“การปราบปรามขบวนการ โกงน้ำหนักรถบรรทุก ด้วยเครื่องปรับน้ำหนักตาชั่ง แบบรีโมตคอนโทรล”

“การปราบปรามขบวนการ โกงน้ำหนักรถบรรทุก ด้วยเครื่องปรับน้ำหนักตาชั่ง แบบรีโมตคอนโทรล”
ด้วยศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.) ได้รับเรื่องร้องเรียนจาก บริษัท จี สตีล จำกัด (มหาชน) ผู้เสียหาย ซึ่งได้มีการว่าจ้างให้บริษัท ฮาร์สโก้ เมทัล (ประเทศไทย) จำกัด เข้ามาดูแลจัดการในส่วนของเครื่องชั่งน้ำหนักรถบรรทุกขาเข้า (ชั่งหนัก) และ ขาออก (ชั่งเบา) และพบความผิดปกติ จึงทำการสืบสวน พบว่ามีขบวนการโกงน้ำหนักโดยใช้รถบรรทุกเข้ามาโกงตาชั่ง จนทราบว่ามีกลุ่มคนของ บริษัท ฮาร์สโก้ เมทัล (ประเทศไทย) จำกัด ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในบริเวณเครื่องชั่งน้ำหนักได้ร่วมมือกับ ผู้ค้าเศษเหล็ก ซึ่งต้องซื้อผ่านกลุ่มผู้สนับสนุน เงินทุนแก่บริษัท จี สตีล จำกัด เป็นตัวกลางในการซื้อเศษเหล็กจากการทุจริตดังกล่าว และกลุ่มผู้สนับสนุนนั้นยังเป็นผู้มีอำนาจตามสัญญาของบริษัทฯ ในการอนุมัติการดำเนินการซื้อขายเหล็กทั้งหมด โดยขบวนการดังกล่าวได้มีการ จัดทำระบบรีโมทควบคุมน้ำหนักของตาชั่ง เพื่อโกงน้ำหนักเหล็ก ที่นำส่งเข้า บริษัท จี สตีล จำกัด เมื่อระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2560 ถึงวันที่ 14 สิงหาคม 2560 จนเกิดความเสียหายรวมทั้งสิ้นเป็นเหล็ก จำนวน 4,248 ตัน มูลค่าประมาณ 157,603,200 บาท ซึ่งทำให้บริษัท จี สตีล จำกัด ได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก

ตามนโยบายรัฐบาลและการปฏิบัติการโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำการปราบปรามอาชญากรรมภายในประเทศอย่างต่อเนื่องและจริงจัง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. จึงได้จัดตั้งศูนย์ปรามปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) โดยมอบหมาย ให้ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. ควบคุมกำกับชุดปฏิบัติการประจำศูนย์ฯ โดยได้ทำการสืบสวนปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท./รอง ผอ.ศปอส.ตร. พร้อมด้วย พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท.1 บช.ทท. , พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบก.ทท.2 บช.ทท. , พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ. ได้สั่งการให้ ชป.10 ศปอส.ตร นำโดย พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป ผกก.สน.ห้วยขวาง/หน.ชป.10 ศปอส.ตร. , พ.ต.ท.ภูริส จินตรานันท์ รอง ผกก.ป.สน.บางรัก/รอง หน.ชป.10 ศปอส.ตร. ทำการสืบสวนร่วมกับ บก.ปอศ. นำโดย พ.ต.อ.ปภัชเดช เกตุพันธ์ รอง ผบก.บก.ปอศ และประสานความร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ ภายใต้การอำนวยการของ นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน , นายฉัตรชัย ศักดิ์ศิลปะชัย รองอธิบดีกรมการค้าภายใน , นายสุรชัย สังข์ศรีแก้ว ผู้อำนวยการสำนักกำกับและตรวจสอบเครื่องชั่ง , โดยมี นายธเรศ ยศอาลัย นักวิชาการชั่งตวงวัดชำนาญการ สำนักกำกับตรวจสอบเครื่องชั่งกรมการค้าภายใน เป็นผู้ร่วมทำการสืบสวน

ได้ทำการสืบสวนจนนำไปสู่การดำเนินคดีโดยสามารถดำเนินคดีได้ 3 กลุ่มคือ 1.บริษัท ฮาร์สโก้ เมทัล (ประเทศไทย) จำกัด นิติบุคคล 1 บริษัท ดำเนินคดีในข้อหา “ร่วมกันกระทำการใดๆ เพื่อให้เครื่องชั่งตวงวัดที่มีการให้คำรับรอง แสดงน้ำหนัก ปริมาตร ปริมาณ หรือหน่วยใดๆ ผิดไปจากการที่ได้รับการตรวจสอบความเที่ยงกับแบบมาตรา เกินอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาด , ร่วมกันแก้ไขหรือดัดแปลงส่วนประกอบของเครื่องชั่งตวงวัดหรือโปรแกรมที่ใช้กับ เครื่องชั่งตวงวัดโดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์หรือระบบอื่นที่คล้ายคลึงกันหรือกระทำด้วยวิธีการใดๆ เพื่อให้ ความเที่ยงของเครื่องชั่งตวงวัดผิดเกินอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาด” อันเป็นความผิดตาม พระราชบัญญัติ มาตราชั่งตวงวัด (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2557 มาตรา 25 , 74 (1) , 75/1 , 76 , 79 ซึ่งมีอัตราโทษสูงสุดคือ “จําคุกไม่เกินเจ็ดปี และปรับไม่เกินสองแสนแปดหมื่นบาท” 2.กลุ่ม พนักงาน บริษัท ฮาร์สโก้ เมทัล (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเกี่ยวข้องกับการชั่งน้ำหนัก จำนวน 17 คน ดำเนินคดีในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกง และ (ข้อหาเดียวกับกลุ่มที่ 1 )” อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 , 83 และ พระราชบัญญัติ มาตราชั่งตวงวัด (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2557 มาตรา 25 , 74 (1) , 75/1 , 76 , 79 (มีอัตราโทษสูงสุดเท่ากับกลุ่มที่ 1) 3.กลุ่มพนักงานคนขับรถบรรทุกและเจ้าของรถบรรทุก จำนวน 6 คน ดำเนินคดีในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกง, ปลอมเอกสารราชการและใช้เอกสารราชการปลอม , และ (ข้อหาเดียวกับกลุ่มที่ 1 )” อันเป็นความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 , 266 , 268 , 341 พระราชบัญญัติ มาตราชั่งตวงวัด (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2557 มาตรา 25 , 74 (1) , 75/1 , 76 , 79 (มีอัตราโทษสูงสุดเท่ากับกลุ่มที่ 1) รวมผู้ต้องหาทั้งสิ้น 23 คน นิติบุคคล 1 บริษัทฯ

Facebook Comments
%d bloggers like this: