นายกรัฐมนตรี เดินทางดูความคืบหน้าการก่อสร้างโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ให้เป็นศูนย์การแพทย์หลักภาคใต้ตอนบน

นายกรัฐมนตรี เดินทางดูความคืบหน้าการก่อสร้างโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ให้เป็นศูนย์การแพทย์หลักภาคใต้ตอนบน

วันนี้(18 มี.ค.62) พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและคณะ ได้เดินทางไปตรวจราชการที่จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยเวลา 14.00 น. นายกรัฐมนตรีและคณะได้ตรวจเยี่ยมความคืบหน้าโครงการก่อสร้างโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ต.ไทยบุรี อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช มีนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ คณาจารย์ นักศึกษาและผู้เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับ

สำหรับโครงการก่อสร้างศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์นั้น ในปี 2553 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบโครงการศูนย์การก่อสร้างศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อใช้เป็นโรงเรียนผลิตแพทย์ตอบสนองการขาดแคลนแพทย์พื้นที่ภาคใต้ตอนบน ส่งเสริมการวิจัยทางการแพทย์ระดับตติยภูมิให้สอดคล้องเท่าทันกับความก้าวหน้าทางการแพทย์ของโลก รวมถึงการให้บริการทางการแพทย์แก่พี่น้องประชาชนที่เจ็บไข้ได้ป่วยด้วยโรคภัยที่สลับซับซ้อน หรือโรคตติยภูมิในภาคใต้ตอนบนทั้งหมด ซึ่งจะเป็นการลดภาระไม่ให้พี่น้องประชาชนต้องไปใช้บริการนอกพื้นที่ภาคใต้ตอนบน

การดำเนินการก่อสร้างในระยะเริ่มต้นติดขัดปัญหาบางประการ จนกระทั่งถึงรัฐบาลของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ปัญหาต่างๆจึงได้คลี่คลายลง และมหาวิทยาลัยได้ทำการปรับแผนใหม่โดยภายในปีพ.ศ.2562 การก่อสร้างอาคารศูนย์การแพทย์จำนวน 5 อาคาร อาคารที่พักอาศัย 435 หน่วยจะเสร็จสิ้นสมบูรณ์ ขณะเดียวกันมหาวิทยาลัยได้เสนอของบประมาณการตกแต่งภายในและพัฒนาระบบบริการทางการแพทย์ ซึ่งเป็นงบผูกพันปีงบ 63-64 จำนวน 990 ล้านบาท งบประมาณสำหรับการติดตั้งอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์เป็นงบผูกพัน 63-64 อีกจำนวน 964 ล้านบาท นอกจากนี้มหาวิทยาลัยได้ทำการวิเคราะห์อัตราบุคลากรของศูนย์การแพทย์เพื่อจะบรรจุในปี 2563-2565 จำนวน 1,268 คน เสนออัตรากำลังดังกล่าวไปยังกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป โดยในปลายปี 2563 ศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จะเปิดให้บริการขนาด 120 เตียง ต้นปี 2565 จะเปิดให้บริการ 419 เตียง ปัจจุบันได้เปิดโรงพยาบาลนำร่องเปิดให้บริการผู้ป่วยนอกแล้วโดยมีผู้ใช้บริการวันละ 200 คน และจะเปิดให้บริการผู้ป่วยใน จำนวน 16 เตียง ในวันที่ 1 เมษายน 2562 นี้..

Facebook Comments
%d bloggers like this: