“ มาตรการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนคดีคอลเซ็นเตอร์ ครั้งที่ 25และคดีโรแมนซ์สแกม ครั้งที่ 8 ”

“ มาตรการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนคดีคอลเซ็นเตอร์ ครั้งที่ 25
และคดีโรแมนซ์สแกม ครั้งที่ 8 ”

ตามนโยบายของรัฐบาลให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติปราบปรามอาชญากรรมที่มีการนำเทคโนโลยีและการสื่อสารต่างๆ เข้ามาใช้เป็นเครื่องมือในการกระทำความผิด รวมทั้งมีแนวโน้มที่บุคคลต่างชาติเข้ามามีส่วนร่วมในการกระทำผิดมากขึ้น และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้มีคำสั่ง ตร.ที่ 577/2561 ลงวันที่ 3 ต.ค.61 จัดตั้ง“ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.)” โดยมอบหมายให้ พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบ.ตร. เป็น ผอ.ศูนย์ฯ, พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็น รอง ผอ.ศูนย์ฯ และ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. เป็น รอง ผอ.ศูนย์ฯ ควบคุม กำกับชุดปฏิบัติการประจำศูนย์ฯ จากการปฏิบัติงานของสายด่วน 1710 ของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และสายด่วน 1155 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับธนาคารไทยพาณิชย์ ได้ช่วยเหลือผู้เสียหายจากการถูกหลอกลวงของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และแก๊งโรแมนซ์สแกม สามารถอายัดเงินของผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงและโอนไปยังบัญชีของกลุ่มคนร้ายแล้วระงับไม่ให้สามารถถอนเงินออกไป และได้นำเงินคืนให้กับผู้เสียหาย จำนวนทั้งสิ้น 2 ราย รวมเป็นเงินจำนวน 197,000 บาท ได้แก่
มาตรการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน (คดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์) ครั้งที่ 25
1. ผู้เสียหายในคดีของ สภ.ช้างเผือก จว.เชียงใหม่ ถูกหลอกลวงให้โอนเงินไปยังบัญชีของคนร้ายรวมเป็นเงิน จำนวน 82,000 บาท ในคดีนี้ เจ้าหน้าที่สามารถอายัดเงินของผู้เสียหายไว้ได้เต็มจำนวน
มาตรการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน (คดีแก๊งโรแมนซ์สแกม) ครั้งที่ 8
1. ผู้เสียหายในคดีของ สน.โคกคราม ถูกหลอกลวงให้โอนเงินไปยังบัญชีของคนร้ายรวมเป็นเงิน จำนวน 217,500 บาท ในคดีนี้ เจ้าหน้าที่สามารถอายัดเงินของผู้เสียหายไว้ได้ จำนวน 115,000 บาท
สรุปจากการผลการปฏิบัติงานในการอายัดเงินของผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงจากแก็งคอลเซ็นเตอร์ หลอกลวงไปยังบัญชีคนร้าย สามารถอายัดเงินคืนให้แก่ผู้เสียหายได้ จำนวน 125 ราย รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 25,765,022.43 บาท
สรุปจากการผลการปฏิบัติงานในการอายัดเงินของผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงจากแก๊งโรแมนซ์สแกม หลอกลวงไปยังบัญชีคนร้าย สามารถอายัดเงินคืนให้แก่ผู้เสียหายได้ จำนวน 14 ราย รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2,726,089.10 บาท
จากสถิติการรับแจ้งเหตุคดีคอลเซ็นเตอร์ของศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.) รับแจ้งเหตุตั้งแต่วันที่ 8 ธ.ค.60 ถึงวันที่ 3 ธ.ค.61 จำนวน 506 คดี มูลค่าความเสียหาย 259,663,632.04 บาท
จากสถิติการรับแจ้งเหตุคดีโรแมนซ์สแกมของศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.) รับแจ้งเหตุตั้งแต่วันที่ 22 มิ.ย.61 ถึงวันที่ 3 ธ.ค.61 จำนวน 212 คดี มูลค่าความเสียหาย
110,416,355 บาท
กรณียังมีผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวง แต่ยังไม่ได้ไปร้องทุกข์ จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรีบแจ้งมาที่
ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.)
ตั้งอยู่ที่ ชั้น 1 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถนนพระรามที่ 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
สายด่วน 1155 หมายเลขโทรศัพท์ 0 2251 9793 หมายเลขโทรสาร 0 2252 7881
ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สายด่วน 1710
ตั้งอยู่ที่ ชั้น 1 เลขที่ 422 ถนน พญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
“ในกรณีที่รู้ตัวว่าถูกหลอกลวง ขอให้แจ้งสายด่วน 1155 และ 1710 โดยเร็วที่สุด”
ขอบคุณข้อมูลข่าว
พ.ต.ต.หญิงพัชรี ศรีเผือก
สว.ฝอ.5 บก.อก.สตม.
ทีมข่าวเรื่องจริงผานเลนส์รายงาน

Facebook Comments
%d bloggers like this: