มท.1 มอบนโนบายเดินหน้าพัฒนากลไกขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ

มท.1 มอบนโนบายเดินหน้าพัฒนากลไกขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ (E3) บูรณาการทุกภาคส่วนสู่เป้าหมาย “สร้างรายได้ให้ชุมชน ประชาชนมีความสุข” วันนี้ (13 ธ.ค.62) เวลา 09:00 น. ที่ห้องประชุมแกรนด์บอลรูม 2 โรงแรมรามา การ์เด้นส์ ถ.วิภาวดีรังสิต กรุงเทพมหานคร พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าทีมภาครัฐ คณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ เป็นประธานพิธีเปิดและมอบนโยบายการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนากลไกขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐระดับประเทศ โดยมี นายฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ในฐานะหัวหน้าทีมภาคเอกชน นายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ สมาชิกวุฒิสภา นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นาย นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ดร.มีชัย วีระไวทยะ ประธานกรรมการ บริษัท ประชารัฐรักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคม (ประเทศไทย) คณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ ผู้บริหารกรมการพัฒนาชุมชน พัฒนาการจังหวัด และภาคีเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชนจากทั่วประเทศ ร่วมพิธีกว่า 400 คน พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา กล่าวว่า ขอขอบคุณภาคีเครือข่ายภาคเอกชนทุก ๆ หน่วยงานที่ได้ขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ทำให้ชุมชนได้รับการต่อยอดและส่งเสริมให้เศรษฐกิจฐานรากมีความเข้มแข็ง และในส่วนภาครัฐ "พัฒนากร" ถือเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในฐานะ "พี่เลี้ยง" หรือ "โค้ช" ที่อยู่ใกล้ชิดกับประชาชนและชุมชนที่สุด จึงถือเป็นส่วนสำคัญในการบูรณาการประสานงานกับประชาชนด้วยการต่อยอดตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงใน 5 กระบวนงาน ได้แก่ การเข้าถึงปัจจัยการผลิต การสร้างองค์ความรู้ การตลาด การสื่อสารสร้างการรับรู้เพื่อความยั่งยืน และการบริหารจัดการ และอาศัยเทคนิคการทำงานของภาคเอกชนในการส่งเสริมศักยภาพและพัฒนาสินค้าและบริการของประชาชนในพื้นที่ เช่น รูปแบบผลิตภัณฑ์ ระบบขนส่งกระจายสินค้า และระบบการตลาด โดยผู้ว่าราชการจังหวัดต้องใช้กลไกคณะกรรมการประสานและขับเคลื่อนนโยบายสานพลังประชารัฐประจำจังหวัด (คสป.) เป็นจุดเริ่มต้นของการบูรณาการต่อยอดให้เกิดการพัฒนาดังกล่าว พลเอก อนุพงษ์ฯ กล่าวต่อว่า ขอชื่นชมการดำเนินการที่ผ่านมา มีผลสำเร็จเป็นรูปธรรมในหลาย ๆ จังหวัด กว่า 900 โครงการ ได้แก่ น่าน ส้ม กาญจนบุรี ผักปลอดสารพิษ สุโขทัย ผ้าขาวม้า เป็นต้น เป้าหมายต่อไป คือ คสป.ต้องดำเนินการขับเคลื่อนทั้ง 5 กระบวนงานอย่างต่อเนื่อง โดยอาจเป็นการพัฒนาสินค้าตัวเดิมให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น หรือผลิตสินค้าตัวใหม่ และในอนาคตข้างหน้า อาจจะมีการจัดตั้งกองทุนประชารัฐรักสามัคคี เพื่อเป็นช่องทางเข้าถึงแหล่งเงินทุนให้กับผู้ประกอบการ และส่งเสริมเรื่องของการทำการตลาดให้ผู้ประกอบการมีช่องทางในการกระจายสินค้ามากยิ่งขึ้น สำหรับการประชุมเชิงปฏิบัติการในวันนี้ขอให้ทุกคนได้แลกเปลี่ยนข้อมูลโอกาสในการพัฒนา เพื่อนำไปปรับปรุงพัฒนาผลิตภัณฑ์ในแต่ละพื้นที่ต่อไป นายฐาปน สิริวัฒนภักดี กล่าวว่า การทำงานของคณะทำงานพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากฯ ที่ผ่านมา ได้ดำเนินการตามกรอบความร่วมมือ "ชุมชนลงมือทำ เอกชนขับเคลื่อน รัฐบาลสนับสนุน" โดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และพระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาขับเคลื่อนเพื่อบรรลุเป้าหมายความยั่งยืน 17 ด้านขององค์การสหประชาชาติ โดยมีความก้าวหน้า คือ สามารถดำเนินโครงการกว่า 900 โครงการ ใน 3,000 ชุมชน 68,000 ครัวเรือน เกิดการลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความยั่งยืนของเศรษฐกิจฐานราก ด้วยพลังชุมชนและศักยภาพของเครือข่าย ดังจะเห็นได้จากยอดจำหน่ายสินค้า OTOP ปีที่ผ่านมากว่า 2.3 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดิมกว่าร้อยละ 24 ในโอกาสนี้ พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา เยี่ยมชมความก้าวหน้าของการพัฒนากลไกเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐผ่านโครงการระดับประเทศ เช่น โครงการผ้าขาวม้าท้องถิ่น หัตถศิลป์ไทย โครงการสานพลังเพื่อบ้านเกิด โครงการเครื่องสีข้าวขนาดครัวเรือน โครงการโรงพยาบาลอาหารปลอดภัย โครงการสะพายสายแนว และแหล่งตลาดเกษตรอินทรีย์ เกษตรปลอดภัย เป็นต้น

กองสารนิเทศ สป.มท.

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*


%d bloggers like this: