จ.สงขลา
ตำรวจหาดใหญ่จับ 3 นักค้ายาบ้าวัยเกษียณหญิง 2 ชาย 1 คาจุดตรวจถนนสายเอเชีย ขนยาบ้า 8,000 เม็ดทั้งนั่งทับไว้และซุกในช่องเก็บเครื่องมือใต้เบาะ เผยจะนำไปส่งให้ลูกชายทำงานแพปลาที่ จ.ปัตตานี

เมื่อเวลา 01.00น.วันที่30 ก.ย.62 พ.ต.อ.กิตติชัย สังขถาวร ผกก.สภ.หาดใหญ่ พ.ต.ท.รณน สุระวิทย์ รอง ผกก.ป. พ.ต.ต.เฉลียว อนุสาร สวป. ตำรวจฝ่ายป้องกันปราบปราม สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้จับกุมนักค้ายาบ้าได้ 3 ราย ประกอบด้วย นายชุมพร เจริญจิตต์ อายุ 55 ปี น.ส.เบญจรัตน์ มิดชิด อายุ 62 ปี และนางประมวล บวกไธสง อายุ 62 ปี ทั้งสามคนเป็นชาว จ.ปราจีนบุรี พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 8,000 เม็ด

โดยทั้งสามคนถูกตำรวจจับกุมได้คาจุดสกัดชั่วคราวหน้าศูนย์ไปรษณีย์ควนลัง ถนนสายเอเชีย ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ ขณะขับขี่รถกระบะยี่ห้อโตโยต้า ไทเกอร์ สีบรอนทอง หมายเลขทะเบียน บต 6038 ปราจีนบุรี และถูกเจ้าหน้าที่เรียกตรวจค้น

แต่ปรากฏว่าทั้งสามคนแสดงอาการรุกรนไม่ยอมลงจากรถกระบะให้ตำรวจตรวจค้นภายในรถอ้างว่าจะรีบไปธุระที่ จ.ปัตตานี โดยเฉพาะ น.ส.เบญจรัตน์ ซึ่งนั่งทับสิ่งของบางอย่างเอาไว้ใต้เบาะ เมื่อตำรวจให้ลุกขึ้นก็พบว่าเป็นห่อยาบ้า 1 มัดจำนวน 2,000 เม็ด และเมื่อตรวจค้นภายในรถอย่างละเอียดก็พบยาบ้าอีก 3 มัด จำนวน 6,000 เม็ด ซุกซ่อนไว้ในช่องเก็บเครื่องมือใต้เบาะหลัง

และจากการสอบสวน น.ส.เบญจรัตน์ ให้การว่ากำลังนำยาบ้าไปส่งให้กับลูกชายที่ทำงานแพปลาอยู่ที่ จ.ปัตตานี เพื่อขายต่อ และยังแถไถอีกว่ามีเฉพาะยาบ้าห่อเดียวจำนวน 2,000 เม็ดที่นั่งทับไว้เท่านั้นที่เป็นของตน ส่วนอีก 3 มัด จำนวน 6,000 เม็ด ไม่ใช่ของตนและไม่รู้ว่ามีใครนำมาใส่ไว้ตั้งแต่เมื่อใด และสงสัยว่าตำรวจนำมายัดให้

ในขณะที่อีก 2 คนก็ให้การปฏิเสธเช่นกัน โดย นายชุมพร คนขับรถอ้างว่าไม่เกี่ยวข้องกับยาบ้า เพราะ นางเบญจรัตน์ ซึ่งเป็นพี่สาวอดีตภรรยาเก่าขอช่วยให้ขับรถไปทำธุระที่ จ.ปัตตานี ส่วนนางประมวลก็บอกว่านางเบ็ญจรัตน์ ชวนมาเป็นเพื่อนเท่านั้น

แต่จากพฤติกรรมตำรวจไม่ปักใจเชื่อและคาดว่าทั้งสามคนมีส่วนเกี่ยวข้องและร่วมกันค้ายาบ้าจึงควบคุมตัวดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1(ยาบ้า)ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย คุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่ เพื่อดำเนินคดีต่อไป

นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*


%d bloggers like this: