ราชบุรี หมูเเพงเพราะอะไร ทำไมกระทบทั้งผู้ผลิตจนถึงประชาชนผู้บริโภค

ราชบุรี – หมูแพง! เพราะอะไร ทำไมกระทบทั้งผู้ผลิตจนถึงประชาชนผู้บริโภค เมื่อวันที่ 5 ม.ค. 64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์เนื้อหมูราคาแพง และเนื้อหมูขาดตลาดตั้งแต่ช่วงเดือน ธ.ค.64 ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน ทำให้ร้านค้าร้านอาหาร ต่างขอปรับราคาอาหารที่มีเนื้อหมูเป็นส่วนประกอบประมาณ 5-15 บาท ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เนื้อหมูราคาปรับสูงขึ้นมาจาก 2 เหตุผลได้แก่ 1. ผู้เลี้ยงสุกรแบกภาระต้นทุนด้านการเลี้ยงไม่ไหวจึงตัดสินใจปล่อยฟาร์มร้าง ทำให้หมูขาดตลาด และ 2. ผู้เลี้ยงสุกรต้องใช้เงินลงทุนในระบบป้องกันโรค หรือ Biosecurity สูงมาก ทำให้มีต้นทุนส่วนนี้เพิ่มถึงตัวละ 500 บาท จากการสำรวจราคาเนื้อหมูหน้าแผง ในตลาดค้าส่งขนาดใหญ่ในจังหวัดราชบุรี พบว่า หมูสามชั้นกิโลกรัมละ 240 บาท สะโพกหมูกิโลกรัมละ 175 บาท สันคอหมูกิโลกรัมละ 185 บาท สันนอกหมูกิโลกรัมละ 185 บาท ซี่โครงกิโลกรัมละ 160 บาท ซี่โครงอ่อนกิโลกรัมละ 200 บาท และกระดูกใบพายกิโลกรัมละ 190 บาท นายพงศ์พันธุ์ ประทักษ์การ หรือ เฮียบิ๊ก เจ้าของเขียงหมูสดในตลาดทรัพย์สินจ.ราชบุรี เปิดเผยว่า จากราคาหมูที่แพงขึ้นตอนนี้ ตนรู้สึกสงสารลูกค้ามาก ต้องซื้อหมูใราคาที่สูง เพื่อนำไปประกอบอาหารขาย ผลกระทบโดนทุกคนทั้งผู้ขาย พ่อค้าคนกลาง ผู้ซื้อ ซึ่งราคาหมูหน้าฟาร์มอยู่ที่ 110 บาท และราคาขายปลีกเนื้อหมูที่แพงที่สุดตอนนี้คือ หมูสามชั้น อยูที่โลละ 240 บาท และลูกค้าที่มาซื้อบ่นทุกคนว่าราคาแพงขึ้นมาก ไม่เคยเจอแพงแบบนี้มาก่อน ลูกค้าบางรายต้องยอมตัดเมนูหมูทิ้ง เช่นข้าวหมูกรอบ เพราะสู้ต้นทุนไม่ไหว อยากให้ทางรัฐบาลแก้ปัญหาที่จริงจังทั้งระบบอย่าแก้ที่ปลายทาง เพราะฟาร์มผู้เลี้ยงสุกรเกิดปัญหาจนผลผลิตหมูเป็นลดน้อยลง ทำให้ไม่เพียงพอต่อความต้องการราคาจึงสูงขึ้น และคาดว่าปัญหาราคาหมูแพงคงยาวไปถึงตรุษจีนแน่นอน https://drive.google.com/file/d/17R4a15uUiceObcYk2xLyFCmvgVTWn5ML/view

ด้าน นางสุพรรณี ศรีสุข ลูกค้าหมูเปิดใจว่า เกิดมาไม่เคยเจอราคาหมูที่แพงแบบนี้มาก่อน เธอต้องใช้หมูเป็นวัตถุดิบหลัก ซึ่งมีผลกระทบแน่นอน เธอต้องยอมตัดใจขึ้นราคาขายเพิ่มอีก 5 บาท เพราะรับต้นทุนไม่ไหวจริงๆ แม้ว่าจะขายยากขึ้นก็ต้องยอม ส่วนร้านข้าวหมูแดงฮั้งซ้งสาขา 2 ร้านข้าวหมูแดงเก่าแก่จ.ราชบุรี ตั้งอยู่ถ.อัมรินทร์ อ.เมืองราชบุรี ต้องยอมตัดเมนูข้าวหมูกรอบออก เพราะแบกรับต้นทุนไม่ไหว ราคาหมูสามชั้นที่ราคาพุ่งสูงมากอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของการทำหมูกรอบ ทำให้การขายข้าวหมูกรอบไม่คุ้มทุน เพราะถ้าจะขึ้นราคาเป็นจานละ 50-60 บาท คงไม่มีลูกค้าซื้อกินแน่นอน ซึ่งทางร้านเปิดขายมากว่า 40 ปี ไม่เคยเจอราคาหมูที่แพงแบบนี้มาก่อน จึงอยากวอนให้ทางภาครัฐแก้ปัญหาอย่างจริงจัง และให้ถูกจุด ด้าน นายปรีชา โพธิกิตติ เจ้าของร้านง่วนหลีเฮง ขายอาหารสัตว์อ.โพธารามจ.ราชบุรี เปิดเผยว่า ราคาหมูแพงไม่น่าจะเกี่ยวกับราคาอาหารสัตว์ เพราะอาหารสัตว์มีการปรับราคาทุกๆปีอยู่แล้ว ราคาอาหารหมูจากราคา 450 บาทขึ้นมาอีก 50 บาท ส่วนอาหารหมูเนื้ออ่อนจากเดิม 640 เพิ่มขึ้นมาอีก 80 บาท อยากให้ภาครัฐแก้ไขปัญหาให้ตรงจุดและหาสาเหตุที่แท้จริง เพื่อช่วยทุกภาคส่วนให้รอดพ้นวิกฤติหมูแพงไปให้ได้ ขณะที่ นายสัตวแพทย์บุรินทร์ สรสิทธิ์สุขสกุล ปศุสัตว์จ.ราชบุรี เปิดเผยว่า จากตัวเลขที่สำรวจผ่านระบบอี สมาร์ท พลัส ของกรมปศุสัตว์เมื่อต้นปีที่แล้ว ซึ่งสำรวจปีละ 2 รอบ จ.ราชบุรี แม่พันธุ์ที่ราชบุรีประมาณ 2 แสนตัวเศษ เกษตรกรผู้เลี้ยง 24,000 ราย ถือเป็นจำนวนที่เลี้ยงหมูมากที่สุดในประเทศ ส่วนที่ราคาหมูแพง จากการสำรวจเพราะปัญหาโรคระบาด ทั้งโรคเพิร์ส PRRS ที่ทำให้เกิดความเสียหายฝูงแม่พันธุ์และฝูงหมูขุน รวมถึงโรคที่มีการระบาดปละปลาย อย่างโรคระบบทางเดินอาหารที่ทำให้ลูกหมูมีความเสียหาย จะมีการวนเวียนประมาณ 4 ปี จะเกิดการระบาดรอบหนึ่งและมาตรงกันพอดีทำให้ความเสียหายค่อนข้างเยอะ ซึ่งขณะหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งปศุสัตว์ พาณิชย์ ผู้ประกอบการอาหารสัตว์ และฟาร์มหมู พ่อค้าคนกลาง ร่วมประชุมหาแนวทางการแก้ปัญหา จึงขอให้รอการแถลงของกระทรวงพร้อมกันทั่วประเทศในช่วงบ่าย เพื่อจะได้คำตอบที่ถูกต้องและสอดคล้องเหมือนกัน น.ส.ศรีสุนันท์ เดชบุตร เกษตรกรเลี้ยงสุกรรายย่อยอ.ปากท่อ เปิดเผยว่า ตนเลี้ยงสุกรแม่พันธุ์ประมาณ 40 ตัว และสุกรขุนเนื้อไว้ขายประมาณ 300 ตัว ตอนนี้เหลือแต่คอกเปล่าๆ เพราะสุกรตายหมด สาเหตุที่หมูแพง เพราะเกษตรกรไม่มีหมูส่งขาย หมูตายยกคอกเพราะโรคระบาด ทางกลุ่มผู้เลี้ยงสุกรรายย่อย เราไม่รู้เลยว่ามีโรคระบาดหรือโรคที่เกี่ยวกับหมู จึงไม่มีการป้องกันใดๆทั้งสิ้น มารู้อีกทีคือหมูตายยกคอกแล้ว และห้ามเคลื่อนย้ายสัตว์ออกนอกพื้นที่แล้ว เพื่อนเกษตรกรบางคนต้องรื้อคอกแล้วนำสุกรที่ตายฝังกลบใต้คอก ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังไม่มีหน่วยงานไหนลงมาตรวจหรือพิสูจน์ว่าหมูตายด้วยสาเหตุอะไร ด้าน นายนิพัฒน์ เนื้อนิ่ม นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรจ.ราชบุรี เปิดเผยว่า ต้นตอของราคาหมูที่แพงคือ ราคาต้นทุนวัตถุดิบเช่น ข้าวโพด ปลายข้าว ที่เพิ่มสูงขึ้นมา 30-40% และปัญหาโรคระบาดซึ่งมีมาตั้งแต่ปี62แล้ว ทางสมาคมและกลุ่มผู้เลี้ยงได้นำเงินของสมาคมมาแก้ปัญหานี้มาตลอด แต่มาช่วงหลังการระบาดหนักขึ้นจนทางสมาคมไม่มีเงินเพียงพอที่จะสนับสนุนจุดนี้ได้แล้ว และทางภาครัฐก็ไม่มีเงินเพียงพอที่จะช่วยสนับสนุน จึงทำให้หมูหายไปจากวงจร จากเดิม21ล้านตัว เหลือเพียง 12 ล้านตัว การผลิตไม่เพียงพอกับความต้องการราคาหมูจึงแพงขึ้น ส่วนแนวทางแก้ไขปัญหา การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าอาจจะรณรงค์ให้ผู้บริโภคหันมาบริโภคไก่หรือปลาแทน ซึ่งเป็นโปรตีนเหมือนกับหมู และการแก้ปัญหาระยะยาวอาจจะหานักวิชาการมาช่วยกันพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคระบาด และถ้าต้องมีการนำเข้าเนื้อหมูจริงๆ ทางสมาคมได้เสนอทางภาครัฐ ให้ทางพิกบอร์ด สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ เข้าไปบริหารจัดการเอง เนื่องด้วยเรามีความพร้อมทั้งคณะกรรมการ ประสบการณ์และความรู้เชี่ยวชาญในการการบริหารจัดการ ว่าประชาชนประเทศต้องการบริโภคเนื้อหมูในแต่ละวันเท่าไหร่ เพื่อที่จะนำความรู้และเงินส่วนต่างจากการนำเข้าเนื้อหมูไปช่วยกลุ่มเกษตรรายย่อยต่างๆ ที่ได้รับความเดือดร้อนต่อไป https://drive.google.com/file/d/17R4a15uUiceObcYk2xLyFCmvgVTWn5ML/view

สุจินต์ นฤภัย(เต้) จ.ราชบุรี

Leave a Reply

%d bloggers like this: