ปภ.ประสานจังหวัดภาคใต้ และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยจากภาวะฝนตกหนัก และคลื่นลมแรง ในช่วงวันที่ 7 – 10 พ.ย. 61

ปภ.ประสานจังหวัดภาคใต้ และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยจากภาวะฝนตกหนัก
และคลื่นลมแรง ในช่วงวันที่ 7 – 10 พ.ย. 61

กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประสานจังหวัดภาคใต้ และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยจากภาวะฝนตกหนัก และคลื่นลมแรง ในช่วงวันที่ 7- 10 พ.ย. 2561 โดยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน ระดับน้ำ และแนวโน้มสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมจัดเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็ว เครื่องมืออุปกรณ์ให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัย รวมถึงประสาน
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้มงวดการเดินเรือทุกประเภท
ให้มีความปลอดภัย อีกทั้งแจ้งเตือนประชาชนระมัดระวังอันตรายจากสถานการณ์ภัยจากภาวะฝนตกหนัก
และคลื่นลมแรง

นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า กองอำนวยการป้องกัน
และบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ติดตามสภาวะอากาศ ปริมาณฝนสะสม สถานการณ์น้ำท่า และปัจจัยเสี่ยง
เชิงพื้นที่ ประกอบกับศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้
ฝั่งตะวันออกระบุว่า ในช่วงวันที่ 7 – 10 พฤศจิกายน 2561 ภาคใต้ฝั่งตะวันออกจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่
รวมถึงบริเวณอ่าวไทยจะมีคลื่นสูง 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร โดยมีพื้นที่เฝ้าระวัง
น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ได้แก่ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส พื้นที่เฝ้าระวังคลื่นลมแรง ได้แก่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี
และนราธิวาส

กอปภ.ก จึงได้ประสานศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตและจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัยดังกล่าว เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัย โดยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน ระดับน้ำและแนวโน้มสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด รวมถึงจัดเตรียม
ชุดเคลื่อนที่เร็ว เครื่องจักรกลสาธารณภัยให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัย อีกทั้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้มงวดเรือทุกประเภท ทั้งเรือเล็ก เรือประมง เรือท่องเที่ยว เรือข้ามฟาก และเรือเฟอร์รี่
ให้เดินเรือด้วยความระมัดระวัง พร้อมตรวจสอบสภาพเรือ
ให้มีความปลอดภัย และอุปกรณ์ชูชีพให้เพียงพอ
ตลอดจนแจ้งเตือนประชาชนเตรียมพร้อมรับมือและระมัดระวังอันตรายจากสถานการณ์ภัย โดยติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด
พร้อมปฏิบัติตามคำเตือนอย่างเคร่งครัด ท้ายนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถติดต่อได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง
เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป

Facebook Comments
%d bloggers like this: