ราชบุรี รู้แล้ว ดวงไฟประหลาดบนต้นโพธิ์เก่าแก่ อายุกว่า 100 ปี ที่แท้คือไฟเลเซอร์

ราชบุรี – รู้แล้ว! ดวงไฟประหลาดบนต้นโพธิ์เก่าแก่อายุกว่าร้อยปีที่แท้คือไฟเลเซอร์ จากกรณีมีชาวบ้าน หมู่ที่ 5 ต.คลองข่อย อ.โพธาราม พบเห็นดวงไฟประหลาด อยู่บริเวณต้นโพธิ์ใหญ่อายุเก่าแก่อายุกว่าร้อยปี จนเชื่อเป็นดวงจิตของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่อาศัยอยู่ภายในต้นโพธิ์ โดยต้นโพธิ์มีความกว้าง 5 คนโอบ มีความสูงประมาณ 18 เมตร แต่ช่วงที่พบเห็นดวงไฟประหลาด อยู่บริเวณกิ่งต้นโพธิ์ที่มีความสูงประมาณ 15 เมตร ซึ่งใต้ต้นโพธิ์จะมีโพรงขนาดใหญ่อยู่กลางต้น มีพระพุทธรูปปางสมาธิสีขาว 1 องค์ แจกัน และกระถางธูปเก่า วางไว้ที่บริเวณโพรงกลางลำต้น ซึ่งต้นโพธิ์ตั้งอยู่ด้านหลังศาลพ่อปู่ขุนแผน ภายในบริเวณบ้านร้างที่คนดูแลบ้านหลังดังกล่าว เกิดพลัดตกต้นมะพร้าวจนเสียชีวิต ทำให้บ้านหลังดังกล่าวกลายเป็นบ้านร้างมากว่า 1 ปี โดยดวงไฟดังกล่าว กระพริบเป็นแสงสีเขียว พุ่งกระจายอยู่บริเวณกิ่งต้นโพธิ์ บางครั้งดวงไฟเหมือนเคลื่อนที่ไปตามกิ่งไม้อย่างช้าๆ ขณะที่ชาวบ้านบางรายเชื่อ เป็นดวงจิตวิญญาณของคนดูแลบ้านที่เสียชีวิตไปแล้ว บางก็ว่าเป็นดวงจิตของพญานาค บางรายก็ว่าเป็นดวงจิตของกุมารที่เจ้าของบ้านเลี้ยงไว้ แต่ชาวบ้านบางรายเชื่อเป็นดวงไฟจากของเล่นเด็ก ซึ่งก็ไม่มีชาวบ้านคนไหนกล้าปีนขึ้นไปพิสูจน์ ว่าดวงไฟประหลาดเป็นดวงไฟอะไรกันแน่ เพราะต้นโพธิ์ดังกล่าวเป็นต้นโพธิ์ที่ชาวบ้านในพื้นที่ให้ความนับถือเป็นอย่างมาก

ล่าสุดของคืนวันที่ 2 ม.ค.64 ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยัง นายสืบพงศ์ ศรีวิกฤต คนรับจ้างตัดแต่งกิ่งต้นไม้ เพื่อว่าจ้างให้ปีนต้นโพธิ์ที่มีอายุกว่า 100 ปี ในการพิสูจน์หาความจริงว่าดวงไฟประหลาดนั้นคือดวงไฟอะไรกันแน่ เพื่อไขข้อสงสัยให้กับชาวบ้าน โดยนายสืบพงศ์ ก่อนปีนต้นโพธิ์ได้จุดธูป 9 ดอก เพื่อบอกกล่าว ศาลพ่อปู่ขุนแผน และขอขมาต้นโพธิ์ ตลอดจนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่บริเวณโดยรอบต้นโพธิ์ จากนั้นได้เริ่มปีนไปตามกิ่งต้นโพธิ์ ซึ่งใช้เวลาสิบกว่านาที ก็ถึงจุดที่พบดวงไฟประหลาดซึ่งมีความสูงประมาณ 15 เมตร เมื่อขึ้นไปถึง นายสืบพงศ์ ได้ตะโกนบอกทีมข่าวที่อยู่ข้างล่างว่า พบต้นตอของดวงไฟประหลาดแล้ว ที่แท้คือ "ไฟเลเซอร์ สีเขียว" ที่ยิงมาจากบ้านหลังหนึ่ง ข้ามฝังแม่น้ำแม่กลอง ในเขตพื้นที่ หมู่ที่ 3 ต.บางตะโหนด แล้วมากระทบตามใบและกิ่งของต้นโพธิ์ โดยนายสืบพงศ์ ได้ทำพิกัดให้กับทางทีมข่าวด้วย เพื่อที่ทีมข่าวจะได้ไปติดตามไปยังบ้านหลังดังกล่าวได้ นายสืบพงศ์ ได้ให้สัมภาษณ์หลังปีนลงมาจากต้นโพธิ์ว่า จากการปีนขึ้นไปสำรวจดวงไฟประหลาดบนต้นโพธิ์ พบว่าเป็นไฟเลเซอร์แสงสีเขียว ที่ถูกยิงมาจากบ้านหลังหนึ่ง ข้ามฝั่งแม่น้ำมากระทบใบและกิ่งของต้นโพธิ์ ทำให้ชาวบ้านเห็นเป็นดวงไฟสีเขียว ส่วนที่ดวงไฟเคลื่อนทีได้ เพราะบางครั้งใบและกิ่งของต้นโพธิ์ถูกแรงลม จึงทำให้ดวงไฟเหมือนขยับได้ ซึ่งระหว่างที่ตนอยู่บนต้นโพธิ์ ไม่พบหรือสัมผัสได้ถึงสิ่งลี้ลับ ซึ่งตนยืนยันได้ว่าดวงไฟประหลาดที่ชาวบ้านเห็นไม่มีจริง เป็นเพียงไฟเลเซอร์เท่านั้น จึงอยากให้ชาวบ้านเข้าใจและสบายใจได้ว่า ไม่มีสิ่งลี้ลับอะไรบนต้นโพธิ์ แต่ตนเชื่อว่าต้นโพธิ์มีความศักดิ์สิทธิ์จริง และไม่คิดจะลบลู่ เพียงแค่อยากหาคำตอบให้กับชาวบ้าน ขณะเดียวกันทีมข่าวได้เดินทางไปยังบ้านหลังหนึ่งที่อยู่คนละฟากฝั่งแม่น้ำแม่กลอง ในพื้นที่ หมู่ที่ 3 ต.บางตะโหนด ตามที่นายสืบพงศ์ ได้ทำพิกัดไว้ให้ จนพบบ้านหลังดังกล่าว โดยบริเวณหน้าบ้านหลังดังกล่าวได้ติดตั้งไฟราวกระพริบ และไฟเลเซอร์ ขนาดเล็ก ที่ใช้ติดตามเวที โดยบริเวณโดยรอบหน้าบ้าน พบแสงสีเขียวตามบริเวณต้นไม้เต็มไปหมด เนื่องจากไฟเลเซอร์ที่ติดตั้งไว้หน้าบ้าน ได้พุ่งออกมากระทบต้นไม้ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงทั่วไปหมด ซึ่งทางทีมข่าวได้พยายามติดต่อเจ้าของบ้าน เพื่อขอสอบถามข้อมูล แต่เนื่องจากเป็นเวลาเที่ยงคืนกว่าแล้ว จึงไม่สามารถติดต่อได้ จนช่วงสายของวันนี้(3ม.ค.) ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปที่บ้านหลังดังกล่าวอีกครั้ง จนได้พบ นาวาอากาศโท วุฒิ พิมพ์สุภาพ อายุ 77 ปี เจ้าของบ้าน ชาวต.บางตะโหนด อ.โพธาราม จ.ราชบุรี โดยให้ข้อมูลว่า ได้ติดตั้งไฟเลเซอร์มากว่าสี่ปีแล้ว เหตุที่ติดตั้งไฟเลเซอร์ ไว้ที่บริเวณหน้าบ้านเพราะตนชื่นชมไฟเลเซอร์ สมัยวัยรุ่นที่ชอบเที่ยวเธคและผับ แต่ที่นำมาติดตั้งไว้ที่บ้าน เพราะเนื่องจากที่บ้านถูกขโมยขึ้นบ้าน ขโมยข้าวของไปหลายครั้ง เวลาไม่มีคนอยู่บ้าน แต่ไม่ได้มีเจนตาแกล้งให้ชาวบ้านตกใจกลัว หรือสร้างสถานการณ์ ซึ่งหลังจากนี้ตนก็จะนำไฟเลเซอร์ออกจากบริเวณนั้น และติดตั้งในที่ใหม่เพื่อไม่ให้ก่อเหตุการณ์ขึ้นอีก และขอให้ชาวบ้านอย่าหลงเชื่ออะไรที่ยังหาข้อพิสูจน์ไม่ได้ ซึ่งตนอยากขอโทษชาวบ้านด้วย ที่ไฟเลเซอร์ที่ได้ติดตั้งไว้ ได้ทำให้ชาวบ้านหวาดกลัวและเข้าใจผิด สำหรับไฟเลเซอร์ ขนาดเล็ก หรือที่คนทั่วไปเรียกว่า ไฟดิสโก้ ไฟปาร์ตี้ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ตกแต่งตามสถานบันเทิง เช่น ตามเธค ตามผับ ตามเวทีคอนเสิร์ต และตามเวทีจัดเลี้ยงงานสังสรรค์ สามารถกระพริบเปลี่ยนสีไฟได้ตามจังหวะเสียงเพลง แต่ถ้าไม่มีเสียงเพลงจะกระพริบอย่าช้าๆ ซึ่งสามารถฉายแสงรังสีเป็นเส้นไฟสีเขียว สีแดง ได้ใกล้กว่า 1 ร้อยเมตร มีราคาตั้งแต่สองร้อยกว่าบาทไปจนถึงหลักพันบาท เมื่อกระทบกับวัตถุจะเกิดเป็นจุดดวงไฟตามสีที่ฉายแสงรังสีออกมา

สุจินต์ นฤภัน(เต้) จ.ราชบุรี

Leave a Reply

%d bloggers like this: