นายกรัฐมนตรี ตรวจเยี่ยมกองบังคับการตำรวจจราจรและมอบนโยบายการปฏิบัติ เพื่อแก้ปัญหาจราจร

นายกรัฐมนตรี ตรวจเยี่ยมกองบังคับการตำรวจจราจรและมอบนโยบายการปฏิบัติ เพื่อแก้ปัญหาจราจร

นายกรัฐมนตรี ตรวจเยี่ยมกองบังคับการตำรวจจราจรและมอบนโยบายการปฏิบัติศูนย์ควบคุมสั่งการจราจรแบบบูรณาการ เพื่อแก้ปัญหาจราจรในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เน้นเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมทุกรูปแบบ ดูแลไม่ให้รถนำขบวนกระทบประชาชน กำชับให้เห็นผล ภายใน 3 เดือน
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ร่วมตรวจเยี่ยมกองบังคับการตำรวจจราจร และมอบนโยบายการปฏิบัติศูนย์ควบคุมสั่งการจราจรแบบบูรณาการ เพื่อแก้ปัญหาจราจรในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดย นายกรัฐมนตรี ระบุว่า รัฐบาลปฏิเสธความรับผิดชอบในการแก้ปัญหาจราจรไม่ได้ ซึ่งจากนี้ทุกสถานีตำรวจ ต้องรับฟังศูนย์ควบคุมสั่งการจราจรแบบบูรณาการ เพื่อแก้ปัญหาจราจรในภาพรวมทั้งหมด รวมทั้ง นำระบบเทคโนโลยีมาปรับใช้ ให้สามารถทราบปริมาณรถในแต่ละเส้นทาง เชื่อมโยงการเดินทาง ทั้งทางบก ทางราง และทางน้ำ ในการบรรเทาปัญหาการจราจร พร้อมแนะนำควบคุมความเร็วรถ ให้ปรับตามจังหวะการเดินรถ ดูแลไม่ให้มีรถจอดกีดขวางและการบีบพื้นที่ก่อสร้างต้องคำนึงถึงความปลอดภัย ขณะเดียวกันประชาชนก็ต้องมีจิตสำนึก ไม่ฝ่าฝืนกฎจราจร ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องเร่งทำความเข้าใจด้วย พร้อมกำชับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ดูแลไม่ให้รถนำขบวนคณะรัฐมนตรี กระทบการจราจร พร้อมคาดโทษ หากตำรวจพื้นที่ใดปล่อยปละละเลย ต้องถูกดำเนินการทางวินัย ซึ่งการแก้ปัญหาจราจรทั้งหมด ต้องให้เห็นผลภายใน 3 เดือน
ทั้งนี้ จากข้อมูลของศูนย์ควบคุมสั่งการจราจรแบบบูรณาการเบื้องต้น พบว่า ตลอดแนวการก่อสร้างรถไฟฟ้า 5 สาย ประกอบด้วย สายสีน้ำเงิน ช่วงเพชรเกษม – จรัญสนิทวงศ์ สายสีเขียว (เหนือ) ช่วงหมอชิต – สะพานใหม่ – คูคต สายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย – มีนบุรี (สุวินทวงศ์) สายสีชมพู ช่วงแคราย – มีนบุรี และสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว – สำโรง ทำให้ส่งผลกระทบต่อการจราจรในภาพรวมของกรุงเทพมหานคร ซึ่งเส้นทางที่มีปัญหาการจราจรติดขัดอย่างหนัก คือ สายสีเหลือง โดยเฉพาะ ช่วงเวลาเร่งด่วนเช้า-เย็น ซึ่งเบื้องต้น ตำรวจได้ปรับแนวแบริเออร์บริเวณป้ายรถประจำทาง 21 จุด ตลอดเส้นทางถนนลาดพร้าวขาออก ไม่ให้กระทบช่องทางจราจร นอกจากนี้ จะมีการตัดเกาะกลางถนน ปากซอยรัชดา 32 ด้านหน้าศาลอาญารัชดา เพื่อใช้เป็นจุดกลับรถ รองรับรถที่เข้าใช้เส้นทางลัดซอยรัชดา 30, 32 และ 36 และห้ามรถบรรทุก 6 ล้อขึ้นไป ใช้เส้นทางในช่วงเวลาเร่งด่วน แต่คาดว่าหากการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินและอุโมงค์ข้ามแยกรัชโยธินแล้วเสร็จ จะช่วยบรรเทาปัญหาการจราจรได้บางส่วน
ขณะที่ องค์การขนส่งมวลชน หรือ ขสมก. ได้มีการปรับ/เพิ่มเส้นทางรถโดยสารสาธารณะ โดยใช้ทางด่วน หรือทางยกระดับ เลี่ยงจุดวิกฤตจราจรตามแนวก่อสร้างรถไฟฟ้า รวมทั้งเพิ่มรถชัตเติลบัส รับส่งประชาชนเลี่ยงแนวเส้นทางวิกฤตเช่นกัน และเพิ่มเรือด่วนพิเศษ

Leave a Reply

%d bloggers like this: