เครือข่ายพิทักษ์สิทธิมนุษยชน ปสม.1 ออกแถลงการณ์ 5 ข้อ ห่วงใยเยาวชนในชุมนุม วอนรัฐบาล-เจ้าหน้าที่ ลดความรุนแรง ต้องเคารพ คุ้มครอง เยียวยา ร่วมกันแสวงหาทางออกอย่างสันติ

เครือข่ายพิทักษ์สิทธิมนุษยชน ปสม.1 ออกแถลงการณ์ 5 ข้อ ห่วงใยเยาวชนในชุมนุม วอนรัฐบาล-เจ้าหน้าที่ ลดความรุนแรง ต้องเคารพ คุ้มครอง เยียวยา ร่วมกันแสวงหาทางออกอย่างสันติ

แถลงการณ์เครือข่ายพิทักษ์สิทธิมนุษยชน ปสม.1

ตามที่รัฐบาลได้อาศัยอำนาจตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานครและข้อกำหนดตามประกาศดังกล่าว เข้าสลายการชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎรซึ่งประกอบด้วยนักเรียน นิสิต นักศึกษาและประชาชน เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 16 ตุลาคม 2563 บริเวณสี่แยกปทุมวัน กรุงเทพฯ นั้น
เครือข่ายพิทักษ์สิทธิมนุษยชน ปสม.1 มีความกังวลและห่วงใยเป็นอย่างยิ่งต่อสถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองและการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ซึ่งมีความอ่อนไหวและอาจนำไปสู่ความขัดแย้งรุนแรงในสังคมไทย แม้ว่าการชุมนุมของคณะราษฎรเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2563 เป็นการชุมนุมที่ต้องห้ามตามข้อกำหนดของประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินฯ อย่างไรก็ตาม เครือข่ายพิทักษ์สิทธิมนุษยชน ปสม.1 เห็นว่า การชุมนุมดังกล่าวยังไม่ปรากฎลักษณะที่แสดงให้เห็นถึงการใช้ความรุนแรงจนเป็นเหตุถึงขั้นที่รัฐบาลต้องตัดสินใจใช้มาตรการในการสลายการชุมนุม จึงเห็นว่าเป็นการกระทำที่เกินสมควรแก่เหตุ ทั้งนี้ การบังคับใช้กฎหมายจำเป็นต้องคำนึงถึงสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานบางประการที่ไม่สามารถละเมิดได้(non-derogable)ของผู้ชุมนุมโดยเฉพาะการปฏิบัติต่อเด็กและเยาวชน
เครือข่ายพิทักษ์สิทธิมนุษยชน ปสม.1 จึงของเรียกร้องให้ทุกฝ่ายพิจารณา ดังนี้
1. รัฐบาลและเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ควรใช้มาตรการที่รุนแรงในการสลายการชุมนุมโดยสงบซี่งได้รับการรับรองตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights -ICCPR) ที่ประเทศไทยเป็นภาคีรวมทั้งใช้แนวทางสันติวิธีในการเจรจาแก้ไขปัญหา
2. รัฐบาลไม่พึงใช้ความรุนแรงต่อผู้ชุมนุมโดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่เข้าร่วมชุมนุม และต้องคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของเด็กในการแสดงความคิดเห็น ตลอดจนไม่กระทำการใดที่จะมีผลกระทบต่อสวัสดิภาพ พัฒนาการและความปลอดภัยทางร่างกาย จิตใจ จิตวิญญาณและโอกาสที่พวกเขาจะเติบโตในอนาคต ซึ่งเป็นหลักการที่ได้รับการรับรองไว้ตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก( Convention on Rights of the Child- CRC)
3. รัฐบาลและฝ่ายนิติบัญญัติควรเร่งใช้กระบวนการของรัฐสภาในการแก้ไขปัญหาร่วมกันอย่างจริงจังและให้หลักประกันว่าข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมทุกกลุ่มจะได้รับการพิจารณาเพื่อนำไปสู่การยุติข้อพิพาทโดยเร็ว
4.รัฐบาลควรเยียวยาความเสียหายที่เกิดจากปฏิบัติการสลายการชุมนุม ทั้งต่อผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บจากการถูกสั่งให้ปฏิบัติการ รวมทั้งดูแลให้ผู้เข้าร่วมชุมนุมที่ถูกควบคุมตัวจากการชุมนุมโดยสงบได้รับการดูแลและเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานในกระบวนการยุติธรรม
5. การใช้สิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออก ทุกฝ่ายควรเคารพสิทธิมนุษยชนของบุคคลอื่น หลีกเลี่ยงการใช้ถ้อยคำหรือการสื่อสารด้วยวิธีการใดๆที่สร้างความขัดแย้ง ความเกลียดชัง ปลุกเร้าให้เกิดความรุนแรงและดูหมิ่นเหยียดหยามศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น
ทั้งนี้ ปสม.1 ขอให้ทุกฝ่ายได้ใช้ความอดทน อดกลั้นและร่วมกันแสวงหาทางออกอย่างสันติเพื่อให้ประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤตการณ์ครั้งนี้ไปได้ด้วยดี
เครือข่ายพิทักษ์สิทธิมนุษยชน ปสม.1

Leave a Reply

%d bloggers like this: