ชายชราวัย 55ปี เสียชีวิตอนาถไม่ต่ำกว่า 5 วัน โดนตะกวดรุมแทะกิน

ชายชราวัย 55ปี เสียชีวิตอนาถไม่ต่ำกว่า 5 วัน โดนตะกวดรุมแทะกิน

วันที่ 12 กันยายน 2562
เวลา 17.00 น.

ร้อยตำรวจโทหญิง แพรววารินทร์ พลวรรธวารี สน.ราษฎร์บูรณะ พร้อมแพทย์เวร รพ.ศิริราช เข้าตรวจสอบผู้เสียชีวิตภายในบ้าน เลขที่ 215 หมู่ 6ซอยประชาอุทิศ 14 แขวง บางประกอก เขต ราษฎร์บูรณะ ลักษณะบ้านเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว

ลักษณะผู้เสียชีวิต นอนหงาย ไม่สวมเสือ ใส่แต่กางเกงขาสั้นสีกรมท่า

ทราบจากประชาชนโทรแจ้งว่าได้กลิ่นผิดปกติให้อาสามูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ตรวจสอบเบื้องต้น พบผู้เสียชีวิตมาแล้วหลายวัน สภาพโดนสัตว์กัดเลื้อยคลานแทะตามลำตัว

สอบถามจากเพื่อนบ้านชื่อ นาย ดำรงค์ ฉั่วภักดี อายุ 72 ปี เป็นคนข้างบ้านที่ได้กลิ่นแล้วตามคนมาแจ้งตำรวจ เล่าว่า

“ผู้เสียชีวิตชื่อ นายสมนึก ต่วนคำ อายุ 55 ปี มีสักเป็นอา เป็นคนไม่ค่อยยุ่งกับใคร ทำงานรับจ้างตัดหญ้า ได้เงินมาเก็บอย่างเดียว ไม่ดื่มเหล้า อาศัยอยู่กับแม่ 2 คน แต่แม่เสียชีวิตแล้ว จึงอยู่คนเดียวเรื่อยมา ปกติก็จะเดินผ่านหน้าบ้านเป็นประจำ แล้วผิดสังเกตุมาหลายวันว่าทำไมไม่เห็นตนเองก็ไม่กล้าที่จะเดินไปดูเพราะทางเข้าบ้านค่อนข้างจะลำบากเป็นสะพานไม้เก่าๆ ดูแล้วไม่แข็งแรงกลัวเดินเข้าไปจะหักซะก่อน แต่มาวันนี้เมื่อประมาณเวลา 4 โมงเย็นกว่าๆได้กลิ่นเหม็นผิดปกติจึงตัดสินใจเดินเข้าไปดูในบ้าน แล้วถึงกับผงะเมื่อเปิดประตูบ้านเข้าไปก็พบกับร่างผู้เสียชีวิตที่อยู่ในสภาพบวมอืด และส่งกลิ่นเหม็นเน่าแบบรุนแรงมาก แล้วยังพบกับตะกวดกำลังแทะกินซากศพอยู่ จึงตามชาวบ้านมาช่วยกันขับไล่ ออกไปจากบ้านแล้ว ให้คนข้างบ้านโทรแจ้งตำรวจทันที”

พอสอบถามถึงการพบเจอครั้งสุดท้ายของผู้เสียชีวิต ก็ได้ความว่า
“พบครั้งสุดท้ายเมื่อประมาณ 4-5 วันที่แล้ว หลังจากนั้นก็ไม่พบเจอกันอีกเลย แต่ก็พยายามเงี่ยหูฟังอยู่ตลอดก็ได้ยินเสียงเหมือนคนอยู่ในบ้านแบบปกติดี ก็เลยไม่ได้คิดอะไรจนถึงวันนี้ที่สงสัยก็เพราะได้กลิ่นเหม็นเน่าโชยออกมาจากบ้านของผู้เสียชีวิตเลยตัดสินใจมาดู”

พอสอบถามจากญาติผู้เสียชีวิต ชื่อ นาง พรสวรรค์ คล่องมงคลกิจ อายุ 64 ปี
ได้ความว่า
“มีศักดิ์เป็นหลาน ปกติผู้เสียชีวิต มีอาชีพรับจ้างตัดหญ้า ตามสวนต่างๆ แล้วแต่ผู้ว่าจ้างจะมาจ้างให้ไปทำงานวันไหนที่ไหน ก็ไม่เคยรู้ เพราะอยู่คนละบ้านกัน ส่วนที่ตนรู้ข่าวแล้วรีบมาดูเพราะมีชาวบ้านแถวนี้เขาไปบอกว่าผู้เป็นอาเสียแล้ว จึงรีบมาดู แต่พอมาถึงก็เห็นตำรวจกับอาสามูลนิธิป่อเต็กตึ๊งมาถึงแล้ว ก็ได้แต่ยืนดูแบบห่างๆ แต่ก็รู้สึกเสียใจถึงการจากไปแบบกระทันหันแบบนี้ ตอนมีชีวิตอยู่ก็จะอยู่กันแบบต่างคนต่างอยู่ไม่ยุ่งกันเขามีอะไรก็ไม่เคยไปบอกไม่เคยไปเล่าอะไรให้ฟังเลย มีแต่มาถามครั้งล่าสุดก็นานมาแล้วเพราะสังเกตุเห็นว่าเหมือนร่างกายจะผิดปกติเห็นว่าใบหน้าบวม และแขนขาก็ดูบวมๆ เลยบอกให้ไปหาหมอบ้างนะ สุดท้ายก็ได้พูดกันเพียงเท่านี้ก็ไม่คิดว่าจะมาเสียแบบกระทันหันแบบนี้ ส่วนตัวแล้วผู้เสียชีวิตเป็นคนขยันทำงาน และไม่ค่อยพูดจากับใคร แล้วเป็นคนประหยัดไม่เห็นไปกินเหล้าไปเมาที่ไหนเลย พอทำงานเสร็จก็กลับบ้านนอนเลย ขนาดน้ำ-ไฟ ที่บ้านยังไม่เคยมีใช้แบบบ้านอื่นเขาเลย เป็นคนประหยัดมาก”

แพทย์เวรและร้อยเวร ตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้วมอบให้ญาติดำเนินการทางศาสนา….

อินทรี 136 พร้อมคู่สาย ทีมข่าวภาคสนามเรื่องจริงผ่านเลนส์รายงาน

%d bloggers like this: