ราชบุรี – เขต 1 ราชบุรี เริ่มคึกคัก 3 หญิง 3 พรรค ว่าที่ผู้สมัครลงพื้นที่หาเสียง

ราชบุรี – เขต 1 ราชบุรี เริ่มคึกคัก 3 หญิง 3 พรรค ว่าที่ผู้สมัครลงพื้นที่หาเสียง

เขต 1 ราชบุรี เริ่มคึกคัก ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ลงพื้นที่หาเสียง ตามงานและจัดกิจกรรม ต่าง ๆ พบปะผู้สูงอายุ งานบุญเลี้ยงพระ กิจกรรมบำเพ็ญสาธารณะประโยชน์ ลงทุ่งเกี่ยวข้าว แนะนำตัว

วันที่ 23 ธ.ค.61) เขต 1 ราชบุรี เริ่มคึกคัก ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. แต่ละพรรคการเมือง ได้ลงพื้นที่แนะนำตัวตามงานต่างๆ ไม่เว้นลงทุ่งนาเกี่ยวข้าว เพื่อแนะนำตัวเอง โดยเฉพาะพื้นที่เขต 1 มีผู้สมัครเป็นหญิงถึง 3 คน ต่างฝ่ายต่างลงพื้นที่แนะนำตัวก่อน เพราะยังไม่มีการรับสมัครและยังไม่มีเบอร์ประจำตัว อย่างที่วัดเกาะนัมมทาปทวลัญชาราม ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ราชบุรี มีกิจกรรมผู้สูงอายุ ทำบุญเลี้ยงพระ กิจกรรมบำเพ็ญสาธารณะประโยชน์ มีวิทยาลัยสารพัดช่างราชบุรี มาออกหน่วยเคลื่อนที่จัดบริการตัดผมฟรีแก่ผู้สูงอายุที่เดินทางมาทำบุญ ว่าที่ผู้สมัครก็เดินทางมาแนะนำตัว แม้แต่ผู้สมัครบางคนลงพื้นที่ทุ่งนาเกี่ยวข้าว เพื่อแนะนำตัวว่าที่ผู้สมัคร

นางเพียงเพ็ญ ศักดิ์สมบูรณ์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. พรรคภูมิใจไทย เขต 1 ราชบุรี นางสาวกุลวลี นพอมรบดี ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เขต 1 ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ และได้เดินทางมาร่วมพบปะพูดคุยทักทายกับลุง ป้า น้า อา ที่เดินทางมาร่วมทำบุญอย่างเป็นกันเอง มีช่วงเวลาว่างทั้ง 2 ว่าที่ผู้สมัคร ก็ได้จับไมค์พูดถึงนโยบายการช่วยเหลือดูแลประชาชนของรัฐบาลในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ได้มีแนวทางช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยทั่วประเทศอยู่ใน ขณะเดียวกันนางกัลยา ศิริเนาวกุล ว่าที่ผู้สมัคส.ส. ราชบุรี เขต 1 ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่แนะนำตัวกับชาวนาที่กำลังอยู่ในช่วงเกี่ยวข้าว

นางเพียงเพ็ญ ศักดิ์สมบูรณ์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ราชบุรี เขต 1 เปิดเผยว่า ในฐานะที่เดินด้านการเมืองมานาน มีแนวคิดว่า จะทำอย่างไรให้เกษตรกรชาวราชบุรีได้อยู่ดีกินดี ทำอย่างไรเพื่อให้เกษตรกรลดต้นทุนการทำนา ทำไร่ ให้มากที่สุด หลังจากที่ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนชาวบ้านมาแล้วได้รับการตอบรับดีพอสมควร มีความมั่นใจว่าพี่น้องประชาชนไม่ทิ้งกัน มีการเดินเคาะหาเสียงเยี่ยมชาวบ้านอยู่ต่อเนื่อง พร้อมสอบถามปัญหาความเป็นอยู่และความเดือดร้อนหลายเรื่อง เช่น เรื่องปัญหาราคาข้าว บางหมู่บ้านจะมีการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มีการทำโรงสีข้าวขึ้นในโครงการของรัฐบาล อย่างโครงการไทยนิยมยั่งยืน แต่ละที่ไม่มีเงินที่จะมาสำรองซื้อข้าวเอาไว้สีขายให้กับประชาชน ซึ่งกำลังเก็บปัญหาต่าง ๆไว้ เพื่อเตรียมช่วยเหลือในการลดต้นทุนให้ชาวนา ชาวไร่ให้มากที่สุด มองว่าชาวนายิ่งทำยิ่งจน ยิ่งทำยิ่งรายได้น้อยมีแต่ขาดทุน

มองปัญหาที่สำคัญมากคือเรื่องปัญหาของชาวนา ชาวไร่ หลังจากที่ได้มีโอกาสเดินทักทาย สอบถามชาวบ้านส่วนมากจะประกอบอาชีพทำไร่ ทำนา ทำสวนเป็นส่วนใหญ่ อีกเรื่องคือ ด้านสตรี จะทำอย่างไรให้มีอาชีพที่ยั่งยืน สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ส่วนเรื่องผู้สูงอายุจะทำอย่างไร เมื่อในอนาคตกำลังจะมีจำนวนมากขึ้น จะทำอย่างไรในการช่วยให้มีรายได้เพิ่มขึ้นสามารถช่วยตัวเองได้ เป็นความตั้งใจของการคิดแก้ไขปัญหาและตั้งใจอยากให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดี มีความสุข ตอนนี้มีว่าที่ผู้สมัครพรรคภูมิใจไทยทั้ง 5 เขตครบทั้ง 10 อำเภอแล้ว ขณะนี้ได้เริ่มลงพื้นที่พบปะพูดคุยแนะนำตัวกับชาวบ้านแต่ละพื้นที่ ทำให้ทราบปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นและอยากให้ช่วยแก้ไข

ส่วนด้าน นางสาวกุลวลี นพอมรบดี ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ราชบุรี เขต 1 พรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า ตนเป็นอดีต สจ. มาตั้งแต่อายุ 25 ปี ตอนนี้อายุ 33 ปีแล้ว ตลอดเวลามีการพบปะพื้นที่เยี่ยมคุณตา คุณยาย พี่น้องในชุมชนตลอดเวลา อีกทั้งสมัยก่อนคุณแม่คือ นางกอบกุล นพอมรบดี อดีต ส.ส.ราชบุรี จึงตั้งใจว่าอยากจะทำงานสานต่อสิ่งที่คุณแม่ได้ทำไว้ และสิ่งที่คุณพ่อ นายมานิต นพอมรบดี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และอดีต ส.ส.ราชบุรีมาเหมือนกัน เลยตั้งใจถึงเวลาแล้วที่จะต้องก้าวขึ้นมาเพื่อเดินต่อและตั้งใจที่จะเป็นคนอีกหนึ่งตัวเลือกให้กับประชาชนได้พิจารณาว่าสามารถที่จะเข้ามาดูแล แก้ไขปัญหาได้หรือไม่ สำหรับการลงพื้นที่ของตนเองมีอยู่สม่ำเสมอ ช่วงการหาเสียงหรือก่อนนี้หาเสียงถือเป็นการลงพื้นที่ปกติ ช่วงที่หัวเลี้ยวหัวต่อก็จะเข้มข้นขึ้น และอยู่ที่ว่าประชาชนจะเห็นถึงตัวเราทำงานได้มากน้อยแค่ไหนช่วงระยะเวลาที่ลงพื้นที่มาแล้วเป็นอย่างไร สิ่งสำคัญที่กำลังมองเรื่องปัญหาพืชผลการเกษตร ได้แก่ ปัญหาราคาข้าว ราคามะพร้าว ราคาสับปะรด ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นรัฐบาลชุดไหนเข้ามาจึงอยากให้ดูแลเรื่องของพืชผลการเกษตร เพราะราชบุรีถือเป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ำที่เพาะปลูกทำการเกษตรส่งไปยังพื้นที่ทั่วประเทศด้วย

ด้านนางกัลยา ศิริเนาวกุล ว่าที่ผู้สมัค ส.ส. เขต 1 ราชบุรี ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ตอนนี้พยายามพบปะประชาชนด้วยตนเองให้ได้เยอะที่สุด พร้อมกับรถเครื่องเสียงประจำตัว เวลาเยี่ยมชาวบ้านก็จะพูดถึงนโยบายพรรคที่ได้ทยอยออกมา เป็นนโยบายเกี่ยวกับเด็ก พยายามจะให้ตื่นตัวมากที่สุด จุดที่ลงพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ทำนาปลูกข้าว อยากได้อารมณ์ความรู้สึกของชาวนาถึงสถานการณ์ราคาข้าวเป็นอย่างไร จะสอบถามได้ค่าเกี่ยวข้าวหรือยัง โดยรู้สึกว่าช่วงนี้ราคาข้าวไม่ค่อยดี อยู่ประมาณตันละ 6,800 บาท

นอกจากนี้ได้พูดคุยกับร้านค้าต่าง ๆ หากเป็นร้านค้าในชุมชนก็จะมีปัญหาเกี่ยวกับร้านค้าจากการนำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไปรูดซื้อสิ่งของใช้จำเป็น จากร้านค้า จึงอยากให้รู้ถึงหูรัฐบาลในการอยากได้เป็นเงินสดมาจับจ่ายใช้สอยในส่วนของร้านค้าธรรมดาทั่วไปบ้าง

ผลจากการลงพื้นที่ประชาชนให้การตอบรับดีมาก ส่วนใหญ่อยากเจอตัวอยากเจอหน้ากันจึงลงพื้นที่แนะนำตัวไปก่อน เพราะตอนนี้ยังไม่มีเบอร์หมายเลข แต่ได้มีการปลดล็อกและหาเสียงได้แล้ว เวลาไปเยี่ยมเยียนก็จะบอกว่า “ กัลยามาแล้วค่ะ ตัวมาก่อน แต่เบอร์ยังไม่มา ” ถือเป็นการเสนอตัวเตรียมลงสมัคร หลายคนสอบถามมาว่าการเลือกตั้งจะมีจริงมั๊ย จึงได้ตอบไปว่าถ้ามีพระราชกฤษฎีกาเมื่อไหร่ ก็จะสามารถพูดได้ร้อยเปอร์เซ็นต์

สุจินต์ นฤภัย (เต้)

Facebook Comments
%d bloggers like this: