สระบุรี.อาสาสมัครกู้ภัยเครือสว่างทั่วประเทศร่วมประชุมและสวนสนามปฏิญาณตน

พุทธสมาคมสว่างรัตนตรัยธรรมสถานสระบุรีเป็นเจ้าภาพจัดประชุมกรรมการบริหารและอาสาสมัครกู้ภัยเครือสว่างทั่วประเทศ เพื่อร่วมจัดทำแผนแม่บท 5 ปีในการพัฒนาศูนย์กู้ชีพกู้ภัยให้สอดคล้องกับบริบทของสังคม และพัฒนาขีดความสามารถศักยภาพอาสาสมัคร นอกจานี้ยังเป็นการเสริมสร้างความร่วมมือการกู้ชีพกู้ภัยและการแพทย์ฉุกเฉินร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ
วันที่ 17 พ.ย.61 เวลา 17:30 น. ที่สนามทหารม้ารวมใจ ภายในศูนย์การทหารม้า นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น เดินทางมาเป็นประธานในการจัดกิจกรรมรวมพลคนกู้ภัยสว่าง และการประชุมพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครกู้ภัยสว่างทั่วประเทศรวมกว่า 2 พันคน จาก 65 สมาคมเครือสว่างทั่วประเทศ ซึ่งนอกจากจะเป็นการแสดงศักยภาพของอาสาสมัครกู้ภัยแล้ว ยังแสดงถึงความความพร้อมทั้งทางด้านร่างและและจิตใจในการทำงานช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุบัติภัยต่าง ๆ และการให้ความร่วมมือกับสถานพยาบาล หน่วยงานภาครัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมไปถึงสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน ซึ่งในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ตัวแทนอาสาสมัครกู้ภัยเครือสว่างที่เดินทางมาประชุม ได้ทำพิธีสวนสนามและปฏิญาณตนที่จะทำความดีเสียสละเพื่อส่วนรวมและบริการประชาชนด้วยจิตอาสา สำหรับการประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมครั้งที่ 32 ของกู้ชีพกู้ภัยในเครือสว่างทั่วประเทศ ที่สลับหมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพจัดขึ้น
นายวิบูลย์ สุขอนันตธรรม นายกสมาคมพุทธสมาคมสว่างรัตนตรัยธรรมสถานสระบุรี ได้กล่าวว่าการจัดประชุมครั้งนี้นอกจากจะเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความรู้ร่วมกันแล้ว คณะกรรมการบริหารสมาคมฯยังจะได้ร่วมกันจัดทำแผนแม่บทในการพัฒนาศูนย์กู้ชีพกู้ภัยในเครือสว่าง ระหว่างพ.ศ. 2561 ถึง พ.ศ. 2565 หรือแผน 5 ปีของกู้ภัยสว่าง เพื่อให้สามารถรองรับสถานการณ์และบริบทของสังคมไทยในอนาคต 5 – 10 ปี ข้างหน้า รวมทั้งเป็นการแสดงความพร้อมทางด้านร่างกายและจิตใจความเป็นจิตอาสาของอาสาสมัคร ที่พร้อมจะทำงานเพื่อสังคม
นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงมหาดไทยได้ให้การสนับสนุนหน่วยกู้ชีพกู้ภัยทุกหน่วยงานทุกองค์กรให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ด้วยความเข้มแข็งมีศักยภาพ ซึ่งหน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งอบจ. อบต.และเทศบาลฯ นั้น สามารถที่จะจัดหารถกู้ชีพกู้ภัยในการที่จะเตรียมรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินได้ นอกจากนี้ทางด้าน พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงนามให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ 7,852 แห่ง สามารถจ่ายเบี้ยเลี้ยงค่าตอบแทนให้กับอาสาสมัครที่มาช่วยปฏิบัติหน้าที่เจ้าหน้าที่ในช่วงเทศกาลสำคัญ เช่น เทศกาลสงกรานต์ เทศกาลปีใหม่ เป็นต้น นอกจากนี้นโยบายระยะยาวที่ขณะนี้กำลังขับเคลื่อนอยู่ คือ การให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรับผิดชอบเรื่องการประสานงานกับสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินหรือศพฉ.หรือหน่วยงาน สปสช. ในการที่จะดูแลเรื่องคุณภาพชีวิตหน่วยงานกู้ชีพกุ้ภัยเพื่อช่วยกันพัฒนาสนับสนุนงานการแพทย์ฉุกเฉิน
ทางด้าน เรืออากาศเอก นายแพทย์ อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน (สพฉ.) ได้กล่าวว่า การที่กู้ชีพกู้ภัยพุทธสมาคมสว่างรัตนตรัยธรรมสถานหรือกู้ภัยเครือสว่างทั่วประเทศได้มีการจัดการประชุมเพื่อพัฒนาศักยภาพของอาสาสมัคร และร่วมกันจัดทำแผน 5 ปี เพื่อเป็นแผนแม่บทในการพัฒนาศูนย์กู้ชีพกู้ภัยในเครือสว่าง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความพร้อมที่จะทำให้ขีดความสามารถของงานกู้ชีพกู้ภัยมีขีดความสามารถสูงสุด สามารถที่จะเป็นหน่วยงานหรือองค์กรช่วยเหลือประชาชนได้โดยตรงมีขีดความสามารถเพิ่มมากขึ้น และมีความรู้ทักษะการช่วยเหลือประชาชนตามตามความเหมาะสมสถานการณ์ รวมไปถึงหน่วยกู้ชีพกู้ภัยทั่วประเทศก็จะมีการเตรียมการที่จะพัฒนาไปสู่การรับรองมาตรฐานและคุณภาพของหน่วยปฏิบัติการฉุกเฉิน ซึ่งนอกจากจะทำให้พี่น้องประชาชนหรือผู้ที่ประสบเหตุประสบภัยได้รับการบริการอย่างรวดเร็วแล้ว ยังและรวมไปถึงความมีคุณภาพของอาสาสมัครที่ออกไปปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ สพฉ.กำลังดำเนินการเพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉิน 2551 และแผนหลักการแพทย์ฉุกเฉินที่ 3.1 ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่ปี 2562 ถึง2564

ชาญวิทย์ คำนวนวุฒิ จังหวัดสระบุรี
โทร 0654348988

Facebook Comments
%d bloggers like this: