นนทบุรี กรมราชทัณฑ์ผนึกกำลังกระทรวงสาธารณสุขและสำนักงานประกันสุขภาพแห่งชาติ พัฒนาการจัดบริการปฐมภูมิในเรือนจำ

นนทบุรี กรมราชทัณฑ์ผนึกกำลังกระทรวงสาธารณสุขและสำนักงานประกันสุขภาพแห่งชาติ พัฒนาการจัดบริการปฐมภูมิในเรือนจำ
เมื่อเวลา 13.30 วันที่ 22 ม.ค.62 ห้องประชุมชัยนาทนเรนทร ชั้น 2 อาคาร 1 ตึกสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี กรมราชทัณฑ์ ร่วมกับ กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จัดพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือ เพื่อการพัฒนาระบบบริการสาธารณสุขสำหรับผู้ต้องขังในเรือนจำ โดยมี นายเรืองศักดิ์ สุวารี รองปลัดกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยนายธวัชชัย ชัยวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และนายแพทย์สมบัติ แทนประเสริฐสุข นายแพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิ ร่วมลงนามในพิธีดังกล่าว
พันตำรวจเอกณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงในครั้งนี้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2558 เพื่อสร้างความตระหนักและร่วมพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการในการเข้าถึงสิทธิหลักประกันสุขภาพของผู้ต้องขังให้ได้รับการดูแลทั้งด้านการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันและควบคุมโรค การรักษาพยาบาล และการฟื้นฟูสภาพ ซึ่งงานด้านการแพทย์และสาธารณสุขในเรือนจำ นับเป็นภารกิจที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการสนับสนุนงานด้านภารกิจหลักต่างๆ ของกรมราชทัณฑ์ เพื่อให้ผู้ต้องขังเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุข มีสุขภาวะที่ดี โดยกระทรวงสาธารณสุข สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเป็นแรงผลักดันและให้การสนับสนุน ช่วยเหลือ พัฒนา และยกระดับสถานพยาบาลเรือนจำให้เป็นหน่วยบริการปฐมภูมิในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ แบบมีเงื่อนไข ค่าใช้จ่ายรายหัวอยู่ที่โรงพยาบาลแม่ข่ายในพื้นที่ และมีการบูรณาการการทำงานและพัฒนาร่วมกัน จนกระทั่งได้มีการลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) เพื่อการพัฒนาระบบบริการสาธารณสุขสำหรับผู้ต้องขังในเรือนจำให้ได้มาตรฐานมากยิ่งขึ้น โดยขณะนี้จำนวนผู้ต้องขังทั่วประเทศมีจำนวนถึง 378,939 คน จากการตรวจสอบสิทธิผู้ที่สามารถใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)มีจำนวน 270,000 คน ส่วนที่เหลือจะเป็นผู้มีประกันตนหรือต่างด้าวที่ไม่มีสิทธิในการรักษา ซึ่งการร่วมมือในครั้งนี้หากการเจ็บป่วยของผู้ต้องขังลดน้อยลงจะถือเป็นตัวชี้วัดของการร่วมมือดังกล่าวได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ ปัจจุบันมีเรือนจำทั่วประเทศจำนวน 143 แห่ง มีการจัดบริการด้านสาธารณสุขแก่ผู้ต้องขังในเรือนจำ 110 แห่ง ดูแลโดยโรงพยาบาลในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข 107 แห่ง แม่ข่ายของกรมราชทัณฑ์ 2 แห่งและโรงพยาบาลเอกชน
พันตำรวจเอกณรัชต์ฯ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมราชทัณฑ์ได้เล็งเห็นความสำคัญในการดูแลสุขภาพ การพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขัง และการพัฒนาระบบบริการสาธารณสุขสำหรับผู้ต้องขังในเรือนจำ ซึ่งกรมราชทัณฑ์ถือว่าผู้ต้องขังคือพี่น้องร่วมชาติ ที่ยังคงต้องให้การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ด้วยการดูแลแก้ไขทั้งด้านจิตใจและร่างกาย รวมถึงการให้บริการทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐานตามหลักสิทธิมนุษยชนเพื่อให้เขาเหล่านั้นเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุข มีสุขภาวะที่ดี มีความพร้อมที่จะรับการพัฒนาพฤตินิสัยให้เป็นคนดี ก่อนกลับไปสู่สังคมภายหลังพ้นโทษต่อไป

สาโรจน์ สว่างศรี / นนทบุรี

Facebook Comments
%d bloggers like this: