สนามเลือกตั้งนายกเล็ก เมืองดอกบัว คึกคัก.! ประชา ชูนโยบายเด่น นำลูกทีมทีมขอคะแนนถึงในบ้าน

สนามเลือกตั้งนายกเล็ก เมืองดอกบัว คึกคัก.! ประชา ชูนโยบายเด่น นำลูกทีมทีมขอคะแนนถึงในบ้าน
วันนี้ ( 20 ก.พ.64 ) ผู้สื่อข่าวของเรารายงานว่า บรรยากาศการหาเสียงของ ผู้สมัครนายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานี เริ่มเข้มข้น และคึกคักขึ้นมาตามลำดับ ซึ่งการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานี และสมาชิกสภาเทศบาลนครอุบลราชธานี จำนวน 24 ที่นั่ง ที่จะมีขึ้นในวันที่ 28 มี.ค.64 ที่จะถึงนี้ พี่น้องประชาชนที่มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตเทศบาลนครอุบลราชธานี ต่างโฟกัสไปที่มวยคู่เอก ระหว่าง ผู้สมัครหมายเลข1 น.ส.พิศทยา ไชยสงคราม ลูกสะใภ้นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่ลงสมัครในนามกลุ่มเพื่อไทยนครอุบล กับผู้สมัครหมายเลข2 นายประชา กิจตรงศิริ อดีตรองนายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานี จาก กลุ่มเพื่ออุบล ซึ่งทั้ง 2 คน 2 กลุ่ม ต่างส่งลูกทีมลงสมัครสมาชิกสภาเทศบาลนครอุบลราชธานี ครบทั้ง 4 เขตๆละ 6 คน
นายประชา กิจตรงศิริ ผู้สมัครนายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานี เบอร์ 2 พร้อม ทีมงานผู้สมัครสมาชิกสภาเทศบาลนครอุบลราชธานี กลุ่มเพื่ออุบล เดินหน้าหาเสียงด้วยการเดินเท้า ออกพบปะพี่น้อง ประชาชนในเขตเลือกตั้ง ทั้ง 4 เขต เพื่อแนะนำตัว และขอกำลังใจ ให้พี่น้องประชาชนเลือกนายกเทศมนตรี กาเบอร์ 2 และเลือก สท. กาเบอร์ 7-12 ทุกเขต ซึ่งในการลงพื้นที่ของกลุ่มเพื่ออุบล ได้สอบถามสอบถึงความต้องการของพี่น้องประชาชน เพื่อนำมาพัฒนานโยบาย ให้สอดคล้องและครอบคลุม เพื่อทุกๆคน เพื่ออุบล
นายประชา กิจตรงศิริ กล่าวว่า ผมยืนยันที่จะ เป็นตัวแทนอาสานำพาพ่อแม่พี่น้อง และ อนาคตของลูกหลานของเรา ได้มีความเจริญรุ่งเรือง ได้มีการพัฒนาทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา และสภาพแวดล้อม ให้ดียิ่งๆขึ้นไป ตามนโยบายทุกข้อของกลุ่มเพื่ออุบล ทั้งโครงการ โครงการสายไฟฟ้าลงใต้ดิน การสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียระยะที่ 2 การสร้างอุโมงค์ระบายน้ำ ถนนฟุตบาทต่อจากนี้ คนพิการ ผู้สูงอายุ ติดตั้งกล้องวงจรปิด และนโยบายปลดชุมชนแออัดทำบ้านมั่นคง รวมทั้งนโยบายอื่นๆอีกหลายนโยบาย

นโยบายที่สำคัญอีกนโยบายหนึ่ง ซึ่งมีคำถามว่า จะสามารถทำได้จริงหรือ.? นั่นคือ นโยบาย “ปลดชุมชนแออัดทำบ้านมั่นคง” โดย นายประชา กิจตรงศิริ ได้พูดถึง นโยบายดังกล่าวนี้ว่า นโยบายปลดชุมชนแออัดทำบ้านมั่นคง เป็นนโยบายที่สำคัญ พวกเราคงไม่เคยทราบว่า ในจังหวัดอุบลราชธานี โดยเฉพาะในเขตเทศบาลนครอุบลราชธานี นั้นมีชุมชนแออัดมากถึง 9 ชุมชน ส่วนใหญ่ชาวบ้านก็จะรุกล้ำที่สาธารณะ แล้วก็จะมีการต่อสู้เพื่อที่ให้ที่ดินเป็นของตัวเอง บ้างก็ต่อสู้ได้บ้างก็ไม่ได้ ส่วนใหญ่ก็อยู่กันไปโดยที่ไม่รู้ว่าจะถูกไล่ออกจากที่นั้นเมื่อไหร่ แล้วการก่อสร้างบ้านนั้นก็ไม่สามารถขออนุญาตก่อสร้างแบบมาตรฐานได้ พวกเขาจึงอยู่กันไปตามอัตภาพ อยู่เท่าที่ตัวเองพอจะซุกหัวนอนได้ ตลอดจนปัญหารายล้อมอีกมากมายที่เขาต้องพบเจอทุกๆวัน นโยบายนี้ จะช่วยลดความเป็นชุมชนแออัดที่อยู่ในพื้นที่ทั้งหมด พวกเราลองคิดดูนะครับว่าถ้าเราสามารถจัดพื้นที่ให้พวกเขาได้อยู่และมีพื้นที่เป็นของตัวเอง มีที่ดินเป็นของตัวเองเป็นกรรมสิทธิ์จะดีแค่ไหน ซึ่งผม นายประชา กิจตรงศิริ พบเห็นปัญหาเรื่องนี้มาพอสมควร แล้วก็ได้ทำโครงการบ้านมั่นคง ขึ้นโดยร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ซึ่งครั้งแรกผมเอง ก็ไม่เชื่อว่าจะสามารถสร้างบ้านให้กับคนในชุมชนแออัดได้ แต่พอเราได้ศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจัง ระยะเวลามาเกือบ 2 ปี ทำให้รู้ว่าเราสามารถทำได้จริง
นายประชา กล่าวต่ออีกว่า หลายๆ คนคงจะมีคำถาม ว่าจะเอาเงินที่ไหนมาสร้างบ้านให้กับชุมชนอาจเป็นหลังละเป็นแสนหลายแสนรวมทั้งค่าสาธารณูปโภค การทำบ้านมั่นคงตรงนี้ เราร่วมกับองค์กรต่างๆโดยยึดหลักการมีส่วนร่วมแล้วเราจะให้เทศบาลเป็นเจ้าภาพใหญ่ มาศึกษาและสร้างโครงการนี้แบบจริงจัง ร่วมกับองค์กรพัฒนาชุมชนเพื่อที่จะสร้างบ้านให้กับพวกเขาโดยมีระบบการเก็บออมแล้วมีเงินช่วยเหลือจากส่วนกลางเข้ามา ให้เทศบาลมาเป็นเจ้าภาพหลัก มาเป็นผู้ประสานงาน มาเป็นผู้ที่คอยให้การสนับสนุนในด้านต่างๆและให้ความมั่นใจกับองค์กรต่างๆที่จะเข้ามาพัฒนา สร้างบ้านให้กับพวกเขาด้วยความจริงใจ นโยบายบ้านมั่นคง บ้านของเขาไม่ได้เป็นแค่บ้านครับ แต่คือการสร้างครอบครัวที่อบอุ่น ลดชุมชนแออัด ลดปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชุมชนนี้ พวกเขาก็จะมีบ้านเป็นของตัวเอง มีชีวิตที่มั่นคง เป็นการเริ่มต้นที่ดี เริ่มต้นอนาคตใหม่ๆ เมืองของเราก็จะเป็นเมืองที่น่าอยู่ เป็นเมืองที่สดใสแล้วก็มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
นายประชา กิจตรงศิริ กล่าวในตอนท้ายว่า นี่คือหนึ่งนโยบาย ที่ศึกษาวิเคราะห์จากชุมชนจริงๆ ไม่ใช่นโยบายเกินจริงแต่อย่างใด แล้วเมืองอุบลฯของเรา ก็จะลดปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ สังคม ยาเสพติด อาชญากรรม ฯลฯ “เรามาร่วมสร้างเมืองอุบลฯของเรา มากกว่าที่เห็น และดีกว่าที่เป็น เพื่ออุบล ไม่ใช่เพื่อใคร ” วันที่ 28 มี.ค. 64 นี้ พี่น้องเข้าคูหาใช้สิทธิ์ เลือกนายก เทศมนตรีนครอุบลราชธานี เบอร์ 2 ประชา กิจตรงศิริ และเลือก สมาชิกสภาเทศบาลยกทีม เลือกเบอร์ 7-12 ทั้ง 4 เขต นะครับ เพื่อสนับสนุน ให้อุบลฯเป็นเมืองปลอดภัยทันสมัยน่าอยู่ นายประชา กล่าว.

กิตติภณ เรืองแสน / รายงาน.

Leave a Reply

%d bloggers like this: