ชาวบ้านกว่า 500 ราย รวมตัวหน้าโรงพักสตึก ร้อง”บิ๊กโจ๊ก” ถูกเบี้ยวเงินณาปนกิจ

ชาวบ้านกว่า 500 ราย รวมตัวหน้าโรงพักสตึก ร้อง”บิ๊กโจ๊ก” ถูกเบี้ยวเงินณาปนกิจ

เมื่อวันที่ 21ก.พ. ที่สภ.สตึก ชาวบ้านกว่า 500 รายที่ได้รับความเดือนร้อนจากการเป็นสมาชิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ สหกรณ์การเกษตรสตึกจำกัด นำโดยนายสมปอง ศรีสง่า เดินทางเข้าร้องทุกข์ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม.พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐ์ศักดิ์ ผบช.ภ.3 ,พล.ต.ต.ปภัชเดช เกตุพันธ์ ผบก.สส.บช.ภ.3 พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม ,พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3 พ.ต.อ.แดนไพร แก้วเวหล ผกก.สภ.ภูผาม่าน พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สุรินทร์แก้ว ผกก.ควบคุมธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ บช.ทท.,พ.ต.ท.อาริศ คูประสิทธิรัตน์ รองผกก.สายตรวจ เพื่อขอความช่วยเหลือหลังจากไม่ได้รับเงินสงเคราะห์จากการที่สมาชิกเสียชีวิต

โดยนายสมปอง กล่าวว่า ตนทราบข่าวว่าพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ และคณะ จะเดินทางมาแถลงข่าวที่สภ.สตึก จึงได้รวมตัวผู้เสียหายที่ได้รับความเดือนร้อนเข้ายื่นหนังสือร้องทุกข์ กรณีที่ไม่ได้รับเงินสงเคราะห์จากการที่สมาชิกเสียชีวิตของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ สหกรณ์การเกษตรสตึกจำกัด ซึ่งสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์แห่งนี้มีสมาชิกกว่า 17000 คน เกิดปัญหาเรื้อรังมาตั้งแต่ปี 2559 มีสมาชิกเสียชีวิตหลายราย แต่ทายาทกับไม่ได้รับเงินสงเคราะห์รวมทั้งบางรายได้รับเงินแต่ไม่ครบจำนวน เป็นเหตุให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากบางครอบครัวไม่มีเงินแม้กระทั่งจัดงานศพ บางครอบครัวยืมเงินมาจัดงานก่อน เพราะคิดว่าได้รับเงินสงเคราะห์จากสมาคมฌาปนกิจ ซึ่งเมื่อไปสอบถามคณะกรรมการสมาคมจะฟังว่าเกิดปัญหาสภาพคล่องของเงินในบัญชีที่เคยมีเกือบ 100 ล้านบาทเหลือเพียง 4000 กว่าบาทเท่านั้น ซึ่งต่อมาภายหลังได้รวมตัวกันแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ แล้วเวลาผ่านไปนานกว่าสามปีแต่คดีกลับไม่มีความคืบหน้าเนื่องจากเจ้าของคดีได้ย้ายไปรับราชการที่ท้องที่อื่น ขณะเดียวกันพบความผิดปกติของคณะกรรมการสมาคมที่มีพฤติกรรมร่ำรวยเกินกว่าปกติ ซึ่งต่อมาหลายหน่วยงานได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือก็ยังไม่สามารถดำเนินคดีกับคณะกรรมการชุดนี้ได้ เนื่องจากทางตำรวจยังสรุปสำนวนไม่แล้วเสร็จ รวมทั้งมีการเจรจากับทางคณะกรรมการสมาคมแต่กลับถูกบ่ายเบี่ยงได้รับคำตอบว่าให้ไปฟ้องร้องเอง พร้อมยังอ้างว่าไม่มีใครดำเนินคดีกับพวกเขาได้จึงนำเรื่องดังกล่าวมาร้องทุกข์ผ่านศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อให้ช่วยติดตามความคืบหน้าคดี

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนประสานข้อมูลกับทางตำรวจภูธรท้องที่เพื่อขอดูสำนวนคดีก่อนหน้านี้ที่มีการรับแจ้งความ และสอบปากคำผู้เสียหาย เพื่อดำเนินการตามขั้นตอน ซึ่งหากพบความผิดปกติหรือพฤติกรรมของคณะกรรมการสมาคมชุดนี้ส่อไปในทางทุจริตหรือเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชนต่อจะต้องดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขอบคุณข้อมูลข่าวสาร ที่มา พ.ต.ต.หญิงพัชรี ศรีเผือก สว.ฝอ.5 บก.อก.สตม.

ทีมข่าวเรื่องจริงผานเลนส์รายงาน

Facebook Comments
%d bloggers like this: