สรุป ผลการ Operation ครั้งที่ 28 (กรุงเทพมหานคร, นนทบุรี) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สตม. ตำรวจท่องเที่ยวและ ชุด ศปอส.ตร. นำกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นตามหมายค้นเพื่อติดตามจับกุมผู้ต้องหานายทุนเงินกู้ดอกเบี้ยโหดใน กทม.และปริมณฑล จำนวน 14 จุด

สรุป ผลการ Operation ครั้งที่ 28
(กรุงเทพมหานคร, นนทบุรี) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สตม. ตำรวจท่องเที่ยวและ ชุด ศปอส.ตร. นำกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นตามหมายค้นเพื่อติดตามจับกุมผู้ต้องหานายทุนเงินกู้ดอกเบี้ยโหดใน กทม.และปริมณฑล จำนวน 14 จุด

เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 15 กุมภาพันธ์ ที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 3 พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สตม. พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สตม. ตำรวจท่องเที่ยวและ ชุด ศปอส.ตร. นำกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นตามหมายค้นเพื่อติดตามจับกุมผู้ต้องหานายทุนเงินกู้ดอกเบี้ยโหดใน กทม.และปริมณฑล จำนวน 14 จุด สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวน 10 ราย พร้อมของกลาง รถยนต์จำนวน 15 คัน บ้านจำนวน 5 หลัง โรงงานขยะรีไซเคิลจำนวน 1 แห่ง เครื่องเพชร และ ทอง จำนวน 14 ราย รวมมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ เปิดเผยว่า ในการปฎิบัติการครั้งนี้ สืบเนื่องจากมีประชาชนผู้เสียหายได้มาร้องเรียนนายทุนปล่อยเงินกลุ่มของนายไพรโรจน์ นพรัตน์ ซึ่งมีการทวงหนี้ในลักษณะข่มขู่และเรียกดอกเบี้ยโหด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขยายผลจับกุมนายไพโรจน์ หลังจากที่ดำเนินคดีกับกับนายไพรโรจน์แล้ว พบว่ากลุ่มของนายพโรจน์ยังมีพฤติการณ์การปล่อยเงินกู้และทวงถามหนี้ในลักษณะข่มขู่ลูกหนี้โดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ต่อมาวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการจับกุมกลุ่มนายไพรโรจน์ จำนวน 12 ราย ออกหมายจับผู้ต้องหาในเครือข่าย จำนวน 28 ราย ในความผิดฐานอั่งยี่ และเป็นสมาชิกอั่งยี่และให้บุคคลอืนกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ เปิดเผยว่า จากการสืบสวนทราบข้อมูลเพิ่มเติมพบว่า มีนักการเมืองท้องถิ่นและเป็นผู้มีอิทธิพลในเขต จว.นนทบุรี ชื่อ สจ.สมคิด มากวงษ์ หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “เล็ก เมืองนนท์” เป็นนายทุนใหญ่ อยู่เบื้องหลังของการปล่อยกู้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับเพื่อจับกุมนายสมคิด พร้อมกับพวก 10 คน เป็นการเก็บดอกเบี้ยแบบหมวกกันน็อคของแก๊งรับจ้างและผู้มีอิทธิพล ที่ผ่านมาในอดีตการปล่อยดอกเบี้ย การให้กู้ดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฏหมายกำหนดเมื่อมีการจับกุม ส่งฟ้องศาล ออกมาก็จะทำใหม่ แต่วันนี้จะไม่ให้มีกำลังที่จะกลับไปทำอีก โดยนำมาตรการของปปง. และภาษี ในการยึดทรัพย์ทั้งหมด ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการตรวจค้นไปกว่า 30 จุด ยึดทรัพย์กว่า 100 ล้านบาท วันนี้ยึดทรัพย์อีกรอบกว่า 200 ล้านบาท ทั้งบ้าน ที่ดิน รถยนต์ จำนวน 15 คัน รวมถึงโรงงานขยะรีไซเคิล และจะมีการตรวจสอบเส้นทางการเงินทั้งหมดไล่ไปถึงตัวการน่าจะไปเกี่ยวข้องกับนักการเมืองในระดับประเทศ นอกจากนี้ได้สั่งกำชับพนักงานสอบสวนไม่ให้มีการให้ประกันตัวผู้ต้องหาที่กระทำผิดซ้ำซาก และจะคัดค้านการประกันตัวไปจนถึงชั้นศาล

%d bloggers like this: