“อุ้มพระดำน้ำ” เพชรบูรณ์ “ประเพณีหนึ่งเดียวในโลก”

“อุ้มพระดำน้ำ” เพชรบูรณ์ “ประเพณีหนึ่งเดียวในโลก”

จังหวัดเพชรบูรณ์ จัดงาน “ประเพณีอุ้มพระดำน้ำ” ในระหว่างวันที่ 23-28 ก.ย. 65 ณ วัดไตรภูมิ วัดโบสถ์ชนะมาร และพุทธยานเพชบุระ ภายในงานพิธีอุ้มพระดำน้ำที่มีหนึ่งเดียวในโลก ร่วมด้วยการแสดงแสง เสียง การแสดงทางวัฒนธรรม คอนเสิร์ต การแข่งขันพายเรือทวนน้ำ คาราวานสินค้า และเทศกาลอาหารอร่อย นับเป็นอีกหนึ่งประเพณีดี ๆ ที่ชาวไทยไม่ควรพลาด


“ประเพณีอุ้มพระดำน้ำ” นั้นเป็นประเพณีพิธีที่เก่าแก่ของจังหวัดเพชรบูรณ์ ที่สืบสานกันมากว่า 400 ปี ซึ่งถือเป็นประเพณีหนึ่งเดียวในโลก ที่มีตำนานที่มาอันสุดทึ่งเกี่ยวเนื่องกับ “พระพุทธมหาธรรมราชา” พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองมะขามหวาน

พระพุทธมหาธรรมราชา (องค์จริง) ประดิษฐานอยู่ที่ “วัดไตรภูมิ” ต.ในเมือง อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ เป็นพระพุทธรูปทรงเครื่อง ปางสมาธิ ศิลปะลพบุรี (ศิลปะขอม) ปกติแล้วพระพุทธรูปปางนี้เรียกขานกันทั่วไปว่า “พระไภษัชยคุรุไวฑูรยประภา” แต่เฉพาะองค์ที่อัญเชิญมาอยู่ที่จังหวัดเพชรบูรณ์มีการตั้งชื่อใหม่ว่า “พระพุทธมหาธรรมราชา”

พระพุทธมหาธรรมราชา สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 โดยชาวเพชรบูรณ์เชื่อกันว่า พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ได้พระราชทานพระพุทธมหาธรรมราชา ให้แก่ “พ่อขุนผาเมือง” พระราชบุตรเขย เมื่อครั้งทรงอภิเษกสมรสกับ “พระนางสิงขรมหาเทวี” พระราชธิดาของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7

นอกจากนี้ยังเชื่อกันว่าหลังจากที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทรงสร้างพระพุทธมหาธรรมราชาขึ้นมาแล้ว ได้อัญเชิญองค์พระไปประดิษฐานที่อโรคยศาลหรือโรงพยาบาล ที่ได้สร้างไว้ตามรายทางราชมรรคา

พระพุทธมหาธรรมราชา จมน้ำหายไป

เรื่องราวตำนานขององค์พระพุทธมหาธรรมราชายังมีปรากฏในหลักศิลาจารึกหลักที่ 2 วัดศรีชุม สรุปความได้ว่า หลังจากพ่อขุนผาเมืองกับพ่อขุนบางกลางหาว (พ่อขุนบางกลางท่าว) ยกทัพไปตีสุโขทัยคืนจากขอม “สบาดโขลญลำพง” ได้สำเร็จแล้ว พ่อขุนผาเมืองเดินทางกลับมายัง “เมืองราด” ซึ่งเป็นเมืองที่พ่อขุนผาเมืองเคยปกครองก่อนยกทัพไปตีสุโขทัย (สันนิษฐานว่าปัจจุบันอยู่ที่บ้านห้วยโปร่ง ต.บ้านหวาย อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์)

ความนี้เมื่อทราบถึงพระนางสิงขรมหาเทวี พระนางทรงโกรธแค้นอย่างมาก เนื่องจากพ่อขุนผาเมืองได้ยกทัพไปตีเมืองของพระราชบิดา จึงจุดไฟเผาเมืองราดจนไหม้เป็นจุล และหนีไปกระโดดน้ำตายที่แม่น้ำป่าสัก

ส่วนองค์พระพุทธมหาธรรมราชานั้น เมื่อเมืองราดถูกเผา ก็ได้มีการอันเชิญท่านหนีไฟมาตามลำน้ำสักที่คดเคี้ยว ครั้นพอมาถึงแถวเมืองเพชรบูรณ์แพก็แตก แล้วองค์พระพุทธรูปก็จมน้ำหายไป เหตุการณ์นี้สันนิษฐานว่า เกิดก่อนสมัยสุโขทัย เมื่อราว 800 ปีที่แล้ว

ตำนานสุดทึ่ง พระพุทธรูปผุดในลำน้ำ

หลังเหตุการณ์พระนางสิงขรมหาเทวีเผาเมืองราด กาลเวลาล่วงเลยมาถึงในช่วงกลางสมัยกรุงศรีอยุธยา ณ ลุ่มแม่น้ำป่าสัก ซึ่งในยามปกติจะมีปลาแหวกว่ายอยู่เป็นจำนวนมากให้ชาวบ้านได้จับมาเป็นอาหาร แต่ปรากฏว่าเมื่อถึงวันแรม 15 ค่ำเดือน 10 วันนั้นนอกจากปลาจะหายไปจนชาวบ้านจับไม่ได้แล้ว กลับเกิดฝนฟ้าคะนอง ในลำน้ำสักมีน้ำวนเกิดขึ้น จากนั้นได้มีพระพุทธรูปผุดขึ้นมาในลำน้ำสัก

หลังจากนั้นชาวบ้านได้อัญเชิญพระพุทธรูปผุดจากน้ำขึ้นมา แล้วนำไปมอบให้เจ้าเมืองเพื่อให้เก็บรักษาไว้ที่วัดไตรภูมิ ซึ่งก็คือ “พระพุทธมหาธรรมราชา” พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองเพชรบูรณ์นับจากอดีตมาถึงปัจจุบันนั่นเอง

อย่างไรก็ดีหนึ่งปีหลังจากนั้น จู่ ๆ พระพุทธมหาธรรมราชาได้หายไปใน ในวันแรม 15 ค่ำเดือน 10 ผู้คนต่างออกค้นหา แต่ทว่าก็มาเจอ กระทั่งมีคนบอกว่าให้ไปลองดูบริเวณที่ที่พบท่านครั้งแรก (ปัจจุบันคือวังมะขามแฟบ) ก็ปรากฏว่าเห็นพระพุทธมหาธรรมราชากำลังลอยดำผุดดำไหว้อยู่ในน้ำ ชาวบ้านจึงไปอัญเชิญท่านกลับมาประดิษฐานยังที่เดิม

จากนั้นชาวเมืองเพชรบูรณ์ตกลงกันว่า ทุกวันสารทไทย (เดือน 10) จะอัญเชิญพระพุทธรูปองค์นี้ไปดำน้ำ ณ บริเวณที่เคยพบเจอท่าน ซึ่งคนเพชรบูรณ์ก็ได้ยึดถือปฏิบัติกันมาโดยตลอดเป็นเวลากว่า 400 ปีแล้ว

ทั้งนี้ชาวเมืองเพชรบูรณ์ต่างเชื่อกันว่า การได้จัดพิธีอุ้มพระดำน้ำ จะทำให้ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล ข้าวกล้างอกงาม พืชผลทางการเกษตรเจริญสมบูรณ์ โดยผู้ที่จะทำพิธีอุ้มพระดำน้ำจะต้องเป็นระดับผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งเปรียบได้กับเจ้าเมืองในสมัยโบราณ

และนี่ก็คือมนต์เสน่ห์และสิ่งน่าสนใจในงาน ประเพณีอุ้มพระดำน้ำที่มีที่มาจากตำนานอันชวนทึ่งของการปรากฏอีกครั้งของพุทธมหาธรรมราชาในล้ำนักสัก ซึ่งสำหรับผู้คนที่มาร่วมงานนี้ด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ ศรัทธา ย่อมได้รับอานิสงส์ผลบุญจากจิตใจที่มุ่งมั่น มุ่งทำความดีกลับไป

#การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

 #thailandfestival 







Leave a Reply

%d bloggers like this: