ศปอส.ตร. ทลายเครือข่าย  แก๊งคอลเซ็นเตอร์  หลอกลวงข้ามชาติ

ศปอส.ตร. ทลายเครือข่าย แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกลวงข้ามชาติ

ตามนโยบายของรัฐบาลภายใต้การบริหารประเทศของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้กำหนดยุทธศาสตร์และมาตรการในการป้องกันและปราบปรามการการฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบต่างๆ และได้เร่งรัดให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการแก้ไขปัญหาให้เห็นเป็นรูปธรรม
สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้จริงจังในการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จึงได้แต่งตั้งศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ( ศปอส.ตร.) โดยได้รวบรวมเจ้าหน้าที่ที่มีความสามารถมาปฏิบัติหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการเพื่อเร่งรัดในการปฏิบัติการติดตามจับกุมโดยคนร้ายมีแผนประทุษกรรมที่ซับซ้อน การกระทำผิดมีการแบ่งหน้าที่กันทำ เกี่ยวข้องกับต่างประเทศ โดยทางศูนย์ ศปอส.ตร. ได้ประสานการปฏิบัติกับประเทศต่างๆที่เกี่ยวข้องภายใต้นโยบาย One World One Team โดยการแลกเปลี่ยนข้อมูล และร่วมปฏิบัติการในหลายประเทศที่ผ่านมา

ในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ชุดปฎิบัติการประจำศูนย์ ศปอส.ตร. สืบสวนทราบว่ามีกลุ่มบุคคลชาวมาเลเซียเดินทางเข้ามาในประเทศไทยเพื่อตั้งเป็นศูนย์คอลเซ็นเตอร์ใช้ในการหลอกลวงประชาชนชาวจีน ไต้หวันและมาเลเซีย โดยจะเข้ามาทางด้านชายแดนไทย – มาเลเซีย ทางด่านนอก ต.สำนักขาม อ.สะเดา จว.สงขลา โดยมีชายชาวมาเลเซียชื่อ “นายอาคุน” เป็นหัวหน้าขบวนการ แก๊งคอลเซ็นเตอร์
กลุ่มนี้จะมีวิธีการ รูปแบบในการหลอกลวงประชาชนคือจะเปิดเว็บไซต์หรือเปิดโปรแกรมเฟสบุ๊คและโฆษณาเพื่อชักชวนเหยื่อให้ร่วมทำบุญ จัดสร้างพระ สร้างวัด จัดงานทำบุญต่างๆหรือบางครั้งจะหลอกให้เหยื่อทำบุญเพื่อเสริมดวงชะตาหรือเพื่อสะเดาะเคราะห์ เมื่อเหยื่อหลงเชื่อก็จะโอนเงินไปให้โดยโอนผ่านเข้าบัญชีธนาคารที่กลุ่มขบวนการจัดเตรียมไว้ เมื่อเหยื่อโอนเงินเข้าตามจำนวนที่ทางขบวนการต้องการแล้ว หลังจากนั้นแก๊งดังกล่าวจะปิดเว็บไซต์และปิดการติดต่อสื่อสารกับเหยื่อทุกช่องทางแล้วหลบหนีไป จึงได้ประสานการปฏิบัติกับเจ้าหน้าที่ตำรวจประเทศมาเลเซีย ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสงขลา ตำรวจท่องเที่ยว สถานีตำรวจภูธรสะเดา และเจ้าหน้าที่ทหาร ร่วมปฏิบัติการในครั้งนี้
เป็นการปฏิบัติการภายใต้การอำนวยการ ของ
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รรท.ผบช.สตม.,พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญะวงศ์ รรท.รอง ผบช.สตม. , พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รรท.ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รรท.ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รรท.ผบก.จร.,พ.ต.อ.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล ผกก.ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสงขลา,พ.ต.อ.สวัสดิ ศรีแสนยง ผกก.สภ.สะเดา,พ.ต.อ.สัญญา เนียมประดิษฐ์ ผกก.3 บก.ทท.3 และ จนท.ชุดปฎิบัติการ ศปอส.ตร.ชุดที่ 5,6,7,8,9 นำโดย พ.ต.ท.เขมรินทร์ พิศมัย รอง ผกก.สส.สน.ห้วยขวาง/หน.ชุดปฎิบัติการที่ 8

สรุปผลการปฏิบัติได้ดังนี้
1. ปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมาย จำนวน 5 จุด สรุปรวมได้ดังนี้
2. ควบคุมบุคคลได้ จำนวน 15 คน
– คนไทย (หญิง) 5 คน
– คนมาเลเซีย (ชาย) 10 คน
3. ตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ จำนวน 51 เครื่อง
4. คอมพิวเตอร์โน้ตบุค จำนวน 7 เครื่อง
5. บัญชีธนาคาร จำนวน 8 เล่ม
6. บัตร ATM /บัตรเครดิต จำนวน 56 ใบ
7. ตรวจยึดรถยนต์ จำนวน 4 คัน
8. ตรวจยึดรถจักรยานยนต์ จำนวน 4 คัน
9. เงินไทย จำนวน 41,500 บาท
10. เงินมาเลเซีย จำนวน 31,043 ริงกิต
ในส่วนของผู้ที่ถูกควบคุมตัวที่เป็นคนต่างชาติได้ถูกควบคุมตัวอยู่ที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสงขลาเพื่อดำเนินเพิกถอนการพักอาศัยในประเทศไทย และประสานส่งตัวดำเนินคดีในประเทศมาเลเซีย พร้อมส่งมอบพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องที่ตรวจยึดได้ โดยในส่วนผู้ถูกควบคุมที่เป็นคนไทยอยู่ระหว่างทำการซักถามขยายผลเพื่อตรวจสอบว่ามีผู้ใดมีส่วนร่วมหรือรู้เห็นในกระทำความผิดหรือไม่ หากพบว่าเกี่ยวข้องจะได้ดำเนินการเอาผิดตามกฎหมายกับผู้เกี่ยวข้องต่อไป

ขอบคุณข้อมูลข่าว

พ.ต.ต.หญิงพัชรี ศรีเผือก

สว.ฝอ.5 บก.อก.สตม.

ทีมข่าวเรื่องจริงผานเลนส์รายงาน

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*


%d bloggers like this: