ปฏิบัติการ “ขุดรากถอนโคนอาชญากรรม ทำบ้านเมืองน่าอยู่” ครั้งที่ 16 ในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 4

ปฏิบัติการ “ขุดรากถอนโคนอาชญากรรม ทำบ้านเมืองน่าอยู่” ครั้งที่ 16 ในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 4

ตามนโยบายของรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กำหนดให้ปัญหาหนี้นอกระบบ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของพี่น้องประชาชน เป็นวาระแห่งชาติ จึงได้สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันบูรณาการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลและดำเนินการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบอย่างจริงจัง
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงได้จัดตั้งศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) ตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 577/2561 ลงวันที่ 3 ตุลาคม 2561 เพื่อดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลดังกล่าว โดยในวันนี้ (1 พฤศจิกายน 2561) ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พลตำรวจตรี สุรเชษฐ์ หักพาล รักษาราชการแทน ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, พลตำรวจตรี กฤษกร พลีธัญญวงศ์ รักษาราชการแทน รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการ ศปอส.ตร.ชุดที่ 5,6,7,8 และ 9 ได้ประสานการปฏิบัติกับ พลตำรวจโท สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4, พันตำรวจเอก มาโนช สุภาพพูล รักษาราชการแทน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย พร้อมด้วยหน่วยทหารในพื้นที่ ดำเนินการภายใต้ยุทธการ “ขุดรากถอนโคนอาชญากรรม ทำบ้านเมืองน่าอยู่” ครั้งที่ 16 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปิดล้อมตรวจค้นยึด/อายัดทรัพย์สินของกลุ่มนายทุนเงินกู้ ผู้ต้องหา ในพื้นที่อำเภอเมือง และอำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย จำนวน 3 เป้าหมาย 3 จุด และเข้าปิดล้อมตรวจค้นสถานที่เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน ตามเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับนายทุนเงินกู้นอกระบบของประชาชน ในพื้นที่ อำเภอเมือง และอำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย จำนวน 7 เป้าหมาย 8 จุด โดยผลการปฏิบัติ สรุปได้ดังนี้
1.จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ จำนวน 3 ราย ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันให้ผู้อื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด” ประกอบด้วย นายจุมพล ศิริอมรกิติ์, นางสุกัญญา วรรณศิริ และนางกัลยาณี สังข์ทอง
2.ยึด/อายัดทรัพย์สิน ผู้ต้องหา ประกอบด้วย
2.1 บ้านพร้อมที่ดินจำนวน 1หลัง
2.2 บ้านและอาคารพาณิชย์จำนวน 1แห่ง
2.3 ร้านวัสดุก่อสร้างจำนวน1แห่ง
2.4 รถยนต์และรถแทรคเตอร์จำนวน6คัน
มูลค่าทรัพย์สินรวม 40 ล้านบาท
3.ตรวจยึดโฉนดที่ดิน จำนวน 846 ฉบับ มูลค่ารวม 3,720 ล้านบาท
รวมถึงเอกสารที่เกี่ยวข้อง อีกจำนวนหลายรายการ

รวมตรวจยึดโฉนดที่ดิน 846 ฉบับ
และมูลค่าทรัพย์สินรวม 3,760 ล้านบาท

ขอบคุณข้อมูลข่าวสาร พ.ต.ต.หญิงพัชรี ศรีเผือก สว.ฝอ.5 บก.อก.สตม.

ทีมข่าวเรื่องจริงผานเลนส์รายงาน

Facebook Comments
%d bloggers like this: