“จับกุมชาวเกาหลีก่อคดีฉ้อโกง หลบหนีคดีมาแล้วกว่า 10 ปี สุดท้ายจนมุมในไทย”

“จับกุมชาวเกาหลีก่อคดีฉ้อโกง หลบหนีคดีมาแล้วกว่า 10 ปี สุดท้ายจนมุมในไทย”

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่อง การควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติ ที่มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุกับคนไทย หรือชาวต่างชาติ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด

สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. , พล.ต.ต.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.สรายุทธ สงวนโภคัย รอง ผบช. สตม., พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.ภ.7 ปฏิบัติราชการ สตม., พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม., พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3, พล.ต.ต.ณัฐวัฒน์ การดี ผบก.ตม.4, พล.ต.ต.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง ผบก.ตม.5, พล.ต.ต.เจษฎา ใยสุ่น ผบก.ตม.6 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติราชการประจำ สตม. ได้แก่ พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รอง ผบก.สส.ภ.2, พ.ต.อ.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบก.ปส.3, พ.ต.อ.มานะ นาคทั่ง รอง ผบก. ภ.จว.นครศรีธรรมราช, พ.ต.อ.อิทธิพล จันทร์ศรีบุตร รอง ผบก.สกส.บช.ปส., พ.ต.อ.ปรม พฤทธิกุล ผกก.ฝอ.บก.สส.ภ.4, พ.ต.อ.ณรงค์ ชนะภัยกุล ผกก.ฝ่ายกิจการต่างประเทศ บก.อก.บช.ส.และ พ.ต.อ.ทิวา โสภาเจริญ ผกก.ฝอ.ศทก.ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคนร้ายดังนี้

ด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้รับการประสานงานจากสถานทูตเกาหลีใต้ประจำประเทศไทยว่า นายซุง จิน อายุ 61 ปี (Mr.Sungjin ) บุคคลสัญชาติเกาหลีใต้ ถือหนังสือเดินทางสาธารณรัฐเกาหลี เป็นบุคคลที่มีหมายจับตำรวจสากล เลขที่ A-3889/4-2016 ลง 18 กรกฏาคม 2562 ในข้อหา “ฉ้อโกง” และทางการเกาหลีใต้ต้องการตัว โดย นายซุง จิน มีพฤติการณ์กล่าวคือเมื่อช่วงปี 2552 นายซุง จิน ได้เปิดบริษัท ชื่อ Chikozaruen Mpartners ซึ่งทำธุรกิจเกี่ยวกับการจัดแรลลี่ ทริป ขับรถเที่ยวผ่านเส้นทางในหลายๆ ประเทศ เช่น จีน, รัสเซีย, มองโกเลีย ฯลฯ หลังจากนั้นได้หลอกลวงผู้เสียหายชาวเกาหลีใต้หลายรายมาร่วมลงทุนในบริษัท โดยอ้างว่าบริษัทดังกล่าวจะสร้างผลประโยชน์ให้กับผู้เสียหายจำนวนมาก ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ และได้ลงทุนซื้อหุ้นบริษัทดังกล่าวเป็นมูลค่าความเสียหายรวมประมาณ 144,398,850 วอน หรือประมาณ 5 ล้านบาท เหตุเกิดระหว่าง 12 ตุลาคม 2552 – 10 กุมภาพันธ์ 2553 ต่อเนื่องกัน ที่ประเทศสาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) หลังจากนั้นนายซุง จิน ได้หลบหนีออกนอกประเทศตั้งแต่ปี 2552 เป็นเวลากว่า 10 ปี เพื่อหนีคดีดังกล่าว

จากการสืบสวนทราบว่านายซุง จิน ได้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทย เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2562 ได้รับประเภทวีซ่า ผ.ผ.90 (90 วัน) อนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรได้ถึงวันที่ 6 ตุลาคม 2562 และพยายามหลบหนีการติดตามโดยการเช่าคอนโดจากเจ้าของห้องโดยตรง เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่ติดตามตัวได้ ซึ่งจากการลงพื้นที่สืบสวนหาข่าว พบว่า นายซุง จิน ได้พักอาศัยอยู่ที่ คอนโดแห่งหนึ่ง ในซอยเสรี 9 แขวง/เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ จนกระทั่งเวลาประมาณ 19.00 น. ของวันที่ 15 สิงหาคม 2562 พบนายซุง จิน ได้เดินลงมาจากห้องพัก เจ้าหน้าที่จึงแสดงตนเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และขอตรวจสอบหนังสือเดินทางพบว่า เป็นบุคคลเดียวกันกับหมายจับตำรวจสากลที่ทางการเกาหลีใต้ต้องการตัว จากการซักถาม นายซุง จิน ให้การว่าได้ก่อคดีตามหมายจับตำรวจสากลจริง และได้พยายามหนีคดีมานานโดยไม่ได้กลับไปที่ประเทศเกาหลีใต้ ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โดยจะอาศัยเดินทางอยู่ตามประเทศต่างๆได้แก่ รัสเซีย, จีน, มองโกเลีย, กัมพูชา, พม่า, ลาว ,เวียดนาม และอีกหลายประเทศ เพื่อหลบหนีการติดตามตัวจากทางการเกาหลีใต้ และสุดท้ายได้เดินทางยังประเทศไทยและถูกเจ้าหน้าที่ ตม. ไทยตามจับกุมตัวได้ในที่สุด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ สตม. จะได้ทำการเพิกถอนวีซ่าและดำเนินการประสานกับทางสาธารณรัฐเกาหลีเพื่อส่งตัวกลับไปยังประเทศเกาหลีใต้ต่อไป

ตามนโยบายของ ผบช.สตม. ได้กำชับการบังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมือง ว่าด้วยการแจ้งที่พักอาศัยของคนต่างด้าวภายใน 24 ชั่วโมง กรณีที่เจ้าบ้าน เคหสถาน หรือโรงแรม ที่รับคนต่างด้าวเข้าพักอาศัย ไม่แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ภายใน 24 ชั่วโมง ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 38 ซึ่งกรณีดังกล่าว สตม. ได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับเจ้าของที่พัก เป็นเงินจำนวน 1,600 บาท และแจ้งประชาสัมพันธ์ให้ทราบเพื่อปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป
สตม. ขอเรียนให้ทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิด ในด้านต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทย และสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับ และมีการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

%d bloggers like this: