รถตู้ รับ-ส่ง สาธารณะ (ป้ายแดง) แอบอ้าง “รองโจ๊ก” เป็นเจ้าของกิจการ

วันอังคาร ที่ ๒๐ พ.ย. ๒๕๖๑ เวลา ๑๑.๓๐ น.
งานจราจร สน.พญาไท

รถตู้ รับ-ส่ง สาธารณะ (ป้ายแดง) แอบอ้าง “รองโจ๊ก” เป็นเจ้าของกิจการ

ตั้งแต่ในช่วงปี พ.ศ. ๒๕๕๗ ที่มีการจัดระเบียนรถตู้โดยสารสาธารณะ บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ตามนโยบายของ คณะ คสช. โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทำให้ปัญหาวินผี วินเถื่อน วิ่งนอกเส้นทางตามที่ได้กำหนดไว้ รวมถึงปัญหาด้านการจราจรลดลงเป็นอย่างมาก อีกทั้งเมื่อได้มีการย้ายจำนวนและวินรถตู้โดยสารสาธารณะ ที่วิ่งในเส้นทาง ต่างจังหวัด และ ปริมณฑล ออกไปอยู่สถานีขนส่งต่างๆ ทั้ง หมอชิต,เอกมัย และสายใต้ ทำให้ปัญหาปริมาณรถและการจราจรในพื้นที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิหมดไป แต่ก็ยังมีรถตู้โดยสารสาธารณะอีกจำนวนไม่น้อย ที่มีการลักลอบ วิ่งรับส่งผู้โดยสารและชาวต่างชาติ โดยไม่จดแผ่นป้ายทะเบียนให้ตรงตามวัตถุประสงค์ของประเภทรถที่ได้แจ้งไว้ คือการใช้รถไม่ตรงกับประเภทที่จดทะเบียนไว้ ซึ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 มาตรา 21 ซึ่งมีอัตราโทษปรับสูงสุด ๒,๐๐๐ บาท รวมถึงการใช้รถตู้โดยสารสาธารณะ ป้ายแดง มาใช้รับส่งผู้โดยสารและชาวต่างชาติ ระหว่างโรงแรมต่างๆ และสนามบิน ซึ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 มาตรา ๖ ซึ่งมีอัตราโทษปรับสูงสุด ๑๐,๐๐๐ บาท ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายต่อธุรกิจรถโดยสารสาธารณะ ซึ่งสาเหตุที่ผู้ประกอบกิจการรถตู้โดยสารสาธารณะไม่ยอมจดทะเบียน เป็นแผ่นป้ายทะเบียนสีเหลืองให้ถูกต้องนั้น โดยมักจะอ้างว่า กรมขนส่งทางบกไม่จดทะเบียนให้ แต่แท้ที่จริงแล้วการจดทะเบียนแผ่นป้ายเหลืองนั้น จะต้องมีเงื่อนไขการปฏิบัติหลายอย่าง เช่น รถจะต้องติดตั้งระบบ GPS , มีการจำกัดความเร็วรถ , การวิ่งออกนอกเส้นทาง ซึ่งผู้ขอจดทะเบียนจะต้องมีใบอนุญาตประเภท ขับรถสาธารณะเท่านั้น และการชำระภาษีก็แพงกว่าทะเบียนประเภทอื่น สุดท้ายการจะนำรถมารับส่งผู้โดยสารหรือนักท่องเที่ยวได้นั้น จะต้องจดทะเบียนแผ่นป้ายสีเหลือง เท่านั้น โดยเฉพาะรถยนต์ แผ่นป้ายทะเบียนแดง จะมีไว้เพื่อขายหรือซ่อมเท่านั้น
โดยเมื่อวันเสาร์ ที่ ๑๗ พ.ย. ๖๑ ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สน.พญาไท ได้จับกุม รถตู้โดยสารสาธารณะป้ายแดง ซึ่งนำมาวิ่งรับส่งผู้โดยสารและนักท่องเที่ยว ในพื้นที่ย่านประตูน้ำ และเจ้าของรถได้มีการกล่าวอ้างถึง พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รรท.ผบช.สตม. หรือ รองโจ๊ก ว่าเป็นเจ้าของรถตู้ที่ถูกจับกุม และเป็นเจ้าของกิจการรถตู้ซึ่งมีประมาณ ๒๐ คัน ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเกิดความลังเลที่จะจับกุม แต่ พ.ต.ท. บวรภพ สุนทรเรขา รอง ผกก.จร.สน.พญาไท ได้สั่งการให้ ด.ต.คำรณ จันทรัตน์ ผบ.หมู่.(จร.) สน.พญาไท ออกใบสั่งจับกุมผู้กระทำความผิดไปตามกฎหมาย ในความผิดฐาน ใช้รถที่ไม่จดทะเบียนมาใช้รับส่งผู้โดยสาร ตาม พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 มาตรา ๖ ต่อมาได้รับทราบว่า พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ฯ ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น ตามที่เจ้าของกิจการได้กล่าวอ้างถึง ซึ่งในเรื่องดังกล่าวนี้ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ฯ ได้ขอให้ผู้ประกอบการรถตู้โดยสารสาธารณะ ให้เลิกและหันไปจดทะเบียนให้ถูกต้อง หากยังไม่เลิกจะดำเนินการตามกฎหมายอย่าง ถึงที่สุด โดยจะได้กำชับไปยังหน่วยปฏิบัติ บก.จร และ บก.น. ๑-๙ หากประชาชนท่านใดพบเห็นการประกอบกิจการรถตู้ ในลักษณะดังกล่าว ให้แจ้งไปยัง ผบก.จร. สายด่วนจราจร ๑๑๙๗ จะรีบดำเนินการทันที ทั้งนี้ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ฯ จึงได้มอบอำนาจให้ พ.ต.ท.บวรภพฯ เป็นผู้ดำเนินการร้องทุกข์แจ้งความดำเนินคดีกับผู้แอบอ้าง ในความผิดฐานหมิ่นประมาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๖ จนกว่าคดีจะถึงที่สุด ที่ สน.พญาไท ซึ่งพนักงานสอบสวน ได้ติดตามตัว นายอรัญ สมสมัย ที่เป็นเจ้าของกิจการ บริษัท เอเชีย ทราเวล คอลเลคชั่น จำกัด (ATC) มารับทราบข้อกล่าวหาที่ สน.พญาไท

ขอบคุณข้อมูลข่าว

พ.ต.ต.หญิงพัชรี ศรีเผือก

สว.ฝอ.5 บก.อก.สตม.

ทีมข่าวเรื่องจริงผานเลนส์รายงาน

Facebook Comments
%d bloggers like this: