สระบุรี ชายวัย 60 ปี พักเที่ยงเข้าบ้าน เจองูสู้กับหมานึกว่างูเห่า โร่แจ้งกู้ภัยช่วย

สระบุรี – ชายวัย 60 ปี พักเที่ยงเข้าบ้าน เจองูสู้กับหมา นึกว่างูเห่า โร่แจ้งกู้ภัยช่วย
วันที่ 4 พ.ค.65 เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือจาก นาย สุนทร สุขอล่ำ อายุ 60 ปี ว่ามี งูเห่ากำลังสู้กับหมา อยู่ภายในบ้าน อยากให้มาช่วยจับให้หน่อย กลัวว่างูจะกัดหรือฉกหมาตาย ที่ บ้านเลขที่ 52 ม.4 ต.ปากข้าวสาร อ.เมือง จ.สระบุรี. เจ้าหน้าที่กู้ภัย พร้อมอุปกรณ์การจับงู จึงได้รีบเดินทางไปช่วยเหลือประชาชนที่บ้านหลังดังกล่าว
เมื่อไปถึง เป็นบ้านไม้ชั้นเดียว พบ นาย สุนทร (เจ้าของบ้าน) ได้พาเจ้าหน้าที่กู้ภัยไปดูภายในบ้าน ซึ่งขณะนี้งูได้เลื้อยหนีหมาเข้าไปอยู่ในเครื่องซักผ้าแล้ว อยากจะให้ช่วยเอางูออกจากเครื่องซักผ้าให้หน่อย เพราะต้องใช้ซักผ้า และยังมีหนูอีก 1 ตัว ที่อยู่ในเครื่องซักผ้าด้วย ตอนแรกงูน่าจะไล่หนูมา และมาเจอกับหมาจึงได้เกิดการต่อสู้กัน งูสู้ไม่ได้จึงได้เลื้อยหนีเข้าไปซ่อนตัวอยู่ในเครื่องซักผ้า ในขณะเดียวกันหนูก็ได้เข้าไปหลบซ่อนงูอยู่ในเครื่องซักผ้าเช่นกัน

เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการยกเครื่องซักผ้าออกมาข้างนอก เนื่องจากข้างในเป็นที่คับแคบ และได้ทำการตรวจสอบ พบ งูหลบตามซอกในเครื่องซักผ้า แต่นำตัวออกมาไม่ได้ ต้องใช้มือเคาะก็แล้ว แต่ก็ไม่ยอมเลื้อยออกมา ต้องทำการลื้อเครื่องซักผ้า แต่ไม่มีเครื่องมือ จึงได้แง้มฝาบางส่วน ตรงที่งูอยู่ แล้วใช้สเปย์กันยุงฉีดเข้าไปตรงที่งูขดตัวอยู่ พองูได้กลิ่นเหม็น จึงได้เลื้อยลงมาอยู่ด้านล่างของเครื่องซักผ้า พอเจ้าหน้าที่เห็น ได้ใช้ไม้ตะขอเหล็ก จะไปกดตัวงูเพื่อจะเอามือไปจับ แต่งูได้พยายามเลื้อยหนี และฉกสู้เจ้าหน้าที่ จังหวะนั้นเอง เจ้าหน้าที่สบโอกาส ได้ใช้ไม้ตะขอเหล็กกดไปที่คองู แล้วจึงได้สวมถุงมือ เอื้อมเข้าไปจับงูได้เป็นผลสำเร็จ ได้นำงูออกมา ปรากฏว่า เป็นงูสิงห์หางลาย ยาวประมาณ 2 เมตร ใหญ่พอสมควร ไม่ใช่งูเห่าอย่างที่เจ้าของบ้านแจ้งเลย จากนั้นจึงได้นำงูใส่ถุงเพื่อจะนำไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติต่อไป ขณะเดียวกันเจ้าของบ้านยังขอร้อง ให้ช่วยจับหนูออกจากเครื่องซักผ้าให้ด้วย เนื่องจากต้องใช้ซักผ้า เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการใช้มือเคาะเครื่องซักผ้า เพื่อให้หนูหนีออกมาเอง แต่หนูได้วิ่งวนอยู่ในเครื่องซักผ้า มองเห็นตัวบ้าง ไม่เห็นตัวบ้าง แล้วจึงได้ใช้น้ำฉีดไล่ จนหนูได้วิ่งออกมาเอง โดยที่เจ้าหน้าที่ไม่เห็นหนู ไปเห็นอีกทีตอนที่วิ่งเข้าไปอยู่ในป่าหญ้าแล้ว เป็นอันว่าเสร็จพิธีการจับงูและหนู
นาย สมเกียรติ ขุนแสน (เจ้าหน้าที่กู้ภัย) เผยว่า งูตัวนี้เป็นงูสิงห์หางลาย ตอนที่รับแจ้งเขาบอกว่าเป็นงูเห่าอยู่ในเครื่องซักผ้า แต่พอมาถึงกลับกลายเป็นงูสิงห์หางลาย ไม่ใช่งูเห่าอย่างที่ประชาชนแจ้งมา ซึ่งส่วนมากประชาชนจะเข้าใจผิดว่าเป็นงูจงอางเสมอเพราะตัวมันเป็นลายป้องๆเหมือนกัน จริงๆแล้วงูจงอางจะลายชัดกว่าและขนาดใหญ่กว่านี้ มันจะมีพิษและสู้คนมากกว่า แต่ถ้าเป็นงูสิงห์หางลายจะหนีอย่างเดียว ไม่มีพิษ แต่กัดเจ็บมาก เวลาโดนกัดก็รักษาแผลธรรมดา ซึ่งงูชนิดนี้จะไวเมื่อหลบหนี ไม่ค่อยสู้คน แต่จะฉกป้องกันตัว เพื่อที่จะหลบหลีกหนี ซึ่งเป็นสัญชาตญาณของสัตว์ป่า งูตัวนี้ยาวประมาณร่วม 2 เมตร

ทางด้าน นาย สุนทร สุขอล่ำ เล่าว่า ตนกลับจากทำงาน เอารถเข้าจอดและเปิดประตูบ้าน หมาได้เดินเข้าไปก่อนและส่งเสียงเห่า ตนคิดว่าหมาออกนอกบ้าน จึงได้เดินตามหาหมา ก็เห็นงูกำลังสู้กับหมา ตนจึงได้เข้าไปช่วยใช้ไม้ไล่งู สักพักงูได้เลื้อยเข้าไปอยู่ในเครื่องซักผ้า จึงได้รีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยให้มาช่วยจับ ซึ่งตนก็กลัวงูกัด และก็กลัวว่างูจะกัดหมาตายด้วย ตอนแรกคิดว่าเป็นงูเห่า เพราะมันขู่ฟู่ฟู่ เมื่อก่อนตนไม่ค่อยกลัวงู แต่ตอนนี้กลัว เพราะไม่ได้อยู่บ้านนอกแล้ว


สัมฯ นาย สมเกียรติ ขุนแสน (เจ้าหน้าที่กู้ภัย)
สัมฯ นาย สุนทร สุขอล่ำ (เจ้าของบ้าน)
สมภพ พิมมะศร

Leave a Reply

%d bloggers like this: