ทลายแกงค์ล้วงกระเป๋า ชาวฟิลิปปินส์

ทลายแกงค์ล้วงกระเป๋า ชาวฟิลิปปินส์
ตามนโยบายของรัฐบาล ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติกวดขันจับกุมกลุ่มชาวต่างชาติที่เข้ามาในประเทศโดยแฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยว เพื่อเข้ามาก่ออาชญากรรมข้ามชาติและอาชญากรรมที่กระทบกับความมั่นคงส่งผลต่อภาพลักษณ์และการท่องเที่ยวของประเทศไทย นั้น
สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงได้สนองนโยบายรัฐบาล กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว โดย พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท., พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท.1, พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบก.ทท.2 , พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ., พ.ต.อ.ศารุติ แขวงโสภา รอง ผบก.ทท.1 , พ.ต.อ.เกื้อกมล ดวงประทีป ผกก.1 บก.ทท.1 , พ.ต.อ.อัครวุฒิ ธานีรัตน์ ผกก.สน.ลุมพินี ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวทุกสถานีปฏิบัติการออกระดมกวาดล้างอาชญากรรม โดยบูรณาการร่วมหน่วยงานต่างๆ
วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวสังกัด กก.1 บก.ทท.1 ร่วมกับ สน.ลุมพินี และเจ้าหน้าที่รถไฟฟ้าบีทีเอส จับกุมผู้ต้องหาแกงค์ล้วงกระเป๋า ชาวฟิลิปปินส์ จำนวน 3 คน คือ

1. MR. LABRADOR JACOB ERNIE อายุ 44 ปี สัญชาติฟิลิปปินส์ หนังสือเดินทาง P7307453A
2. MRS. TADEO SACLAPUZ LEOVIE อายุ 42 ปี สัญชาติฟิลิปปินส์ หนังสือเดินทาง EC0767178
3. MRS. LACERNA BACENA CAROL อายุ 41 ปี สัญชาติฟิลิปปินส์ หนังสือเดินทาง EC0705727
พร้อมของกลาง
1.กระเป๋าสตางค์ยี่ห้อ แฮร์เมส จำนวน 1 ใบ (มูลค่า 600,000 บาท)
2.เงินสกุลต่างๆ เช่น 14,500 บาท , 525 ดอลล่าห์ (17,560 บาท) , 15,920 เปโซ (9,960 บาท)
3.เสื้อผ้าที่ใช้ในการก่อเหตุ (ตามภาพวงจรปิด)
โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน หรือรับของโจรฯ”
ซึ่งก่อเหตุล้วงกระเป๋าจากผู้เสียหายเมื่อวันที่ 17 ก.ค.61 บริเวณสถานีรถไฟฟ้าชิดลม ได้ทรัพย์สินเป็นกระเป๋าสตางค์ยี่ห้อแฮร์เมส มูลค่ากว่า 600,000 บาท , บัตรเครดิต 5 ใบ , เงินสดมูลค่าประมาณ 10,000 บาท และเอกสารส่วนตัว เจ้าหน้าที่ผู้จับกุมจึงร่วมกันติดตามเรื่อยมาจนกระทั่งสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุดังกล่าวได้บริเวณสถานีรถไฟฟ้าสยาม
จากการสอบถามผู้ก่อเหตุให้การว่า มักจะเลือกก่อเหตุล้วงกระเป๋าตามแหล่งท่องเที่ยวที่มีคนพลุกพล่าน เช่น ห้างสรรพสินค้า และตามสถานีรถไฟฟ้า โดยเลือกเป้าหมายเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย เนื่องจากมักไม่ค่อยแจ้งความดำเนินคดีกับก่อเหตุ

Leave a Reply

%d bloggers like this: