เหยื่อสาวโร่ร้องขอความช่วยเหลือ “ทนายคลายทุกข์” หลังถูกอดีตแฟนหนุ่มคนเดียวกันไล่ประจาน-ข่มขู่ขอมีเพศสัมพันธ์ ก่อนถูกอัดคลิปสยิวซ้ำหลายรอบประจานกลางเฟสบุ๊ก 

เหยื่อสาวโร่ร้องขอความช่วยเหลือ “ทนายคลายทุกข์” หลังถูกอดีตแฟนหนุ่มคนเดียวกันไล่ประจาน-ข่มขู่ขอมีเพศสัมพันธ์ ก่อนถูกอัดคลิปสยิวซ้ำหลายรอบประจานกลางเฟสบุ๊ก
เวลา 15.00 น. วันที่ 29 ก.ค. 65 ที่สำนักงานทนายคลายทุกข์ รามอินทราหญิงสาวผู้เสียหาย 2 ราย จากเหยื่อทั้งหมด 6 ราย เดินทางเข้าร้องขอความช่วยเหลือต่อ ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ที่ สำนักงานทนายคลายทุกข์ หลังถูก นายประโยชน์ คำภีระปรางค์ อายุ 50 ปี อดีตผู้ต้องหาตามหมายจับอาญาที่ 932/2550 ลงวันที่ 16 มี.ค.2550 ข้อหาเป็นธุระจัดหาพาไปเพื่อการอนาจาร ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการ ทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชื่อเสียง หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และเผยแพร่ภาพลามกอนาจาร แบถ่ายคลิปแบล็คเมล์ข่มขู่ขอมีเพศสัมพันธ์ก่อนนำไปเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดีย รวมทั้งมีพฤติกรรมตามคุกคามรังควานในโซเชียลมีเดีย ครอบครัวและคนใกล้ชิดของผู้เสียหาย โดยอ้างว่าหากผู้เสียหายยินยอมมาพบอีกครั้ง จะเลิกการกระทำดังกล่าว แต่ในทุกครั้งที่ผ่านมาที่ผู้เสียหายจำยอมไปพบ กลับไม่ได้รับการปฏิบัติตามที่ผู้ต้องหาบอกแต่อย่างใด และยังคงมีการแอบอัดคลิปวิดีโอขณะมีเพศสัมพันธ์เพื่อแบล็คเมล์ใช้กดดันผู้เสียหายให้มาพบในครั้งต่อไป

นางสาวเอ (นามสมมุติ) อายุ 41 ปี หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า รู้จักกับ นายประโยชน์ (อดีตผู้ต้องหา) ผ่านทางเฟสบุ๊กและได้ต้องลงคบหาดูใจกันเมื่อช่วงต้นปี 2565 ภายหลังคบหาดูใจกันได้ประมาณ 3 เดือน ก็ได้เลิกลากันไป แต่ นายประโยชน์ มีพฤติการณ์สร้างบัญชีเฟสบุ๊คอวตาร์ขึ้นมา เพื่อประจานข่มขู่ตนให้กลับมามีเพศสัมพันธ์อีกครั้ง หากไม่ทำตาม คลิปวิดีโอจะถูกเผยแพร่ไปยังคนรอบข้างทำให้ตนอับอายขายหน้า และไม่สามารถประกอบอาชีพได้อย่างปกติ จึงต้องจำยอมไปพบ นายประโยชน์ เพื่อมีเพศสัมพันธ์เรื่องจะได้จบ โดยนัดกันที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านดอนเมือง แต่เมื่อมีเพศสัมพันธ์แล้ว นายประโยชน์ ไม่ได้ทำตามที่บอกกล่าวไว้ และยังคงมีพฤติกรรมแบล็กเมล์อัดคลิปวิดีโอระหว่างมีเพศสัมพันธ์เช่นเดิม และยังนำไปประจานถึงบ้านแม่ของตนที่ป่วยเป็นโรคมะเร็ง พักรักษาตัวอยู่ที่จังหวัดอยุธยา และเมื่อแม่ของตนทราบเรื่องดังกล่าว ก็รับไม่ได้ จนต้องย้ายหนีไปพักอาศัยที่อื่นแทน เพราะเกรงว่า นายประโยชน์ จะตามไปรังควานอีก

ด้าน นางสาวบี (นามสมมติ) อายุ 34 ปี หนึ่งในผู้เสียหาย กล่าวว่า ตนรู้จักกับนายประโยชน์ อดีตผู้ต้องหา เนื่องจากเห็นว่าน้องชายของ นายประโยชน์ ทำงานอยู่ที่บริษัทเดียวกันกับตน ตนจึงเกิดความไว้ใจและได้มีการคบหาดูใจกันเมื่อปลายปี 2561 ต่อมาตนและ นายประโยชน์ ได้ทะเลาะกันในเรื่องชู้สาว จึงได้เลิกรากันไปในช่วงเดือนเมษายน 2562 จนกระทั่ง นายประโยชน์ ได้คร็อปภาพบางส่วนจากคลิปวิดีโอขณะที่มีเพศสัมพันธ์กับตน ส่งมาให้ตนทางไลน์และข่มขู่ขอมีเพศสัมพันธ์อีกครั้ง เพื่อรำลึกถึงความหลัง หากไม่ทำตามก็จะถูกประจาน นอกจากนี้ยังมีพฤติกรรมพยายามเผยแพร่คลิปวิดีโอดังกล่าวกับคนรอบข้าง รวมไปถึงพ่อเลี้ยงของตนอีกด้วย จึงตัดสินใจจำยอมทำตามคำบอกกล่าวของ นายประโยชน์ โดยการไปพบและมีเพศสัมพันธ์ด้วย เพราะเชื่อว่าเรื่องราวจะยุติลง แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้น นายประโยชน์ ยังคงแอบอัดคลิปวิดีโอเพื่อใช้แสวงหาประโยชน์ข่มขู่ตนในครั้งถัดไป รวมแล้วประมาณ 5-6 ครั้ง ตนจึงตัดสินใจไปแจ้งความที่ สน.ดอนเมือง เมื่อวันที่ 22 พ.ค.62 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกนายประโยชน์มาสอบปากคำเมื่อวันที่ 25 มิ.ย.62 พร้อมเจรจาว่าให้นายประโยชน์ลบคลิปวิดีโอดังกล่าวออกจากเฟสบุ๊กทั้งหมด และให้จ่ายเงินค่าเสียหายจำนวน 120,000 บาท และให้ นายประโยชน์ เซ็นชื่อรับทราบข้อหาว่าได้มีการนำคลิปวิดีโอไปเผยแพร่จริง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ทำตามเงื่อนไข แต่ตนเห็นว่าเรื่องเงียบไปแล้ว จึงไม่ได้ติดใจเอาความแต่อย่างใด กระทั่งวันที่ 9 ก.ค.65 นายประโยชน์ ได้ส่งคลิปวิดีโอที่เคยมีเพศสัมพันธ์กับตนมาข่มขู่อีกครั้ง ทั้งๆที่เวลาผ่านมา 3 ปีแล้ว ตนรู้สึกว่ายังถูกคุกคามอยู่ ยังถูกตามรังควาน จึงเดินทางไปแจ้งความที่ สน.ดอนเมือง อีกครั้งเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา แต่คดีไม่คืบหน้าจึงตัดสินใจเดินทางมาร้องทุกข์กับทนายเดชา

นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวยังได้ขอให้นางสาวเอ เหยื่อสาวโทรศัพท์ติดต่อไปที่เบอร์ของนายประโยชน์ อดีตผู้ต้องหา เพื่อพูดคุยสอบถามถึงสาเหตุที่กระทำการอัปโหลดภาพนิ่ง ภาพสยิวต่างๆลงในอัลบั้มที่สร้างไว้ในบัญชีเฟสบุ๊กของนายประโยชน์เอง โดยถูกตั้งค่าให้เห็นเป็นสาธารณะ เพื่อทำการประจานข่มขู่ และยังถามว่าหากจะยุติเรื่องราวดังกล่าว ยุติการคุกคามรังควาน จะต้องทำอย่างไร โดยระหว่างบทสนทนา นายประโยชน์ได้ใช้น้ำเสียงหนักแน่นและไม่เกรงกลัวต่อความผิดทางกฎหมายและการกระทำใดๆของตนเอง โดยอ้างว่าตัวเองมีแบ็คใหญ่คอยช่วยเหลือทางด้านคดี ด้วยการระบุให้ผู้เสียหายเดินทางไปพบกับนายประโยชน์และกลับไปมีเพศสัมพันธ์ด้วยกันอีกครั้ง พร้อมยืนยันว่าจะไม่มีการอัดคลิปวิดีโอใดๆและเรื่องดังกล่าวจะยุติแน่นอน หากไม่ยอมทำตาม และข่มขู่ว่าถ้าไปแจ้งดำเนินคดี ทั้งสองฝ่ายจะต้องพินาศกันไปทั้งคู่

ขณะที่ ทนายเดชา กล่าวว่า พฤติกรรมของนายประโยชน์ จากการตรวจสอบประวัติพบว่าเคยต้องโทษทางคดี หมายจับอาญาที่ 932/2550 ลงวันที่ 16 มี.ค. ข้อหาเป็นธุระจัดหาพาไปเพื่อการอนาจาร ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการ ทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชื่อเสียง หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และเผยแพร่ภาพลามกอนาจาร โดยมีพฤติการณ์เข้าหาเหยื่อหญิงสาวด้วยการโปรโมตว่ามีอาชีพเป็นข้าราชการ และเป็นวิศวกร มีฐานะการเงินดี และเมื่อได้มีการคบหา ขณะที่มีเพศสัมพันธ์นั้น ก็จะทำการแบล็กเมล์ถ่ายคลิปวิดีโอไว้ข่มขู่ขอมีเพศสัมพันธ์ในภายหลัง โดยจะวนเหยื่อรายอื่นๆไปเรื่อยๆ ผลัดกันวนเวียน หากเหยื่อคนไหนไม่ยอม ก็จะไปข่มขู่เหยื่อรายอื่นแทน ด้วยการประจานในบัญชีเฟสบุ๊กของนายประโยชน์ โดยการสร้างอัลบั้มภาพและตั้งค่าเป็นสาธารณะ เพื่อให้คนอื่นๆเห็น ซึ่งจะมีภาพนิ่งขณะมีเพศสัมพันธ์กับเหยื่อสาวรายนั้นๆ เมื่อข่มขู่สำเร็จก็จะทำการนัดหมายเหยื่อให้ไปพบที่โรงแรมย่านดอนเมือง โดยนายประโยชน์จะนั่งเครื่องบินมาจากจังหวัดเชียงใหม่แล้วลงเครื่องที่สนามบินดอนเมือง ทั้งนี้ หากย้อนไปตั้งแต่ปี 2550 จนถึงปัจจุบัน มีเหยื่อสาวรวมแล้วจำนวน 6 ราย หลังจากนี้จะรวบรวม เหยื่อของนายประโยชน์ทั้งหมด แล้วเดินทางไปแจ้งความกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และ สน.ดอนเมือง พร้อมฝากประชาสัมพันธ์ไปถึงเหยื่อรายอื่นๆที่ไม่กล้าไปแจ้งความ โดยสามารถติดต่อมายังเพจทนายคลายทุกข์ได้

Leave a Reply

%d bloggers like this: