จับขบวนการปลอมหนังสือเดินทางและตราประทับ ตม. หวังบินเมืองผู้ดี

จับขบวนการปลอมหนังสือเดินทางและตราประทับ ตม. หวังบินเมืองผู้ดี
ตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติมอบหมายให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ดำเนินการปราบปรามกลุ่มองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติที่กระทำความผิดและส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีพฤติการณ์เป็นภัยต่อสังคมก่อให้เกิดอันตรายต่อความสงบสุขหรือความปลอดภัยของประชาชน หรือความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรนั้น
ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม.,นายกิตติพงศ์ กิตติขจร รองผู้อำนวย การท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พล.ต.ท.ธีรพล คุปตานนท์ ผบช.ทท., พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญวงศ์, พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ธรรมนูญ ไตรทิพยพงศ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ, พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม., พล.ต.ต.วรพงษ์ ทองไพบูลย์ ผบก.ทท.๑, พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผบก.ตม.2,
พ.ต.อ.เกติ์ฉกาจ นิลประดับ รอง ผบก.ตม.2, พ.ต.อ.เชิงรณ ริมผดี รอง ผบก.ตม.2, พ.ต.อ.อำนาจ โฉมฉาย ผกก.3 บก.ทท.1, พ.ต.อ.เพลิน กลิ่นพยอม ผกก.สส.ปป.บก.ตม.2, พ.ต.อ.คำแหง กัณฑวงศ์ ผกก.สน.ลาดกระบัง,
พ.ต.อ.ประวิทย์ ศิริธร ผกก.๒ บก.สส.สตม.
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สตม.ได้จับกุม แก๊งชาวเวียดนามหวังใช้หนังสือเดินทางเกาหลีใต้เข้าประเทศอังกฤษ พร้อมรวบหนุ่มใหญ่สัญชาติไทย ขายและจัดหาหนังสือเดินทางให้แก๊งเวียดนาม โดยได้จับกุม บุคคลสัญชาติเวียดนาม ๓ ราย และไทย ๑ ราย ดังนี้คือ นายดัง เตรียน ตรุง อายุ 30 ปี ในข้อหา “ใช้หนังสือเดินทางของผู้อื่นโดยมิชอบ” นายฟาม วาน ฮวง อายุ 28 ปี ในข้อหา “ทำปลอมขึ้นซึ่งดวงตราหรือรอยตราของเจ้าพนักงาน, จัดหาหนังสือเดินทางให้ผู้กระทำความผิดใช้หนังสือเดินทางของผู้อื่นโดยมิชอบ และปลอมหรือมีไว้เพื่อใช้ซึ่งหนังสือเดินทางปลอม” นายเลอ เวียด เหลี่ยน อายุ 22 ปี ในข้อหา “ทำปลอมขึ้นซึ่งดวงตราหรือรอยตราของเจ้าพนักงาน, จัดหาหนังสือเดินทางให้ผู้กระทำความผิดใช้หนังสือเดินทางของผู้อื่นโดยมิชอบ และปลอมหรือมีไว้เพื่อใช้ซึ่งหนังสือเดินทางปลอม” และ นายวิชิต อาจแก้ว อายุ 36 ปี สัญชาติไทย ในข้อหา “ทำปลอมขึ้นซึ่งดวงตราหรือรอยตราของเจ้าพนักงาน, จัดหาหนังสือเดินทางให้ผู้กระทำความผิดใช้หนังสือเดินทางของผู้อื่นโดยมิชอบ และปลอมหรือมีไว้เพื่อใช้ซึ่งหนังสือเดินทางปลอม” พร้อมด้วยของกลางหลายรายกล่าวคือ หนังสือเดินทางประเทศต่าง ๆ ร่วม ๒๐ รายการ หนังสือเดินทางเหล่านี้ได้ตรวจสอบแล้วส่วนใหญ่เป็นหนังสือเดินทางที่ได้แจ้งหายไว้ ตราประทับเจ้าหน้าที่ตำรวจคนเข้าเมือง ๔ รายการ และเงินสดที่ได้มาจากการซื้อขายหนังสือเดินทางปลอมและหนังสือเดินทางของผู้อื่น 56,000 บาท

โดยเมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. วันที่ 16 ธ.ค.2562 เจ้าหน้าที่สืบสวนปราบปราม ตม.2 สตม. ได้รับแจ้งจากพนักงานสายการบินแห่งหนึ่ง ขณะที่ตนกำลังรับเช็คอินผู้โดยสารที่กำลังเดินทางไปประเทศอังกฤษ จากนั้นได้มีคนร้าย ชื่อนายดัง เตรียน ตรุง สัญชาติเวียดนาม ๑ คน ได้นำหนังสือเดินทางสัญชาติเกาหลีใต้ เข้ามาเช็คอินเพื่อเดินทางไปอังกฤษ เมื่อพนักงานสายการบินได้สังเกตท่าทางมีพิรุธ จึงได้ตรวจสอบอย่างละเอียดทำให้คนร้ายเกิดความกลัว จึงได้ตัดสินใจทิ้งข้าวของสัมภาระ วิ่งหลบหนีจากเคาเตอร์เช็คอิน แถว G ชั้น ๔ อาคารผู้โดยสารสนามบินสุวรรณภูมิ สร้างประหลาดใจต่อผู้โดยสารในบริเวณนั้น เจ้าหน้าที่ ตม.ฝ่ายสืบสวนปราบปราม จึงได้กระจายกำลังเพื่อค้นหา พบผู้ต้องสงสัยชาวเวียดนามอีก ๒ คน คือ นายฟาม วาน ฮวง และ นายเลอ เวียด เหลี่ยน ซึ่งได้มาสังเกตการณ์เพื่อนร่วมแก๊ง นายดัง เตรียน ตรุง ใช้หนังสือเดินทางเกาหลีใต้ของผู้อื่น เข้าเช็คอินกับสายการบินว่าจะสามารถผ่านการตรวจเช็คอินได้หรือไม่ โดยทั้งสองมีพฤติการณ์ คือ ได้มาส่ง ให้คำแนะนำ สังเกตการณ์ เฝ้าดู
นายดัง เตรียน ตรุง เข้าผ่านการตรวจและเช็คอิน พร้อมกันนั้นพนักงานสายการบินได้ยืนยันว่าคนต่างชาติสัญชาติเวียดนามทั้งสามรายมาด้วยกัน แต่นายดัง เตรียน ตรุง ได้หลบหนีไปได้ ดังนั้น พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ
ผบก.ตม.2 จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. ทราบเรื่องจึงได้สั่งการเร่งติดตามตัวคนร้ายและบรูณาการร่วมหน่วยงานต่างๆ ขยายผลผู้ที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดี
จากข้อมูลการสืบสวนสอบสวน พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม.ร่วมกับ
พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผบก.ตม.2 ได้บูรณาการกำลังประกอบด้วย กก.สส.ปป.บก.ตม.2 ,กก.2 บก.สส.
สตม. ,กก.3 บก.ทท.1 และ สน.ลาดกระบัง ในการเข้าตรวจค้น ๒ จุด คือ จุดแรก คือ โรงแรมแห่งหนึ่งย่าน ลาดกระบัง พบคนสัญชาติเวียดนามร่วมแก๊งอีก ๔ ราย ประกอบด้วย นายดัง เตรียน ตรุง ซึ่งได้หลบหนีมาจาก
เคาน์เตอร์เช็คอิน สนามบินสุวรรณภูมิ และเพื่อนร่วมชาติอีก ๓ คน ซึ่งจะเตรียมตัวเดินทางไปอังกฤษ โดยจะใช้หนังสือเดินทางปลอมหรือเดินทางของผู้อื่น ได้ค้นภายในห้องพักพบหนังสือเดินทางสัญชาติต่างๆ อีก ๘ เล่ม เช่น สาธารณรัฐเช็ก เยอรมัน เกาหลีใต้ เป็นต้น และพบตราประทับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองปลอม ๔ รายการ พร้อมด้วยแป้นหมึกสีน้ำเงินพร้อมใช้
จากนั้นได้ขยายผลเพิ่มถึงแหล่งขายหนังสือเดินทางของผู้อื่นและหนังสือเดินปลอม ได้เข้าค้น จุดที่สอง เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง บก.ตม.2 และ บก.สส.สตม. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว ได้เข้าตรวจค้นห้องพัก เกสเฮ้าส์แห่งหนึ่ง ภายในตรอกขี้หมา ย่านถนนข้าวสาร กทม. ได้จับกุม นายวิชิต อาจแก้ว อายุ 36 ปี ผู้ที่ขายหนังสือเดินทางให้กับแก๊งเวียดนามกลุ่มนี้ โดยรับสารภาพว่า ได้ขายหนังสือเดินทางให้กับชาวเวียดนามกลุ่มนี้ เมื่อ 14 ก.พ.2562 เวลาประมาณ 17.30 น. โดยส่งมอบหนังสือเดินทางปลอมและหนังสือเดินทางของผู้อื่น ที่เกสเฮ้าส์ที่ตนพักอาศัย โดยมีรายละเอียดการซื้อขายดังนี้ หนังสือเดินทางเกาหลีใต้ เปลี่ยนภาพถ่ายแล้ว จำนวน 1 เล่ม ราคา 25,000 บาท และ หนังสือเดินทางเกาหลีใต้ของแท้ ยังมิได้แก้ไข จำนวน ๒ เล่ม ราคา 25,000 บาท พร้อมด้วยตราประทับปลอมของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ๔ รายการ

ราคา 6,000 บาท รวมเป็นเงินที่ได้รับจากแก๊งเวียดนาม จำนวน 56,000 บาท จากนั้นได้ตรวจค้นภายในห้องพัก พบหนังสือเดินทางประเทศต่าง ๆ เช่น ประเทศอังกฤษ สหรัฐอเมริกา อินโดนิเซีย ตุรกี เยอรมัน ออสเตรีย จำนวน
๘ เล่ม จากการตรวจสอบพบว่าเป็นหนังสือเดินทางแจ้งหายไว้ เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันจับกุม คนร้ายทั้ง ๔ ราย ดำเนินคดีตามกฎหมาย อีกทั้งได้เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร นายไท เวียด กิ๊ก อายุ 24 ปี,
นายจัน ฟู เควียด อายุ 16 ปี, น.ส.ทรัน ทิ ฮวง อายุ 29 ปี เพื่อนร่วมแก๊งชาวเวียดนามอีก ๓ ราย เนื่องจากมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการใช้หนังสือเดินทางของผู้อื่นและหนังสือเดินทางปลอมเพื่อเดินทางไปยังประเทศอังกฤษ และจากการสืบสวนขยายผลการจับกุมในคดีนี้ ได้ประสานงานกับทางการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ในการตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่า ไม่มีเจ้าหน้าที่ อื่นใด เข้าไปเกี่ยวข้องกับผู้ต้องหากลุ่มนี้
จากกรณีดังกล่าว พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. ได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติงานใน ท่าอากาศยานต่างๆ เพิ่มความเข้มในการปฏิบัติหน้าที่โดยยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองและหน่วยงานทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะพร้อมใจกันทำหน้าที่ในฐานะประตูหลักของชาติ หากพบคนต่างด้าวมีท่าทีพิรุธอาจจะเข้ามากระทำผิดกฎหมายหลบซ่อนในพื้นที่ท่าอากาศยานให้แจ้งสายด่วน 1178 หรือ กก.สส.ปป.บก.ตม.2 หมายเลขโทรศัพท์ 02-134-0303 โดยเร็ว

ขอบคุณข้อมูลข่าวสาร ที่มา พ.ต.ต.หญิงพัชรี ศรีเผือก สว.ฝอ.5 บก.อก.สตม.

ทีมข่าวเรื่องจริงผานเลนส์รายงาน

Facebook Comments
%d bloggers like this: