื่องจริงผ่านเลนส์รายงาน

Facebook Comments
%d bloggers like this: