ตำรวจชุดสืบสวน สภ.หาดใหญ่จับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ร้านทองใน อ.หาดใหญ่ได้ทองหนัก 9 บาทได้แล้วหลังพยายามแกะรอยหาเบาะแสมาร่วม 1

ตำรวจชุดสืบสวน สภ.หาดใหญ่จับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ร้านทองใน อ.หาดใหญ่ได้ทองหนัก 9 บาทได้แล้วหลังพยายามแกะรอยหาเบาะแสมาร่วม 1 สัปดาห์และตามไปจับกุมได้ที่บ้านของภรรยาพร้อมของกลางทองที่เหลืออยู่ 1 เส้นเงินสดและรถจักรยานยนต์ที่ขับก่อเหตุ

ความคืบหน้าคดีคนร้ายบุกเดี่ยวก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ร้านทอง “ห้างทองรัตนมณี” ตั้งอยู่เลขที่ 121/57 ย่านตลาดคลองเตย เขตเทศบาลเมืองคอหงส์ อ.หาดใหญ่ ได้สร้อยคอทองคำหนักเส้นละ 3 บาทไป 3 เส้นรวมน้ำหนัก 9 บาทมูลค่าเกือบ 2 แสนบาท เหตุเกิดเมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 23 ตุลาคมที่ผ่านมา

ล่าสุดเมื่อช่วงเย็นของวานนี้(28ต.ค.) พ.ต.อ.กิตติชัย สังขถาวร ผกก.สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา สั่งการให้ พ.ต.ท.ธนวัต เส้งสุย รอง ผกก.สส.ฯให้ติดตามจับกุมคนร้ายที่บุกเดี่ยวเข้าไปวิ่งราวทรัพย์ที่ห้างทองรัตนมณี ต่อมาตำรวจชุดสืบสวน สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา สามารถติดตามจับกุมคนร้ายรายนี้ได้แล้วชื่อ นายเพิ่มพร เปี่ยมศักดิ์ อายุ 33 ปี เป็นชาว ต.เขารูปช้าง อ.เมือง จ.สงขลา
โดยจับกุมได้ขณะที่กบดานอยู่ที่บ้านเลขที่ 252/32 หมู่ 6 ต.ทุ่งใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเป็นบ้านของภรรยา หลังจากที่พยายามตามแกะรอยหาเบาะมาร่วม 1สัปดาห์ ซึ่งขณะเข้าจับกุม นายเพิ่มพร พยายามวิ่งหลบหนีออกจากบ้านแต่เจ้าหน้าที่ก็วิ่งไล่ตามและรวบตัวเอาไว้ได้
จากการตรวจค้นภายในบ้านพบของกลางสร้อยคอทองคำหนัก 3 บาทที่เหลืออยู่เพียง 1 เส้น เงินสด 1 หมื่นบาทที่ได้จากการนำทองไปจำนำ รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า สกู๊ปปี้ ไอ สีแดง หมายเลขทะเบียน 1 กฎ 5451 สงขลา ที่ขับไปก่อนเหตุ และจากการสอบสวน นายเพิ่มพร ก็ยอมรับสารภาพ
โดยผู้ต้องหาให้การว่าแรงจูงใจที่ก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ร้านทองเนื่องจากมีปัญหาเรื่องเงิน หลังก่อเหตุได้หลบหนีไปยัง จ.ยะลา และนำทองไปขายตามร้านทองต่างๆแต่ไม่มีใครกล้าซื้อ จึงนำกลับมาจำนำกับเพื่อน จำนวน 1 เส้น ใช้แทนเงินสดแลกกับหนี้ที่ค้างค่ายาเสพติด 1 เส้น และเหลืออยู่อีก 1 เส้น
ขณะนี้ตำรวจชุดสืบสวน สภ.หาดใหญ่ กำลังอยู่ระหว่างการนำตัว นายเพิ่มพร ไปขยายผลยึดทองทั้ง 2 เส้นคืนมารวมทั้งหลักฐานอื่นๆเช่นเสื้อผ้าที่ใช้สวมใส่ในวันก่อเหตุเพื่อดำเนินการทางคดีต่อไป

นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*


%d bloggers like this: