“ทวี”เลขาธิการพรรคประชาชาติ อาสา แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ในภาคใต้

“ทวี”เลขาธิการพรรคประชาชาติ อาสา แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ในภาคใต้
ที่ ตลาดริมคลองบ้านสีรา ต.บาโหย อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการ พรรคประชาชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ท.ไพฑูรย์ ชูชัยยะ รองหัวหน้าพรรค, นายวิทยา พาณิชย์พงศ์ รองหัวหน้าพรรค และ นายเพิก เลิศวังพง กรรมการยุทธศาสตร์พรรคประชาชาติ เดินสาย ลงพื้นที่พบปะและให้กำลังใจชาวบ้าน โดยมีชาวบ้าน ผู้นำในพื้นที่ คลองสีหรา ต.บาโหย ทั้ง 5 ตำบล จำนวน 500 กว่าคน ให้ความสนใจ รับฟังนโยบายพรรคประชาชาติ จากคณะและร่วมเสนอแนวทางการแก้ปัญหาและการพัฒนา ให้พรรคประชาชาติอีกด้วย
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการ พรรคประชาชาติ กล่าวว่า เราต้องแก้ปัญหาที่ประชาชนเสนอเข้ามา จริงๆเพื่อให้เกิดความสงบสุขในพื้นที่ พรรคประชาชาติ เป็นพรรคของทุกคนทั้งประเทศ ของประชาชนทุกคน ทุกกลุ่ม ทุกเพศ ทุกศาสนา ที่คิดทั้งหมดที่ทำทั้งหมดไม่ได้ทำเพื่อตัวเองแต่อยากจะทำเพื่อให้ประชาชนมีเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ลูกหลานมีการศึกษาที่ดีขึ้น การแก้ปัญหาทุกมิติ ต้องแก้ด้วยความรู้ ไม่มีอะไรชนะความรู้ การจะให้ความรู้เราต้องทุ่มไปที่เรื่องการศึกษา พรรคประชาชาติ เป็นพรรคที่ส่งเสริม จากรัฐเป็นผู้รวมศูนย์ เป็นรัฐที่ส่งเสริมให้ชุมชนเป็นศูนย์กลาง เรื่องทั้งหมดต้องมาอยู่ที่ชุมชน เป็นศูนย์กลาง และเราเชื่อมั่นว่าเราเป็นพรรคที่เป็นพหุวัฒนธรรม เรามีมิติในการมองสังคม ทุกคนต้องเท่าเทียมกันประชาชนเป็นศูนย์กลาง
ยกตัวอย่างเรื่องความไม่สงบเราถือว่าความสุขของประชาชนกับเรื่องความมั่นคงเป็นเรื่องเดียวกันการจะแก้ปัญหาเรื่องความมั่นคง ตอนนี้ยังมีเหตุการณ์ความไม่สงบ พ่อแม่พี่น้องก็จะกังวลการแก้ปัญหาความไม่สงบ เราไปผูกให้คนเพียงสองคน คือ ฝ่ายความมั่นคง กับ กลุ่มที่มองเห็นต่างจากรัฐ ก็พยายามไปแก้ปัญหาแต่เวลามีเหตุการณ์ความไม่สงบ คนที่สูญเสีย คือ ประชาชน ในพื้นที่ คือ เด็กที่ต้องกำพร้าพ่อ คนที่สูญเสีย คือสตรี ต้องขาดคู่สมรส คนที่สูญเสียคือลูกที่ขาดพ่อแม่หรือพ่อแม่ที่ขาดลูก
วันนี้คุณต้องกล้าเอาเรื่องของความมั่นคงเอามาให้ประชาชนได้มีส่วนร่วม คุณจะใช้งบประมาณไปทำอะไรก็ต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมเพราะถ้าประชาชนมีส่วนร่วม เรื่องสำคัญที่สุดของประชาชนคือความปลอดภัยของชีวิต และทรัพย์สินเขาต้องมีส่วนร่วมไม่ใช่ไปทำกันเองแล้วพอเกิดการสูญเสียคือประชาชนที่สูญเสีย ถ้าประชาชนมีส่วนร่วมเห็นตรงไหนบกพร่องประชาชนก็ต้องเตือน เชื่อมั่นว่าความยุติธรรมถ้วนหน้าต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วม
นายเพิก เลิศวังพง กรรมการยุทธศาสตร์พรรคประชาชาติ กล่าวว่า ประเทศเรามียางมากที่สุดในโลก แต่มีคนจนที่สุดในโลก แต่ที่ผ่านมา ที่เป็นปัญหาถ้า ไม่ส่งออกไม่รู้จะไปกองที่ไหน รอขายอย่างเดียวแต่ไม่ได้คิดว่าถ้าเราไม่ส่งออก คนในโลกจะอยู่ยังไง วันนี้ได้เสนอให้พรรคประชาชาติ ทำดับแรกเรื่องสิทธิ์ในที่ดิน ได้เสนอให้พรรคประชาชาติ ขึ้นทะเบียนสวนยาง ทุกต้นไม่ ว่าจะอยู่ในป่าสงวน เขตป่าสงวน ที่อนุรักษ์ ขึ้นทะเบียนให้หมด แล้วก็ค่อยมาดูแต่ละปัญหาใครอยู่ในเขตสงวน ในป่าไม้ แต่ละกลุ่มปัญหามันแก้ไม่เหมือนกัน การขึ้นทะเบียนมันจะแสดงสิทธิ์ทุกคน ยกตัวอย่างผมขึ้นทะเบียน 100 ไร่ แล้ว แต่เลข 13 หลัก ก็จะยืนยันถ้าไปแจ้งที่ไหนอีก มันก็ไปรวมกัน ก็โกหกรัฐบาลไม่ได้
ที่ผ่านมาเขาไม่ยอมขึ้นทะเบียนพอไม่ให้ขึ้นทะเบียน ยางมีเท่าไหร่คุณก็ไม่รู้ เพราะว่า ไม่มีการขึ้นทะเบียนสวนยางทั้งหมดที่มี แต่ยางทุกกิโล มันไหลไปให้รัฐบาลแก้ไข
แต่ถ้าขึ้นทะเบียนก็จะรู้เลยปริมาณยางในประเทศมีเท่าไหร่ ปีหนึ่งเราจะใช้เท่าไหร่ จะส่งออกเท่าไหร่ จะแปรรูปเท่าไหร่ ในส่วนของกลุ่มเกษตรในพื้นที่ เราก็จัดกลุ่ม ก็ต้องแบ่งกลุ่ม กลุ่มที่อยากได้เครื่องมือแปรรูป อยากได้น้ำยางข้น อยากได้โรงงานที่เป็นน้ำยางอัดแท่น กลุ่มสหกรณ์ ก็ว่าไป และมีบางกลุ่มอาจจะอยากแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เป็นหมอนเป็นอะไรก็ว่าไป เพื่อรองรับการทำให้ราคายางดีขึ้น และไม่ใช่เรื่องยาก

วันที่ยาง 180 บาท ถึง 200 ทำไมคนในโลกนี้อยู่ได้ไม่ได้เดือดร้อน ทุกคนอยู่สุขสบาย แต่วันนี้มีแต่คนบอกว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้ ก็อยากบอกว่า ที่เป็นแบบนี้ มันเกิดจากการบริหารจัดการ ผมเป็นหนึ่งในคณะทำงานที่สร้างเสถียรภาพให้ยางมีราคา แต่พูดไปมันคือการหาเสียง
การที่จะทำให้ยางราคาสูงขึ้น อยู่ที่ การบริหารจัดการ รู้เท่าทันกลุ่มพ่อค้า รายใหญ่ต้องทำยังไงตอนนี้เราขาดผู้บริหารแต่ทีมงานของพรรคประชาชาติมีการทำวิจัยมีการสรุปศึกษามาแล้วว่าจะทำยังไงเพราะยางพาราใคร ทุกหยดที่มีในประเทศเรามีคุณค่า ใครมียางอย่าเพิ่งไปโค่น ยางทุกต้นที่อยู่ในโลกนี้ ยางที่ไหลออกมาทุกหยดใน 1 ปี เราเอาไปใช้แค่ 40% อีก 60 เปอร์เซ็นต์คือยางสังเคราะห์ ซึ่งเป็นผลผลิตที่เขาผลิตขึ้นมา มารวมกัน ใช้ได้ 1 ปี ผสมเป็นยางรถยนต์ เป็นรองเท้า เป็นถุงมือ เป็นถุงยางอนามัย อย่างธรรมชาติ ทุกกิโลที่มีถูกใช้หมด เพราะในโลกนี้มียางธรรมชาติ แค่ 40 เปอร์เซ็นต์ ทุกคนอย่าเพิ่งโค่นยาง รอพรรคประชาชาติไปบริหาร แล้วจะรู้ว่ายุคทองของชาวสวนยางจะกลับมา
นายประสิทธิ์ เมฆสุวรรณ กรรมการพรรคประชาชาติ กล่าวว่า วันนี้มีชาวบ้าน คลองสีรา ต.บาโหย อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลาและชาวตาชี อ.ยะหา จ.ยะลา มายื่น แนวทางแก้ปัญหาและการพัฒนาพื้นที่ให้พรรคประชาชาติด้วย ซึ่งประเด็นปัญหาของ ตาชี อ.ยะหา จ.ยะลา กับ ต.บาโหย อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา จะมีประเด็นปัญหาและงานพัฒนาที่สะท้อนเข้ามาที่มีคล้ายกัน ในเรื่องของ การแก้ปัญหา เอกสารสิทธิ์ ที่ดินทำกิน ราคายาง ราคา พืชทางเกษตร และการทำถนนและไฟฟ้าในบางจุดที่ชาวบ้านยังมีความเดือดร้อนและต้องการให้เกิดการพัฒนา
นางสาวเสาว์นี จินากุล ชาวตาชี กล่าวว่า ของตำยลตาชี ได้มีการรวบรวมประเด็นปัญหาและการพัฒนาพื้นที่ จากการหารือ และ สำรวจ ปัญหาในพื้นที่ ตำบลตาชี อำเภอยะหา จ.ยะลา ประชาชน สะท้อนปัญหา และได้นำเสนอให้ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ ด้านที่ 1. ถนนสายทางเข้าสวยยายเหี้ยง เนื่องจากเป็นถนนสายหลักเชื่อมต่อระหว่าง ม. 2 กับ ม. 5 ต.ตาชี ชาวบ้านส่วนใหญ่ใช้ถนนสายนี้เป็นสายหลักในการสัญจรประกอบอาชีพประจำวันและใช้ในการขนส่งผลไม้ในฤดูผลไม้และนักท่องเที่ยวใช้เดินทางเข้าชมยังสวนบุฟเฟ่ต์ผลไม้ยายเหี้ยงในปีที่ผ่านมาอีกด้วย ระยะทางในการก่อสร้างมี 2 ช่วง คือจากถนนใหญ่ประมาณ 100 เมตร และอีกช่วงเลยบ้านนางจินดา จินากุลไปบรรจบกับ ม. 2
และยังมี ถนนสายควนฟ้า – หินล้านงาม ตั้งอยู่ ม. 5 ต. ตาชี อ.ยะหา จ.ยะลา สิ้นสุดรอยต่อ อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลาซึ่งชาวบ้านในหมู่บ้าน และพื้นที่ละแวกใกล้เคียง อาทิเช่น ชาวบ้าน จาก ต.กาตอง ต. ยะหา ต. บาโงยซิแน ต.ตาชี อ.ยะหา จ.ยะลา ใช้เป็นเส้นทางในการสัญจรไปประกอบอาชีพ และ มีนักท่องเที่ยว ใช้เส้นทางนี้ ในการ ชมความงามของทะเลหมอกในยามเช้า พักค้างแรมในยามค่ำคืนเพื่อชมบรรยากาศในยามค่ำคืนของ ต. ตาชี ซึ่งสามารถมองเห็นแสงไฟได้จาก อ. ยะหา จ .ยะลา แสงไฟจาก อ. สะบ้าย้อย จ. สงขลา มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาชมตลอดทั้งปี บนหินล้านงามแห่งนี้ยังสามารถเช็คอินได้สองจังหวัดในเวลาเดียวกันอีกด้วยสำหรับพื้นที่บนหินล้านงามเป็นลานกว้างประมาณ 8 ไร่ นักท่องเที่ยวสามารถกางเต้นส์นอนบนหินได้ และหินก็ยังสามารถเดินด้วยเท้าเปล่าเพื่อลดการเหน็บชาของเท้าหรือที่เราเรียกว่าสปาเท้าได้อีกด้วย ระยะทางที่ต้องการพัฒนาเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กประมาณ 1.5 กิโลเมตร
นอกจากนี้ ยังมีการสะท้อนให้พัฒนา ผนังคลองเส้นทางระหว่าง ม. 2 – ม. 5 ต. ตาชี อ. ยะหา จ. ยะลา เนื่องจากชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนเวลาน้ำท่วมบ้านที่ติดคลองน้ำจะพัดพาดินริมบ้านออกไปทำให้เกิดความเสียหายบ้านเรือนราษฏรในทุกครั้งที่เกิดน้ำท่วม รวมถึง ฝายแก่งนางรำ ตั้งอยู่ ม. 5 ต. ตาชี อ.ยะหา จ. ยะลา ฝายกั้นน้ำแก่งนางรำเป็นฝายที่ส่งน้ำไปใช้ยัง โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชยะหา และ อ. ยะหาบางพื้นที่ เนื่องจากตอนนี่ฝายกั้นน้ำแก่งนางรำประตูกั้นน้ำได้ชำรุดไม่สามารถเปิดปิดได้ ในขณะเดียวกันเวลาน้ำท่วมก็ไม่สามารถปล่อยน้ำออกได้ ทำให้ชาวบ้านที่มีบ้านติดคลองได้รับผลกระทบน้ำท่วมบ้านสร้างความเสียหายและความเดือดร้อน
นอกจากนี้ ยังมีการสะท้อนปัญหา ในส่วนชองตำบลหน้าถ้ำ ชาวบ้านชุมชนทองเชื้อ ร้องขอหม้อหุงข้าวไฟฟ้า เพื่อใช้ในกิจกรรมของชุมชนเนื่องจากเป็นชุมชนเล็ก ๆ บางครั้งผู้ใหญ่ดูแลไม่ทั่วถึงกิจกรรมและงบต่าง ๆ ทำให้ไม่ถึงชุมชนนี้
และยังมีการสะท้อนประเด็นปัญหาให้พรรคประชาชาติได้ให้ความช่วยเหลือ ในเรื่องของ ราคายาง ราคาพืชทางเกษตร โดยเร่งด่วน ชาวบ้านได้เรียกร้องความเสมอภาคในการแก้ปัญหา ระหว่างพุทธมุสลิม แม้ ตำบลตาชี ยังคงมีสังคมพหุวัฒนธรรม ที่แน่น เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่าง ควรให้มีการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ประเด็นปัญหาทั้งหมดชาวตาชีขอเรียกร้องให้พรรคประชาชาติ ให้การพัฒนาและแก้ปัญหา เพื่อความสงบสุข ในพื้นที่

นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา

Facebook Comments
%d bloggers like this: