สตม.จับกุมผู้ต้องหาชาวอิตาลี หลบหนีคดีมาอยู่ในประเทศไทย

จับกุมผู้ต้องหาชาวอิตาลี หลบหนีคดีมาอยู่ในประเทศไทย
ตามนโยบายของรัฐบาลโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติทำการปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล สอดคล้องกับสภาพสังคมและเศรษฐกิจ เนื่องจากพรมแดนของประเทศมีการเปิดเสรีมากขึ้น และยังเป็นศูนย์กลางของเส้นทางการเดินทางไปยังประเทศอื่นๆหลายประเทศ ส่งผลให้ในปัจจุบันมีคนร้ายหรืออาชญากรแฝงตัวมาในรูปแบบนักท่องเที่ยว และใช้ประเทศไทยเป็นที่กบดานหรือเป็นทางผ่าน ซึ่งลักษณะดังกล่าวเป็นภัยต่อประเทศ จึงได้มีการจัดตั้งศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ( ศปชก.ตร. ) ขึ้นมาทำหน้าที่สืบสวนและปราบปรามอย่างจริงจัง

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้จัดตั้งศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย (ศปชก.ตร.) โดยมี พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สอาดพรรค ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ และมอบหมายให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. เป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการประจำศูนย์ฯ ซึ่งได้ทำการสืบสวนปราบปรามจับกุมมาอย่างต่อเนื่องและจริงจัง
ต่อมาศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย (ศปชก.ตร.) และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้รับการประสานงานจาก สถานเอกอัครราชทูตอิตาลี ประจําประเทศไทย ให้ช่วยติดตามจับกุมตัว นายเฟ็ดดริโก้ โมเล่ (MR.FEDERICO MOLE) อายุ 38 ปี สัญชาติอิตาลี ซึ่งถูกดำเนินคดีในประเทศอิตาลี ในความผิดฐาน “ก่ออาชญากรรมทางการเงินพยายามหลีกเลี่ยงการจ่ายภาษี โดยการทำใบส่งสินค้าปลอม มูลค่าความเสียหายที่ถูกตรวจพบแล้ว ประมาณ 4 ล้านยูโร หรือประมาณ 150 ล้านบาท” หลังจากถูกดำเนินคดีได้หลบหนีมาอยู่ในประเทศไทย เจ้าหน้าที่ตำรวจ ศปชก.ตร. ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ได้สืบสวนติดตามตัวจนทราบว่ามีชายซึ่งมีตำหนิรูปพรรณตรงกับ นายเฟ็ดดริโก้ โมเล่ (MR.FEDERICO MOLE ) ปรากฎตัวอยู่ที่บริเวณใต้ตึก ออลซีซั่น ถ.วิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร จึงได้เข้าไปแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ขอตรวจหนังสือเดินทางพบว่าคือ นายเฟ็ดดริโก้ โมเล่ (MR.FEDERICO MOLE ) จริง ซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าวของ นายเฟ็ดดริโก้ โมเล่ (MR.FEDERICO MOLE ) เป็นการกระทำเข้าลักษณะเป็นบุคคลน่าเชื่อว่าเป็นภัยต่อสังคม ต้องห้ามตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 12(7) จึงได้เสนอความเห็นไปยัง ผบช.สตม. เพื่อให้ทำการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร และจะได้ส่งตัวกลับไปดำเนินดคีที่ประเทศอิตาลีต่อไป

Facebook Comments
%d bloggers like this: