บริหารจัดการขยะติดเชื้อไม่ให้ตกค้าง – รณรงค์คัดแยกมูลฝอยอันตรายป้องกันโควิด-19 ระบาด

บริหารจัดการขยะติดเชื้อไม่ให้ตกค้าง – รณรงค์คัดแยกมูลฝอยอันตรายป้องกันโควิด-19 ระบาด
นายวิรัตน์ มนัสสนิทวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. กล่าวกรณีมีการกำชับให้ กทม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบริหารจัดการและกำจัดขยะไม่ให้ตกค้าง โดยเฉพาะขยะติดเชื้อ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรคว่า ที่ผ่านมา กทม. ได้จัดระบบการเก็บขยะให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ไม่ให้มีขยะตกค้าง แล้วนำไปกำจัดอย่างถูกสุขลักษณะทุกวัน สำหรับการบริหารจัดการขยะติดเชื้อในช่วงที่มีการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้มอบหมายให้บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ดำเนินการเก็บขนและกำจัดขยะติดเชื้อจากสถานพยาบาล สถานที่กักตัวของรัฐ และโรงแรมทางเลือกสำหรับผู้กักตัว ขณะเดียวกันได้ตั้งวางถังรองรับหน้ากากอนามัยในสถานที่ราชการและสถานที่สาธารณะ ได้แก่ สำนักงานเขต ศูนย์บริการสาธารณสุข และโรงพยาบาลสังกัด กทม. ทุกแห่ง ศาลาว่าการ กทม. (เสาชิงช้า) ศาลาว่าการ กทม. (ดินแดง) โรงเรียนสังกัด กทม. ศูนย์กีฬา กทม. ศูนย์เยาวชน กทม. สถานีดับเพลิง และสวนสาธารณะ เพื่ออำนวยความสะดวกในการทิ้งหน้ากากอนามัยของประชาชน โดยขยะติดเชื้อและหน้ากากอนามัยที่จัดเก็บได้ กทม. จะนำไปกำจัดด้วยวิธีการเผาในเตาเผามูลฝอยติดเชื้อที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุชและหนองแขม


ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนั้น ยังได้รณรงค์ส่งเสริม สร้างการรับรู้ให้ประชาชนคัดแยกและใช้ประโยชน์มูลฝอยที่แหล่งกำเนิดอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้รณรงค์ให้ความรู้แก่ประชาชนในการคัดแยกมูลฝอยอันตราย รวมถึงวิธีการทิ้งขยะหน้ากากอนามัยอย่างถูกต้อง พร้อมขอความร่วมมือประชาชนแยกทิ้งขยะหน้ากากอนามัยออกจากขยะทั่วไปในครัวเรือน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานเก็บขนมูลฝอย ทั้งนี้ ได้จัดหาและแจกจ่ายอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลให้แก่เจ้าหน้าที่รักษาความสะอาดและเจ้าหน้าที่เก็บขนมูลฝอยของ กทม. ได้แก่ ชุดป้องกันการติดเชื้อ ชุดกันเปื้อนทำความสะอาด ผ้าปิดจมูก ถุงมือยาง ถุงมือผ้า แว่นตา รองเท้าบูท หน้ากากสวมป้องกันใบหน้า (Face Shield) และเจลแอลกอฮอล์ อีกทั้ง ได้กำชับให้ดำเนินการตามข้อปฏิบัติสำหรับผู้ปฏิบัติงานเก็บขนมูลฝอยในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั้งก่อนปฏิบัติงาน ขณะปฏิบัติงาน และหลังปฏิบัติงาน ตลอดจนเน้นย้ำการสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลทุกครั้งที่ปฏิบัติงานอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันอันตรายจากเชื้อโรคและลดความเสี่ยงการสัมผัสเชื้อไวรัสโควิด-19

Leave a Reply

%d bloggers like this: