ปฎิบัติการกู้ซากเรือฟินิกซ์ล่มกลางทะเลฝั่งอันดามัน ห่างจากชายฝั่งทะเล จ.ภูเก็ต 7 ไมล์ทะเล

เมื่อวันที่17พ.ย. พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รองผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดี พร้อมด้วยชุดทำงาน อันประกอบไปด้วย พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รรท.ผบช.สตม. พล.ต.ต.กฤตธาพล ยี่สาคร รรท.รองผบช.ทท. พล.ต.ต.ปรีดี พงศ์เศรษฐ์สันต์ รองผบช.สพฐ พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รรท .ผบก.สส.สตม. พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รรท.ผบก.ตม.3 พ.ต.ท.อาริศ คูประสิทธิรัตน์ รองผกก.สายตรวจและปฎิบัติการพิเศษ บก.สปพ. ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ บินสำรวจบริเวณจุดเรือฟินิกซ์ล่มกลางทะเลฝั่งอันดามัน ห่างจากชายฝั่งทะเล จ.ภูเก็ต 7 ไมล์ทะเล ซึ่งมีการนำเรือเครนนำเข้าจากประเทศสิงค์โปร์มาเพื่อทำการกู้ซากเรือฟินิกซ์ที่อับปางลงไป พร้อมกันนี้นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ตรวจสอบความคืบหน้าปฎิบัติการกู้ซากเรือฟินิกซ์ที่บริเวณจุดดังกล่าว

สำหรับปฎิบัติการกู้ซากเรือฟินิกซ์ในครั้งนี้ ได้มีการนำเข้าเรือเครนขนาด 1000 ตัน มาจากประเทศสิงค์โปร์ ซึ่งถือว่าเป็นเรือที่ได้มาตรฐานสากลในการรองรับภารกิจการกู้เรือที่มีน้ำหนักมาก โดยใช้งบประมาณในการกู้เรือครั้งนี้ 35 ล้านบาท ทั้งนี้มีรายงานว่าผู้เชียวขาญได้นำเรือเครนให้อยู่ขนาดกับเรือฟินิกซ์ พร้อมทิ้งสมอ8ตัว แบ่งเป็นจุดละ2ตัว สมอจะดึงเรือในแนวขนานได้ หลังจากนั้นจะหย่อนฮุกและสลิง200ตัน เพื่อเอา สเบสเดอร์บาร์ ไปวางบนหลังคาเรือฟินิกซ์ แล้วจะเอาเชือกเกี่ยวกับสเบสเดอร์บาร์ และเริ่มทำการยก
พร้อมกันนี้ได้ส่งนักประดาน้ำลงไปสำรวจความพร้อมของสลิงที่สอดอยู่ใต้ลำเรืออีกครั้ง ก่อนที่จะโยงสายเข้าเชื่อมกับสลิงของเรือเครน เพื่อทดสอบความตึง ลักษณะการยก เหมือนกับการดึงกระเช้าขึ้นจากใต้น้ำ โดยจะยก 2 ระดับ คือ ยกครั้งแรก ให้ลอยเหนือผิวทราย ฝังเรืออยู่ในระดับความลึก 1 เมตร เพื่อวัดแรงดูด จากนั้นก็จะยกครั้งที่ 2 ให้ลอยเหนือผิวทราย 50 เซนติเมตร หากไม่มีแรงดูด หรือ แรงต้านใต้น้ำ ก็จะค่อยๆลายขึ้นสูงผิวน้ำอย่างช้าๆ โดยซากเรือฟินิกซ์ได้ลอยสู่ผิวน้ำเวลา 15.20น. ซึ่งภายหลังจากเรือได้ลอยสู่ผิวน้ำพล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รองผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดี พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รรท.ผบช.สตม. พล.ต.ต.กฤตธาพล ยี่สาคร รรท.รองผบช.ทท.พร้อมด้วยชุดทำงาน ได้ยืนสงบนิ่งเพื่อเป็นการไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์โศกนาฏกรรมครั้งนี้

พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ กล่าวว่า ทางรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ จันทร์โอขา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี มีความตั้งใจในการที่จะกู้ซากเรือฟินิกซ์ขึ้นมาให้ได้ อีกทั้งแสดงความจริงใจต่อรัฐบาลจีนที่ต้องการอยากทราบความคืบหน้า โดยมอบหมายให้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรมเจ้าท่าเป็นเจ้าภาพร่วมกัน ซึ่งจากการได้ดำเนินการขณะนี้มีความคืบหน้าไปมาก ทางผู้เชี่ยวชาญได้มีการวางทุ่นเพื่อกั้นเขตเป็นวงกลมรัศมีโดยรอบ 1 กิโลเมตร พร้อมขึงสลิงเพื่อที่จะยกเรือขึ้นมา ซึ่งขั้นตอนการดำเนินการได้ใช้ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคจากประเทศสิงค์โปร์ และวิศวกรประเทศเยอรมัน อย่างไรก็ตามการดำเนินการเป็นไปด้วยความลุล่วง ไม่มีอุปสรรคด้านเทคนิคแต่อย่างใด มีเพียงสภาพอากาศคลื่นลมที่เป็นตัวแปร แต่สุดท้ายก็สามารถที่นำเรือขึ้นมาได้

โดยทันทีที่กู้ซากเรือได้แล้วจะให้พนักงานสอบสวน พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญ วิศวกรจากประเทศเยอรมัน เจ้าที่กองพิสูจน์หลักฐานมาทำการตรวจโครงสร้างของเรือว่าอุปกรณ์เป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่ ตรงตามแบบแปลนที่ได้มีการยื่นขอไว้หรือไม่อย่างไร หากไม่ตรงตามมาตรฐานก็จะแจ้งข้อหากับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า รัฐบาลไทยมีความจริงใจที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศจีนว่าประเทศไทยมีความจริงใจในการหาสาเหตุการเสียชีวิตของนักท่องเที่ยวชาวจีนว่ามีข้อบกพร่องจุดไหนของเรือ พร้อมทั้งสร้างความศรัทธากลับมายังจังหวัดภูเก็ตด้วย เชื่อว่าหลังจากนี้สถานการณ์จะดีขึ้น จากวันนี้ไปในเหตุการณ์ในลักษณะนี้จะไม่เกิดขึ้น ความปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีน ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลไทยมองเรื่องความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญมากกว่าที่จะมองเรื่องรายได้เข้าประเทศ รัฐบาลไทยได้ปรับมาตรการหลายๆมาตราการ ทำทุกวิถีทางให้ประเทศไทยมีมาตราฐานมากขึ้น ทั้งความปลอดภัยทางด้านทางบก ทางเรือและทางอากาศ รวมทั้งยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าให้กับกลุ่ม 20 ประเทศและหนึ่งเขตเศรษฐกิจไต้หวัน ทั้งการผ่อนปรนการเดินทางด้วยรถผ่านช่องทางลงตราพรมแดนต่างๆ อีกทั้งผ่อนปรนวีซ่าสามประเภท และเปิดช่องทางพิเศษให้นักท่องเที่ยวชาวจีน ทั้งนี้เชื่อว่าสถานการณ์ภาพรวมการท่องเที่ยวของประเทศไทยหลังจากนี้จะมีขึ้นตามลำดับและจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาตามเป้าหมาย

ทั้งนี้จากการตรวจสอบด้วยกล้องส่องทางไกลเห็นว่าส่วนของดาดฟ้าเรือด้านท้ายยุบลง ขณะที่ดินโครนเริ่มปกคลุมตัวเรือทั้งลำ ซึ่งหลังจากนี้เจ้าหน้าที่ได้พยายามใช้เครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ 20 ตัวสูบน้ำออกจากตัวเรือและส่งนักประดาน้ำดำลงไปอุดรอยรั่วเพื่อให้เรือทรงตัวได้เอง ก่อนจะลากกลับเข้าฝั่ง อย่างไรก็ตามสำหรับปฎิบัติการครั้งนี้ ทุกขั้นตอนมีการบันทึกไว้ตลอด เพื่อป้องกันข้อสงสัย ความโปร่งใสในการดูแลวัตถุพยาน และจากความพยายามตลอด4เดือน 12 วันในการพิสูจน์ข้อเท็จจริงถึงสาเหตุการล่มของเรือฟินิกซ์ ทำให้ตัวแทนจากกงสุลจีนประจำประเทศไทยรู้สึกพอใจและเชื่อมั่นว่าความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยวที่ประเทศไทยพยายามจะฟื้นฟูจะสามารถดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกรวมถึงชาวจีนกลับมาเยือนอีกอย่างแน่นอน

รรท.ผบช.สตม.กล่าว

ขอบคุณข้อมูลข่าว

พ.ต.ต.หญิงพัชรี ศรีเผือก

สว.ฝอ.5 บก.อก.สตม.

ทีมข่าวเรื่องจริงผานเลนส์รายงาน

Facebook Comments
%d bloggers like this: